> ปักหมุดพระราม 9 >

14 กุมภาพันธ์ 2020

ฟ้าหลังฝนที่สดใส

สวัสดีครับท่านนักลงทุนตลาดหุ้นในเดือนม.ค. เริ่มต้นได้ไม่ดี โดยปรับตัวลงไปกว่า 4% เนื่องด้วยเผชิญปัจจัยลบทั้งปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลางในช่วงต้นเดือน และในช่วงปลายเดือนมีปัจจัยกดดันจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจ กดดัน SET หลุดต่ำกว่า 1500 จุด และเริ่มมีกระแสถึงโอกาสลงไป 1400 จุด หรือเลวร้ายกว่านั้น มีการมองกันไปถึงระดับ 1000 จุด เลยทีเดียว


อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่เดือนก.พ. ดัชนีเริ่มฟื้นตัว ทำให้กระแสในทางลบต่อทิศทางดัชนีค่อยๆจางหายไป และผมมองว่า SET ในเดือนก.พ. จะฟื้นตัวได้ดี โดยมีปัจจัยหนุนจาก


1) สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเริ่มคลี่คลาย หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง ขณะที่อัตราการหายมีแนวโน้มที่ดีเป็นลำดับ โดยจากข้อมูลในวันที่ 12 ก.พ. (วันที่เขียนคอลัมน์ฉบับนี้) จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 43,099 คน ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นอยูที่ 6%DoD ลดลงจากช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ก.พ. ที่เฉลี่ยอยู่ที่ราว 15% ทั้งนี้ Reuters ระบุจากคำให้สัมภาษณ์ของที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของจีนประเมินว่าการแพร่ระบาดจะเข้าสู่ช่วงสูงสุดในเดือนนี้ และจะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย. นอกจากนี้มีสัญญาณที่ดีจากการที่ทางจีนเริ่มประกาศให้บริษัทและโรงงานต่างๆ เริ่มดำเนินงานได้ หลังให้หยุดไปก่อนหน้านี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงธนาคารกลางจีนจะอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามามากขึ้นรวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาในอนาคตเป็นปัจจัยให้ตลาดคลายกังวล แม้ว่าปัจจุบันยังควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ได้ก็ตาม

2) การฟื้นตัวของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน โดยล่าสุดราคาน้ำมันเริ่มฟื้นตัวกลับได้ หลังจากทำระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนารายใหม่ในจีนเริ่มชะลอลง ขณะที่กลุ่ม OPEC เสนอให้ลดกำลังการผลิตลงอีก 6 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะมีการจัดประชุมฉุกเฉินในวันที่ 14-15 ก.พ. ซึ่งมองว่าจะเป็นปัจจัยหนุนช่วยให้ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวขึ้นได้


3) คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ จะเตรียมออกมาเร็วๆนี้ หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ตัดสินว่าการพิจารณาพ.ร.บ. งบประมาณปี 63 ในชั้นสภาผู้แทนฯ ที่มีการเสียบบัตรแทนกัน เป็นโมฆะ เพียงแต่ว่าให้ไปพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ใหม่ คาดว่าจะเริ่มพิจารณาในวันที่ 13 ก.พ. นี้ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณ จะล่าช้าออกไปเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะต้องเริ่มพิจารณาตั้งแต่วาระ 2 ใหม่ทั้งหมด และลงมติเป็นรายมาตรา ก่อนจะลงมติวาระ 3 ต่อไป ซึ่งคาดว่าอาจใช้เวลา 2-3 วัน ในการลงมติรอบนี้ จากนั้นส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ หากไม่มีประเด็นติดขัดอะไรเพิ่มเติม คาดว่านายกฯ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้อย่างเร็วในช่วงปลายเดือน ก.พ. นี้ และหลังจากนั้น คาดว่าจะเห็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ซึ่งผมมองจะเป็นปัจจัยช่วยหนุนตลาดได้


ทั้งนี้ 3 ปัจจัยหลักดังกล่าว คาดว่าจะช่วยให้ตลาดหุ้นในเดือนก.พ. ปรับตัวขึ้นได้ โดยผมมองแนวเป้าหมายไว้ที่บริเวณ 1570-1590 จุด ซึ่งหากขึ้นมาถึงบริเวณนี้ผมแนะนำให้เป็นจุดขายทำกำไรนะครับ เนื่องจากมองว่าการที่ SET จะยืนระยะเหนือ 1600 จุด ได้นานเป็นไปได้ยาก เนื่องจากพื้นฐานยังสนับสนุนได้ไม่เพียงพอ โดยจากข้อมูลของ Consensus ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ไว้ที่ระดับ 98.50 บาทต่อหุ้น ดังนั้นหาก SET เทรดอยู่ที่ระดับ 1600 จุด เท่ากับว่าจะเทรดที่ P/E ระดับมากกว่า 16.0x ซึ่งผมมองว่ามีมูลค่าที่ตึงตัว ทำให้ดัชนีจะมี Upside ที่จำกัด เป็นเหตุผลที่ว่า หาก SET ขึ้นมาใกล้ 1600 จุด ให้ใช้เป็นจุดขายทำกำไรนั่นเองครับ


สุดท้ายนี้ อยากฝากท่านผู้อ่านไว้ว่า อย่ากลัวตลาดมากจนเกินไป ทุกวิกฤตมีโอกาสแสวงหากำไรได้เสมอ และสิ่งสำคัญ คือ แม้การอยู่ในตลาดอารมณ์มักอยู่เหนือเหตุผล แต่การตัดสินใจเข้าซื้อขายให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์...และพบกันใหม่ในฉบับหน้า...ด้วยรักและหวังดี..ท่านสามารถติดตามข่าวสาร และความรู้ด้านการลงทุนผ่าน Face Book เอกภาวิน สุนทราภิชาติ และ Line ที่ @wavesmart

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X