> SET > AOT

09 มีนาคม 2020

"กลุ่มสายการบิน" โบรกชี้ปี 63 ผลงานวูบ แนะหลีกเลี่ยง ชู AOT-ERW-MINT หุ้นพื้นฐานดี

เคาะ AOT


'ทิสโก้' จับกระแส AOT ปรับตัวเลขผู้โดยสารใหม่


สำนักข่าว "ทันหุ้น" รายงานว่า บล.ไทยพาณิชย์ มองกลุ่มการบิน คาดว่าผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการสายการบินจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในปี 2563 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบทำให้ความต้องการเดินทางปรับตัวลดลงอย่างมาก แม้ราคาหุ้นสายการบินร่วงลงมาแล้ว ถึง 29% นับตั้งแต่ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาด แต่ความเสี่ยงของอุตสาหกรรมสายการบินยังสูง โดยมีสาเหตุมาจากการแข่งขันอย่างรุนแรง แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงกลุ่มสายการบิน และเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีอย่าง AOT ERW และ MINT เพื่อเตรียมพร้อมรอรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย


ความต้องการเดินทางได้รับผลกระทบอย่างหนัก กดดันให้ต้องลดเที่ยวบินลง การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น สายการบิน AOT เปิดเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศลดลงถึง 37% YoY ในเดือนก.พ. หลังจากจีน (ตลาดหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย) ระงับการขายทัวร์ในและต่างประเทศในช่วงปลายเดือนม.ค. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว สายการบินต่างๆ พยายามลดผลกระทบด้วยการลดเที่ยวบิน หลักๆ เป็นเส้นทางระหว่างประเทศ; Thai AirAsia (AAV ถือหุ้น 55%) ลดเที่ยวบินลง 10% ในเดือนก.พ. ถึง 2Q63 และ THAI ลดเที่ยวบินลง 10% ในเดือนก.พ. และ 20% ในเดือนมี.ค.-พ.ค.


มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ครม.มีมติอนุมัติให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศลงจาก 4.726 บาท/ลิตร สู่ 0.2 บาท/ลิตร จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2563 ประเมินได้ว่ามาตรการนี้จะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของ AAV ได้ ~302 ลบ. (เส้นทางในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 35% ของรายได้) และ THAI ได้ ~768 ลบ. (10%) นอกจากนี้ผู้ประกอบการสายการบินยังยื่นข้อเสนอขอให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึง AOT ช่วยเหลือด้วยการลดค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและจอดอากาศยาน และค่าเช่าสำนักงาน โดยจะส่งเรื่องให้ครม.พิจารณาอนุมัติ


ขาดทุนต่อเนื่อง จับตาข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ในขณะที่ AAV และ THAI จะได้รับประโยชน์จากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดังกล่าวข้างต้น แต่เนื่องจากโดยปกติแล้วธุรกิจสายการบินมีความสามารถในการทำกำไรต่ำ ดังนั้นมาตรการนี้จะไม่เพียงพอชดเชยรายได้ที่อ่อนแอสืบเนื่องมาจากความต้องการเดินทางที่ลดลง โดยที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะปรับตัวลดลง 10% YoY ในปี 2563 ปรับประมาณการผลประกอบการลดลง 


ทั้งนี้คาดว่า AAV และ THAI จะรายงานขาดทุนต่อเนื่องในปี 2563 ประมาณการผลประกอบการของฝ่ายวิจัยอิงกับสมมติฐานว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สามารถควบคุมได้ในครึ่งหลังปี 63 แต่เนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจะอยู่ภายใต้การควบคุมเมื่อใด ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของ THAI เนื่องจากบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสูงที่ 11.2 เท่า และคาดว่าจะประสบปัญหาขาดแคลนเงินทุน ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนของ Thai AirAsia อยู่ที่ 3.3 เท่า ต่ำกว่า THAI และจะมีกระแสเงินสดสุทธิ ~2.7 พันลบ. จากการทำธุรกรรมขายอากาศยานและเช่าอากาศยานกลับใน 1Q63 ซึ่งสามารถใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้


หลีกเลี่ยงกลุ่มสายการบิน ปรับคำแนะนำสำหรับ AAV ลงสู่ “Neutral” (จาก “ซื้อ”) ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 1.8 บาท/หุ้น (อิงกับ PB 0.5 เท่า) และคงคำแนะนำ “ขาย” THAI ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 3.8 บาท/หุ้น (อิงกับ EV/EBITDA 5 เท่า) แม้ราคาหุ้น AAV และ THAI ปรับตัวลดลงมาแล้ว 25% และ 29% ตามลำดับ หลังจากพบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่มองว่าความเสี่ยงด้านผลประกอบการยังสูง โดยมีสาเหตุมาจากการแข่งขันอย่างรุนแรง เราแนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงกลุ่มสายการบิน ชอบหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีอย่าง AOT ERW และ MINT มากกว่าสำหรับธีมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว


ความเคลื่อนไหวของหุ้น AAV อยู่ที่ 1.51 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือ 1.95% มูลค่าการซื้อขาย 33.48 ล้านบาท

ความเคลื่อนไหวของหุ้น THAI อยู่ที่ 4.64 บาท ลดลง 0.06 บาท หรือ 1.28% มูลค่าการซื้อขาย 6.52 ล้านบาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X