> คิดเป็นเห็นก่อน > NER

21 พฤษภาคม 2020

วิเคราะห์บนบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์

NER เป้าใหม่ 4.10 บาท จากเดิม 3.10 บาท ความต้องการยางฟื้นตัวนครึ่งปีหลัง


NER กำไร Q2 ทำนิวไฮที่ 224.9 ลบ., คาดครึ่งปีหลังโตเด่น-ลูกค้าใหม่เพิ่ม


บทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์จัดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะการเข้าถึงข้อมูล การวิเคราะห์หุ้นด้วยเครื่องไม้เครื่องมือ หลักคิดทฤษฏีที่สลับซับซ้อน ยากที่นักลงทุนทั่วไปจะเข้าถึงได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องพึ่งพา ข้อมูลจากบทวิเคราะห์มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจลงทุนในหุ้นของเรา แต่เคยมั๊ยครับ บางครั้งบทวิเคราะห์นั้นก็ทำให้เราสับสน บางสำนักมองดีมาก บางสำนักมองแย่มาก ให้ช่วงเวลาเดียวกัน ให้คำแนะนำ รวมถึงให้ราคาเหมาะสมแตกต่างสุดกู่ แล้วนักลงทุนอย่างเราจะเชื่อบทวิเคราะห์สำนักไหนดี


ขอยกตัวอย่างหุ้นตัวหนึ่ง ที่มีการออกบทวิเคราะห์หุ้นออกมามีมุมมอง รวมถึงให้ราคาเป้าหมายของหุ้นตัวนี้แตกต่างกันมาก ซึ่งหุ้นตัวนี้คือ หุ้น NER  ที่ผมติดตามมาโดยตลอด จึงอยากจะมาแบ่งปันถึงมุมมองในการ วิเคราะห์หุ้นให้ได้บนบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ครับ


บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้น NER ไว้ว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/63 อยู่ที่ 60 ล้านบาท ลดลง 41% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยมีการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ประมาณ 127 ล้านบาท และรับรู้อีกประมาณ 29 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อน สำหรับกำไรปกติทำได้ 187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ได้ผลดีจากราคาต้นทุนที่ถูกลง ผู้ประกอบการหลายรายออกจากอุตสาหกรรมไป ลดภาวะแข่งขันด้านราคา อีกทั้ง มีการขายสินค้าล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาในราคาที่สูง แต่ต้นทุนต่ำ จึงทำให้กำไรขั้นต้นสูงขึ้น


ขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะทรงตัว เมื่อเทียบปีก่อนราว 546 ล้านบาท จากผลกระทบของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม คาดว่าความต้องการซื้อจะกลับมาในช่วงปลายปีจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว และยังมีปัจจัยสำคัญในการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่และโรงงานผลิตของลูกค้าในจีนกลับมาเดินการผลิต โดยให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 3.10 บาท


ด้าน บล.ยูโอบีเคเฮียน วิเคราะห์หุ้น NER ไว้ว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/63 ที่ออกมา 60 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก จากผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงินในสัญญาป้องกันความเสี่ยงมากถึง 157 ล้านบาท รวมถึงรายได้ที่ลดลง 3%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากลูกค้าจากประเทศจีนได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ได้เลื่อนการส่งมอบสินค้าออกไป ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นกลับทำได้ดีกระโดดขึ้นเป็น 14% จาก 8 % ของช่วงเดียวกันปีก่อน จากความสามารถในการทำราคาขายและควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่มองแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2/63 จะเติบโตไม่มาก จากผลกระทบของลูกค้าจากจีนที่เลื่อนการส่งมอบในช่วงการระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ดี ความผันผวนที่น้อยลงของอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 2 ไม่มากเหมือนในไตรมาส 1 ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/63 แต่จะน้อยกว่าไตรมาส 2/62 นอกจากนี้ ราคายางในช่วงที่เหลือของปียังอยู่ระดับต่ำ จากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้ลดลง แต่คาดว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวดีกว่าครึ่งปีแรก จากการดำเนินงานของโรงงานผลิตแห่งใหม่ในเดือน พ.ค. ซึ่งทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น โดยให้คำแนะนำเพียง ถือ และราคาเป้าหมายปีนี้ ที่ 2.14 บาท/หุ้น


จากบทวิเคราะห์ของทั้ง 2 สำนักที่ยกตัวอย่างมา จะเห็นได้ว่ามุมมองค่อนข้างแตกต่างกันในแง่ของการเติบโตของหุ้น NER ในปีนี้ รวมไปถึงราคาหุ้นที่แตกต่างกันที่ 2.14 บาท/หุ้น กับ 3.10 บาท/หุ้น ดังนั้นสิ่งที่เราต้องวิเคราะห์ต่อไป บนบทวิเคราะห์ทั้ง 2 สำนักนี้ จากข้อมูลที่มี แนวโน้มการเติบโตของหุ้น NER จะดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ด้วยปัจจัยอะไร ที่เห็นจากบทวิเคราะห์มองสิ่งที่เหมือนกันคือ การเติบโตจากการขยายกำลังการผลิตของโรงงานแห่งใหม่เร็วๆนี้ การแข่งขันในอุตสาหกรรมไม่สูง ผู้เล่นออกไปเยอะควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดี บริหารราคาขายได้กำไรที่สูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญของหุ้นตัวนี้


อย่างไรก็ตาม เรื่องของโรงไฟฟ้าชุมชน ทั้ง 2 สำนักยังไม่ได้เอามาคำนวนในประมาณการเนื่องจากยังต้องรอความชัดเจนภาครัฐ เมื่อใดเข้าโครงการและขายไฟได้คงมีการปรับประมาณการและราคาเป้าหมายขึ้นอีกอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่จากเรื่องโควิด-19 หากยืดเยื้อล่าช้ากว่าที่คาด รวมถึงปัญหาภัยแล้งในปีนี้ส่งผลต่อวัตถุดิบได้ไม่น้อยเช่นกัน


ในที่สุดแล้ว บทวิเคราะห์ที่ให้คำแนะนำ รวมถึงราคาเป้าหมาย ก็เป็นเพียงข้อมูลที่นักลงทุนจะนำไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเชื่อคำแนะนำในบทวิเคราะห์ แต่ให้เราใช้ข้อมูลที่มีในบทวิเคราะห์นั้นๆมาวิเคราะห์ต่อว่าหุ้นตัวนั้นมีความน่าสนใจลงทุนหรือใหม่ เพราะการตัดสินใจขั้นสุดท้ายที่จะลงทุนหรือไม่ คือตัวของนักลงทุนเอง ไม่ใช่บทวิเคราะห์ โชคดีครับ

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X