> SET > STEC

14 มกราคม 2020

STECมีงานรอ2แสนล้าน แบ็กล็อกในมือกินยาว4ปี

STEC คว้างาน โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน แนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู มูลค่า 4.34 พันลบ.


ASPS คาดงบประมาณปี 63 บวกต่อหุ้น 4 กลุ่ม ชู STEC-PYLON เด่น


ทันหุ้น–STEC รับอานิสงค์ผ่านร่างงบประมาณปี 2563 หนุนการลงทุนเพิ่ม พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่กว่า 2 แสนล้านบาท หวังคว้างานเข้าพอร์ตไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท ดันรายได้แตะ 3.5 หมื่นล้านบาท จากงานในมือที่มีอยู่กว่า 9.5 หมื่นล้านบาท รับรู้ยาว 3-4 ปีข้างหน้า


นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เปิดเผยกับ "หนังสือพิมพ์ทันหุ้น" ว่าภายหลังจากการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ทำให้คาดว่าภาครัฐจะมีการเดินหน้าโครงการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าร่วมการประมูลงาน ซึ่งปีนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าร่วมประมูลงานได้ราว 2 แสนล้านบาท เช่น โครงการสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากคณะกรรมการคัดเลือก


*ตั้งเป้าคว้างงาน 4 หมื่นล.

นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ใช้รูปแบบการร่วมทุนกับเอกชน (PPP) จำนวน 1สัญญา มูลค่าราว 8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเปิดขายแบบการประมูลภายในไตรมาส 1/2563 และน่าจะทราบผลการประมูลในช่วงไตรมาส 3/2563 อีกทั้งยังมีโครงการรถไฟทางคู่, โครงการส่วนต่อขยายสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ และรถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นต้น ซึ่งบริษัทมีความคาดหวังจะได้งานใหม่ปีนี้ราว 4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 20% ของมูลงานที่เข้าร่วมประมูลทั้งหมด


“สำหรับช่วงนี้ที่ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาปรับตัวเพิ่มขึ้นน่าจะเป็นปัจจัยบวกจากการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่มีเดินหน้าโครงการต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทเองมีจะเข้าร่วมประมูลงานของภาครัฐต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอความชัดเจนในแต่ละโครงการ แต่งานที่จะเข้ามาในปีนี้ก็จะไปรับรู้รายได้ในปีถัดๆ ไป ส่วนปีนี้บริษัทก็มี Backlog รองรับรายได้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ภาพรวมปีนี้ก็ยังมีการเติบโตได้ดี เหมือนเช่นที่ผ่านมา”นายภาคภูมิ กล่าว

*รายได้ชน 3.5 หมื่นล้าน

ส่วนเป้าหมายปี 2563 บริษัทตั้งป้ารายได้ไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยมาจากทยอยรับรู้การส่งมอบงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 9.5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในระยะเวลา 3-4 ปี ขณะที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบมีความคืบหน้าซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 75% เหลืองานก่อสร้างตามสัญญาอีก 25% จึงมั่นใจว่าจะแล้วเสร็จตามที่ได้รับการขยายเวลาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563


ด้านการลงทุนปีนี้ก็จะมีในเรื่องของการลงทุนเครื่องจักรใหม่ทดแทนเครื่องจักรเดิม และหากบริษัทได้รับงานในโครงการขนาดใหญ่ก็จะมีการพิจารณาการลงทุนอีกครั้งให้เหมาะสมกับลักษณะงาน


*กำไรเติบโตต่อเป้า 25 บ.

ด้านบริษัทบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุถึง STEC ว่า การผ่านพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 จะทำให้การประมูลรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย รถไฟทางคู่เฟส 2 มูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท เกิดขึ้นภายในปี 2563 ซึ่งจะเป็นแหล่งงานสำคัญของ STEC ด้วยงานในมือของ STEC ที่มีอยู่ 8.8 หมื่นล้านบาท สามารถรองรับรายได้ไปถึงปี 2566 โดยยอดรับรู้รายได้ปี 2563 น่าจะทำได้ราว 3.7 หมื่นล้านบาท โต 20% โดยประเมินกำไรสุทธิในปี 2562 -2564 ไว้ที่ 1,198 ล้านบาท 1,362 ล้านบาท และ 1,599 ล้านบาท ตามลำดับ


ขณะที่งานโครงการรัฐสภาแห่งใหม่ที่ขอขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีกเป็นสิ้นปี 2563 เชื่อว่าจะไม่ต้องตั้งสำรองใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกแล้ว เพราะงานส่วนที่เหลือ 2.5 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานตกแต่ง และได้ว่าจ้างผู้รับเหมาช่วงไปหมดแล้ว ทำให้ STEC จะบันทึกรายได้โครงการรัฐสภาเท่ากับต้นทุนไปจนส่งมอบเสร็จ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 25 บาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X