> กองทุน > TVI

04 กุมภาพันธ์ 2019

“เทพพันธ์ อัศวะธนกุล” เลือดใหม่“ไทยวิวัฒน์ประกันภัย”

การซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร บจ. ประจำวันที่ 26 พฤษภาคม 2563


การซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร บจ. ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562


 "เทพพันธ์ อัศวะธนกุล” สายเลือดใหม่ “ไทยวิวัฒน์ประกันภัย” เดินเข้าสู่สนามประกันวินาศภัยราว 2 ปี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับเทคโนโลยี ขณะที่การแข่งขันยังคงเต็มไปด้วยความร้อนแรงและท้าทายความสามารถ งานนี้ สายเลือดใหม่จึงไม่ได้เข้ามานั่งสบายบริหารแบบชี้นิ้วสั่ง หากแต่ทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการเปลี่ยนแปลง เขาต้องมีส่วนร่วมในการลงมือทำ เพื่อปูฐานความแข็งแกร่งให้ “ไทยวิวัฒน์ประกันภัย” อยู่รอดได้ท่ามกลางการดิสรัปชั่น(Disruption) ธุรกิจ   แม้หัวหอกของ “ไทยวิวัฒน์ประกันภัย” หรือ TVI ยังคงเป็น จีรพันธ์ อัศวะธนกุล” ผู้เป็นพ่อก็ตาม หากแต่การเปิดตัวในช่วงหลังนี้จะเห็นว่า “จีรพันธ์” ผลักบทบาทให้ “เทพพันธ์ อัศวะธนกุล” ได้ยืนอยู่แถวหน้ามากขึ้น เรียกว่าเป็นสัญญาณที่พร้อมให้คลื่นลูกใหม่ได้สั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจเต็มที่ และการมาของ เทพพันธ์ ก็สร้างการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกับ “ไทยวิวัฒน์ประกันภัย” ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่จึงจับต้อง และเข้าใจในเทคโนโลยีได้เร็วกว่าวัยเก๋า จนนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมประกันภัยแบบใหม่และมีเพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย "ประกันรถเติมเงิน" ด้วยไอเดียที่ต้องการสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อความคุ้มครอง เพราะคอนเซ็ปต์ของแบบประกันรถเติมเงิน สามารถเปิด-ปิดความคุ้มครองผ่านแอปพลิเคชั่น ทำให้จ่ายเบี้ยตามนาทีที่ขับจริงประหยัดค่าเบี้ยได้มากถึง 40% เทพพันธ์ บอกว่า ต้นคิดประกันรถเติมเงินนั้นมาจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งหยิบยื่นโปรเจกต์นี้มาให้ทำ อาจเพราะผู้เป็นพ่อเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกวิ่งไปสู่ ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ทำให้การทำธุรกิจประกันภัยแบบเดิมๆอาจอยู่ได้ยากและเสี่ยงต่อการถูกกลืนกินหายไปจากวงจรธุรกิจ โปรเจ็กต์นี้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับไทยวิวัฒน์ประกันภัย อย่างมากจากองค์กรที่ดูโบราณกลับกลายเป็นองค์กรทันสมัยด้วยนวัตกรรมประกันรถเติมเงิน พร้อมการการันตีจาก “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” ในรางวัลและประกาศนียบัตร รับรองความสามารถทางนวัตกรรมและองค์กรนวัตกรรม (Innovative Organization) โครงการส่งเสริมความสามารถทางนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยรายเดียวของไทยที่ได้รางวัลนี้ และประกันภัยรถเติมเงินไทยวิวัฒน์ ยังนำไปสู่การพัฒนาแบบประกันเดินทาง เปิด–ปิด จ่ายเบี้ยตามจริง เดินทางเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น วันเหลือก็สามารถเก็บไว้ใช้ทริปต่อไป สามารถเพิ่ม-ลดวันเดินทาง หรือ Top-up วันเดินทางได้เอง แม้อยู่ต่างประเทศ รวมถึงประกันสุขภาพ “ไทยวิวัฒน์ แอคทีฟ เฮลท์” ที่มีคอนเซปว่ายิ่งขยับมาก ยิ่งจ่ายเบี้ยถูก จากการนำเทคโนโลยี มาสนับสนุนการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาคิดคำนวณเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันทุกเดือนได้สูงสุดถึง 40% คาดว่า ไทยวิวัฒน์ฯ จะยังคงมีโปรเจกต์ในใจอีกมาก เพราะ เทพพันธ์ เล่าว่า ปัจจุบันบริษัทตั้งทีมด้าน นวัตกรรมและกลยุทธ์ เพื่อทำการศึกษาและรวบข้อมูล (Big Data) จากผู้บริโภค เพื่อดูความต้องการที่แม้จริงและนำไปสู่การพัฒนาออกแบบสินค้าเหมาะสมตรงใจกลุ่มผู้บริโภค ในส่วนของระบบหลังบ้านก็สำคัญ ที่ผ่านมาได้นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนทั้งในส่วนของกระบวนการทำงาน การให้บริการเพื่อให้เกิดความสะดวก และรวดเร็ว โดยเฉพาในกระบวนการทำงาน ที่ เทพพันธ์ มองว่ายังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก เพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงเกินจำเป็น “การควบคุมต้นทุนแต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะเอาคนออก คุณพ่อบอกเสมอว่าเราต้องให้ความสำคัญกับบุคลากร ทุกวันนี้ที่เราอยู่ได้เพราะพนักงาน ทำให้ เราไม่มีแผนนำคนออก แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับทุกคน” เทพพันธ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของบุคลากรทางไทยวิวัฒน์ฯจะเน้นเรื่องการเพิ่มศักยภาพ ยอมรับว่ายากเพราะเรื่องเทคโนโลยีนั้นยากสำหรับคนรุ่นเก่า แต่ที่ผ่านมาคนของไทยวิวัฒน์ก็พร้อมปรับเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหน่อยสำหรับคนรุ่นเก่า ขณะที่คนรุ่นใหม่นั้นไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ แต่ก็เป็นความโชคดีที่องค์กรยังมีคนเก่าคนแก่ที่ทำงานกับ ไทยวิวัฒน์ มานานหลายสิบปี เพราะการผสมผสานงานระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ต่างก็ล้วนสร้างประโยชน์ให้กับบริษัท และยังสะท้อนด้วยว่า ไทยวิวัฒน์ประกันภัยเป็นองค์กรที่พนักงานอยู่ด้วยแล้วมีความสุขความสบายใจทำให้อยู่และโตด้วยกันมายาวนาน เทพพันธ์ กล่าวถึงการปรับองค์กรสู่ยุคติจิตอลนั้นยังคงต้องพัฒนาต่อไป วันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่ก็พอใจกับผลงานที่ออกมา ไม่ว่าจะเรื่องของ สินค้า แอปพลิคชั่น การทำหน้าเว็บไซต์ใหม่ ซึ่งมียอดลูกค้าเขามาสนใจเพิ่มขึ้นมาก และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลงานของบริษัทเติบโตอย่างโดดเด่น โดย 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย. 61)  TVI มีเบี้ยรับรวม อยู่ที่ 3,106.04 ล้านบาท มากกว่าปีก่อน 505.08 ล้านบาท หรือโตราว 19% ขณะที่กำไรสุทธิ 148.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.86 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปี 2560 ที่กำไรสุทธิเพียง 37.60 ล้านบาท  จากอดีตที่ยังไม่ได้สนใจเข้ามาในสายธุรกิจประกันภัย แต่ปัจจุบันนี้ เทพพันธ์ บอกว่า เขาสนุกและมีความสุขกับงานที่อยู่ตรงหน้า ผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงที่ทำงานในไทยวิวัฒน์ฯราว 2 ปีนั้น ส่วนสำคัญก็มาจากทีมงานของบริษัทที่เข้ามาช่วยกันคิดช่วยกันทำ และที่สำคัญการเปิดกว้างจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “จีรพันธ์” ให้ลุยโปรเจกต์เต็มที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำงานให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ “เงื่อนไขแรกที่จะเข้ามาทำงานกับผม คือเราต้องการคนที่มาช่วยเราคิดช่วยเราทำ ดังนั้นให้ผมมาบอกขั้นตอน 1,2,3 คงจะไม่ใช่” เทพพันธ์ เองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเข้ามาทำงานกับบริษัทพ่อเร็วเช่นนี้ เพราะก่อนที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหาร เขาสอบเข้าทำงานได้ที่สหรัฐอเมริกา หากแต่สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ก็คือ “จีรพันธ์”  ผู้เป็นพ่อที่บอกว่าเมืองไทยเองก็ต้องการคนที่จะมาพัฒนาประเทศ และแม้เขาจะตัดสินใจกลับมาทำงานในไทย แต่งานแรกที่ทำก็เกี่ยวกับที่ปรึกษาธุรกิจใจการควบรวมกิจการ ซึ่งไม่เกี่ยวกับ ไทยวิวัฒน์ฯแต่อย่างใด แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของ เทพพันธ์ ที่ตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว เพราะเขาเห็นว่าโลกธุรกิจก้าวไปไกลมากโดยเฉพาะธุรกิจประกันภัย ดังนั้นการไม่ปรับตัว ไม่พัฒนาจะทำให้อยู่ในธุรกิจยากมากขึ้น และไทยวิวัฒน์ฯเองก็ถึงจุดที่ต้องก้าวต่อไปข้างหน้าแล้ว ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ เทพพันธ์ เดินเข้าสู่ธุรกิจประกันวินาศภัยภายใต้หลังคา“ไทยวิวัฒน์ประกันภัย” ที่ทุกวันนี้เขารู้สึกหลง และรักกับงานที่ทำไม่น้อย

รายงาน : อรุณ พงษ์พิชิต ติดอาวุธปัญญา…กดติดตาม (subscribe) https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w

 
จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X