> ปักหมุดพระราม 9 > AOT

23 มีนาคม 2020

เลือกหุ้นรอฟ้าหลังฝน

AOT กระทบจาก 9 สายการบิน ขอหยุดบินยาว


AOT คาดช่วง ก.พ.-มี.ค.63 รายได้ลดราว 30% หลังยกเลิก 32,991 เที่ยวบินผลกระทบโควิด-19


สวัสดีครับท่านผู้อ่าน สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังลุกลาม และขยายวง โดยเฉพาะในยุโรปสถานการณ์น่าเป็นห่วง อิตาลีมีจำนวนผู้เสียชีวิตนำหน้าจีนไปแล้ว โดยล่าสุด (23 มี.ค.) อยู่ที่ 5 พันกว่าราย และจำนวนผู้ป่วยสะสม (Active cases) อยู่ที่ระดับกว่า 4 หมื่นคน มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ด้านสหรัฐสถานการณ์น่าเป็นห่วงเช่นกัน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีอัตราเร่ง จนทำให้ผู้ป่วยสะสม (Active cases) เพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับสองของโลกแล้ว โดยอยู่ที่กว่า 3 หมื่นคน การแพร่ระบาดในยุโรป และสหรัฐ ที่ขยายวงกว้าง ทำให้ต้องมีการปิดประเทศ สร้างผลเสียอย่างมากต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ


ด้านประเทศไทย สถานการณ์น่าเป็นห่วงเช่นกัน เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อวันอย่างมีอัตราเร่ง จากหลักสิบคนต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยกว่าคนต่อวันแล้ว จนทำให้ต้องมีการปิดศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่กระจายของโรค ด้านบริษัทต่างๆ มีการ Work From Home ซึ่งตอนนี้ผมก็ Work From Home เช่นกันครับ จากนี้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง หลายท่านตั้งคำถามว่า จะควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่ รวมถึงการปิดศูนย์การค้า ทำให้มีแรงงานส่วนหนึ่งหรือส่วนใหญ่ต้องเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา จะเป็นสาเหตุให้การแพร่ระบาดขยายวงเพิ่มขึ้นหรือไม่ จากเดิมที่การแพร่ระบาดส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงจริงๆ ครับ


ด้านตลาดหุ้นโดนผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงตลาดหุ้นทั่วโลก แม้จะมีมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาวะการลงทุนยังเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ ทำให้การปรับขึ้นของตลาดหุ้นยังถูกจำกัด และสถานการณ์ตอนนี้ได้ขยายไปสู่ตลาดตราสารหนี้แล้วนะครับ เนื่องจากความไม่มั่นใจนี้เอง ทำให้มีแรงขายกองทุนตราสารหนี้ เพื่อถือเงินสด จนทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง เป็นสาเหตุให้ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และสำนักงานกลต. ต้องจัดประชุมด่วนเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับตลาด และออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง


ทั้งนี้ จากที่ผมกล่าวมา ต้องการให้เห็นภาพว่า สถานการณ์ในช่วงนี้ ไม่ปกติอย่างมาก ดังนั้น การเข้าซื้อหุ้นในช่วงนี้ ควรเป็น 2 แบบ โดยแบบแรก คือ ซื้อเล่นเก็งกำไรระยะสั้น และให้จบในวัน เนื่องจากสถานการณ์ที่ยังไม่นิ่ง ทำให้ตลาดหุ้นเกิดความผันผวนได้ตลอด โดยเฉพาะในทางลง ที่ผ่านมาเราก็เห็นแล้วว่า ตลาดหุ้นบ้านเราเปิดกระโดดลงในหลายๆวัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากตลาดการเงินในฝั่งสหรัฐที่ผันผวนเช่นเดียวกัน ส่วนการเข้าซื้อหุ้นแบบที่สอง นั่นคือ ซื้อถือยาว เพื่อรอสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ซึ่งผมก็ไม่สามารถบอกได้นะครับว่าเมื่อไหร่


อย่างไรก็ตาม ทุกเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ย่อมมีจุดจบของมัน ทำให้ผมสามารถแนะนำได้แต่เพียงว่า ระดับไหนเป็นจุดที่น่าสนใจ หรือ SET ลงมาในระดับที่ต่ำจนน่าสนใจแล้ว ซึ่งผมอยากแนะนำบริเวณตั้งแต่ 900 จุดลงไปครับ โดยหากใช้แนวรับทางเทคนิคจะอยู่ที่บริเวณสัดส่วน Fibonacci ที่ระดับ 61.8% (ดูรูปประกอบ) จะได้แนวรับที่บริเวณ 880 จุด และหากเทียบวิกฤตในปี 2008 SET ลงไปประมาณ 60% ดังนั้น หากเทียบรอบนี้จาก 1850 จุด ลงไป 60% จะอยู่ที่ประมาณ 740 จุด


ดังนั้น ผมขอแนะนำให้เข้าซื้อหุ้นเพื่อถือยาว รอสถานการณ์กลับมาเป็นปกติบริเวณแนวรับ 2 ช่วง ได้แก่ 880-900 และ 740 จุด ตามลำดับ ส่วนหุ้นน่าสนใจ ควรเป็นหุ้นพื้นฐานดี เนื่องจากจะฟื้นตัวกลับมาได้ดี ซึ่งผมขอแนะนำหุ้น 5 ตัว ได้แก่ 1) AOT ซึ่งปัจจุบันเทรด P/E 28 เท่า (-0.2 SD ในรอบ 5 ปี) 2) ADVANC ซึ่งปัจจุบันเทรด P/E 28 เท่า (+0.42 SD ในรอบ 5 ปี) 3) BDMS ซึ่งปัจจุบันเทรด P/E 28 เท่า (-2.29 SD ในรอบ 5 ปี) 4) BTS ซึ่งปัจจุบันเทรด P/E 28 เท่า (-2.34 SD ในรอบ 5 ปี)และ 5) CPALL ซึ่งปัจจุบันเทรด P/E 28 เท่า (-2.51SD ในรอบ 5 ปี)..สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่า ช่วงนี้เราต้องช่วยกันทำ SOCIAL DISTANCING เพื่อหยุดโอกาสรับเชื้อ และแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว โดย COVID ไม่ร้ายแรงเท่าการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ ร่วมกันสงวนพื้นที่ให้ผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตได้มีที่รักษากันนะครับ..และพบกันใหม่ฉบับหน้า ด้วยรักและหวังดี

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X