> SET > BGRIM

29 มิถุนายน 2020

BGRIMผงาดอู่ตะเภา ผุดโรงไฟฟ้าต่อยอด

BGRIM โบรกชี้ผลงาน Q2/63 คาดกำไรทะลุ 1 พันล. รับรู้กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น


BGRIM "เคจีไอฯ"อัพประมาณการกำไรปี 63-64 หลังต้นทุนก๊าซลด


ทันหุ้น –สู้โควิด –BGRIM เซ็นสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ ผุดโรงไฟฟ้าไฮบริดโครงการอู่ตะเภาเฟส 1 กำลังการผลิต 95 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุน 3.8 พันล้านบาท มองมีโอกาสพัฒนาเฟสต่อไปหากดีมานด์ใช้ไฟฟ้าสูง พร้อมเจรจาขายไฟฟ้าให้รถไฟฟ้าไฮสปีดในโครงการอู่ตะเภาไม่ต่ำกว่า 20 เมกะวัตต์ แย้มมีโอกาสนำเข้า LNG มาใช้ในโครงการด้วย ย้ำรายได้ปี 2563 โต 10%


นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า การลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ จำนวน 100ไร่ ระยะเวลาการเช่า 29 ปี 6 เดือน เพื่อประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็นในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (EEC) ที่ถือเป็นโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักของ EECโดยสนามบินอู่ตะเภาจะเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งใหม่ในอนาคตที่จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ


*เฟสแรกลงทุน 3.8 พันลบ.


ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาเฟสแรกจะเป็นโครงการงานระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยจะผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid Power Plant) ระหว่างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Co-Generation Power Plant) โดยใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (PV Solar Farm) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดตามแนวคิดหลักของ EEC มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 95 เมกะวัตต์ พร้อมด้วยระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ (Energy Storage System-ESS) ขนาด 50 เมกะวัตต์ชั่วโมง มูลค่าการลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 3.8 พันล้านบาท ระยะเวลาการก่อสร้าง 2 ปีครึ่ง ทั้งนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนโครงการดังล่าวจะอยู่ที่ 12% โดยจะพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2567


นอกจากนี้มีโอกาสที่จะจัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมเมื่อสนามบินมีการพัฒนาสูงสุดและมีความต้องการพลังงานไฟฟ้ามากกว่า 95 เมกะวัตต์ และเสริมความมั่นคงด้วยการสำรองไฟฟ้า 100% ขณะเดียวกันยังมีการเจรจาที่จะจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่อยู่ในสนามบินอู่ตะเภาขนาดกำลังการผลิตมากกว่า 20 เมกะวัตต์


อีกทั้งบริษัท ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก นำโดย China Energy Engineering Corporation หรือ Energy China ซึ่งเป็นบรรษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า Hybrid และ Korea Electric Power Corporation หรือ KEPCO บรรษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากสาธารณรัฐเกาหลีให้การสนับสนุนเทคโนโลยีระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน - ESS และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ - EMS พร้อมทั้งมี Siemens จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สนับสนุนเทคโนโลยี Gas & Steam Turbine


*หวังนำ LNG มาใช้ในโครงการ


อย่างไรก็โครงการดังกล่าวมีโอกาสที่จะนำเข้าก๊าซธรรมชาติหรือLNG เข้ามาใช้เองเพื่อเป็นการลดต้นทุน หลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG Shipper) จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) แต่อาจจะต้องมีการไปขอปริมาณการใช้เพิ่ม ส่วนแผนการนำเข้าLNG นั้นจะเริ่มในปี2565 หลังจากการก่อสร้างโครงการSPP ของบริษัทแล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกแหล่งซัพพลาย คาดว่าจะได้ข้อสรุปปีนี้


ทั้งนี้ในส่วนของผลประกอบการปี 2563 คาดว่ากำไรจะเติบโตประมาณ 10-15% จากปีก่อน หลังจากราคาก๊าซ ซึ่งเป็นต้นทุนโรงไฟฟ้าปรับตัวลดลง แต่ในแง่ของรายได้รวมคาดว่าจะเติบโต 10%

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X