> SET > PRM

30 ธันวาคม 2019

PRMจัด3พันล.ซื้อเรือใหม่ ลุยขนส่งLNGเป้าIRR12%

PRM กำไร Q1/63 โดดเด่นดีกว่าคาด แนวโน้ม Q2/63 จะดีต่อเนื่อง


‘PRM’ ธุรกิจเรือ FSU-ขนส่งภายในประเทศหนุน Q1/63 โต 22.9%


ทันหุ้น–PRM เผยมีความพร้อมขนส่ง LNG เดินหน้าศึกษาข้อกฎกมาย พร้อมตั้งเป้า IRR ไม่ต่ำกว่า 12% มองปีหน้าดีมานต์เรือยังเติบโตได้ เฉพาะการขนส่งในประเทศ ทั้งปีตั้งรายได้ที่ 10-12% ศึกษาซื้อกิจการในต่างประเทศ ต่อยอดธุรกิจ ส่วนปีหน้าวางงบลงทุน 2-3 พันล้านบาท ขยายกองเรือเพิ่ม คาดสื้นปีหน้ามีกองเรือที่ 43 ลำ


นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่าสำหรับภาพรวมธุรกิจปีหน้ามองว่าดีมานด์ยังเติบโตได้แต่อัตราการเติบโตอาจจะไม่สูงมากนัก โดยการบริการขนส่งและจัดเก็บสินค้าแบบลอยน้ำ (Floating Storage Unit, FSU) จะเติบโตตามภาพรวมเศรษฐกิจ แต่หากมาพิจารณาถึงเฉพาะการขนส่งใน Domestic ที่มองว่าน่าจะเติบโตได้ 3% ส่งผลให้โดยรวมบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2563 จะเติบโตได้ 10-12%


*ทุ่ม 2-3 พันล.ซื้อเรือใหม่


นอกจากนี้ยังวางงบลงทุน 2-3 พันล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อเรือใหม่ แต่ในปีหน้าก็มีการขายเรือที่อายุเยอะออกไป ทำให้ปีหน้าคาดว่าจะมีกองเรือในช่วงสิ้นปี 2563 ราว 43 ลำ จากสิ้นปีนี้ที่มีกองเรือราว 41 ลำ ซึ่งการเพิ่มกองเรือเป็นไปตามนโยบายปกติของบริษัทที่จะมาสนับสนุนผลประกอบการให้เติบโตขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทยังมองโอกาสซื้อกิจการต่อเนื่อง แต่เน้นไปที่ต่างประเทศเพราะมองว่าในประเทศอุตสาหกรรมมีความอิ่มตัวแล้ว


ส่วนล่าสุดที่กระทรวงพลังงานประกาศจุดยืนมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง LNG ซึ่งคาดว่าจะสามารถเกิดการซื้อขายได้จริงภายในไตรมาส 3/2563 นั้นทำให้มีโอกาสเกิดการขนส่ง LNG ด้วย โดยบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าไปขนส่ง LNG มองว่าขณะนี้น่าจะไม่มีคู่แข่ง ทำให้เป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าไปดำเนินการ แต่ทั้งนี้ต้องมีการศึกษาข้อกฎหมายอย่างชัดเจน และพิจารณาเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ต้องไม่ต่ำกว่า 12% เพราะหากมีการเข้าไปรับงานจะต้องมีการลงทุนเรือเพิ่มที่มีความปลอดภัยมากกว่าเดิม ฉะนั้นจึงจะต้องมีการพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ


“เรื่องของ LNG บริษัทก็มองโอกาสอยู่แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดูว่ากฎหมายเป็นอย่างไร ให้ผลตอบแทนดีไหม เพราะต้องมีการลงทุนเรือใหม่ แต่บริษัทก็มีความพร้อมในขณะนี้เพราะมีประสบการณ์การขนส่งอย่างยาวนาน และมองว่าไม่มีคู่แข่ง ถ้าจะมีก็ต่างประเทศที่จะเข้ามา แต่ก็อาจจะมาติดเรื่องข้อกฎหมายอีก ทำให้บริษัทเชื่อว่ามีความพร้อมในการเข้าดำเนินการขนส่งLNG”นายวิริทธิ์พล กล่าว


*กำไรปีนี้เติบโตดี


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง PRM ว่า มองการอ่อนตัวลงมาของ SET เปิดโอกาสที่น่าสนใจในการสะสมหุ้น PRM เนื่องจากผลกำไร ยังคงคาดจะกลับโดดเด่นในไตรมาส 4/2562 หลังจากไตรมาส 3/2562 กำไรปกติแม้จะโต เติบโต 5% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 48% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ไม่ทันใจตลาด เพราะค่าเสื่อมราคาของเรือชุดใหม่เข้ามากดดันในระยะสั้น ขณะที่ไตรมาส 4/2562 เรือทั้งหมดจะทำงานเต็มที่ ส่วนปี 2563 คาดกำไรทำสถิติใหม่ 1.2 พันล้านบาท เติบโต 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน


โดย PRM จะเพิ่มเรือ FSU อีก 1 ลำ เป็น 9 ลำ เนื่องจากอุปสงค์ในผลิตภัณฑ์น้ำมันกำมะถันต่ำ (Low sulfur fuel oil) ยังคงแข็งแรง เพื่อให้สอดรับกับเกณฑ์ IMO2020 ที่จะเริ่มใช้ต้นปี 2563 ขณะที่ผลการดำเนินงานของเรือกลุ่มนี้ คาดจะสดใส เนื่องจากเรือ FSU ใหม่จะทำงานเต็มไตรมาสครั้งแรก และจะสามารถชดเชยค่าเสื่อมราคาที่บันทึกเข้ามาระหว่างไตรมาส 3/2562 ได้ ทำให้อัตราใช้เรือ FSU คาดจะขยับขึ้นจาก 80-90% กลับเป็น 100% ตามปกติ ขณะที่เรือ Domestic Tanker ก็มีแผนจะเพิ่มอีกสุทธิ 1 ลำ สอดรับกับอุปสงค์น้ำมันในประเทศขยายตัวสม่ำเสมอ เติบโต 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ใน 9 เดือนแรก จึงคาดว่าแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 4/2563 จะไปทดสอบสถิติสูงสุดได้


ทั้งนี้กำไรสุทธิ 9เดือนปี 2562 ทำได้ที่ 757 ล้านบาท คิดเป็น 71% ของประมาณการ ขณะที่กำไรไตรมาส 4/2562 กำลังเร่งตัวขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้าจากกลุ่มเรือ FSU ทำให้เชื่อว่าจะดันให้กำไรสุทธิวิ่งเข้าสู่ประมาณการกำไรที่ 1.06 พันล้านบาท เติบโต 49% จึงคงประมาณการ และคำแนะนำ สะสม “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 13.20 บาทต่อหุ้น อิง DCF

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X