> เคล็ดลับลงทุน > ABM

29 มิถุนายน 2020

SNAPSHOT : ABM

ABMปั๊มยอดส่งออกโต3เท่า ทุ่ม46ล้านเนรมิตคลังสินค้า


‘ABM’พลิกกำไรแรง504% ออเดอร์ล้น-รอส่ง5หมื่นตัน


ABM บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน)


Company Background


บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริการเชื้อเพลิงชีวมวลรายใหญ่ ซึ่งบริษัทดำเนินกิจการมามากกว่า 60 ปี โดยบริษัทเป็นผู้จัดหาและจัดจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวล 5ประเภท คือ 1) กะลาปาล์ม 2) ไม้สับและส่วนอื่นๆของไม้ 3) ขี้กบ ขี้เลื่อย และฝุ่นไม้ 4) ชีวมวลอัดแท่ง และ 5) สินค้าอื่น โดยบริษัทรวบรวมสินค้าที่มีคุณภาพจากหลายแหล่งทั้งในและต่างประเทศ จำหน่ายให้กับผู้ที่มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในกระบวนการผลิต ได้แก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มโรงไฟฟ้า และผู้ที่นำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ พร้อมด้วยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า


Key Development of Company


สิงหาคม 2527 บริษัทจดทะเบียนก่อตั้งในนาม บริษัท อุตสาหกรรมผงธูปไทย จำกัด และบริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด ในปี 2552

ธันวาคม 2554 บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท สถาพรธนาพัฒน์ จำกัด และ บริษัท ภาประภัส จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิม

พฤศจิกายน 2556 จัดตั้ง PT. Asia Biomass Indonesia ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีทุนจดทะเบียนเทียบเท่ากับ 1.20 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา และชำระแล้ว 0.3 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา

กรกฎาคม 2557 จัดตั้ง Asia Biomass Energy SDN. BHD. เป็นบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศมาเลเซีย ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเท่ากับ 0.50ล้านริงกิตมาเลเซีย

ตุลาคม 2558 จัดตั้ง Asia Biomass Resources SDN. BHD. เป็นบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศมาเลเซีย ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเท่ากับ 0.50 ล้านริงกิตมาเลเซีย

กุมภาพันธ์ 2561 บริษัทเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวน 75 ล้านหุ้น

พฤศจิกายน 2561 จัดตั้ง บริษัท เอบีเอ็ม เพลเลทส์ จํากัด โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเท่ากับ 1 ล้านบาท


Business Plan


- บริษัท มีแผนเข้าลงทุนไปยังโครงการต้นน้ำ เพื่อเพิ่มความมั่นคงในด้านการจัดหาสินค้าชีวมวลตลอดทั้ง Supply Chain เช่นการเข้าลงทุนในโรงผลิตไม้สับ และลงทุนโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่ง รวมถึงการเข้าร่วมลงทุนในการจัดหาไม้ที่ได้จากป่าปลูกในระยะยาว

- ด้านการตลาด บริษัทมีแผนขยายไปตลาดต่างประเทศ ทั้งในส่วนของเชื้อเพลิง กะลาปาล์ม และชีวมวลอัดแท่งเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยบริษัทจะมุ่งเน้นการทำสัญญาระยะยาวเพื่อเพิ่มความมั่นคงของรายได้อย่างต่อเนื่อง

- บริษัทมีแผนที่จะสรรหาชีวมวลที่หลากหลาย เพื่อเป็นการเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ และเพื่อรองรับการสับเปลี่ยนชีวมวลจากปัญหาความผันผวนของราคาชีวมวลที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการสนองความต้องการของลูกค้าในระดับสูงสุด

- บริษัทมุ่งมั่นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ โดยการหาทำเลที่เหมาะสมในการกระจายสินค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเช่าคลังสินค้าและลดต้นทุนการขนส่ง โดยบริษัทยังคงพัฒนาในด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง

- บริษัทมีการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือของบริษัทให้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ให้มากเกินไป เพื่อเป้าหมายคือ ลดระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ยของบริษัทลง ลดปัญหาสินค้าคงเหลือเสื่อมคุณภาพ และลดปัญหาค่าใช้จ่ายต้นทุนสินค้าสูงเกินไป


Investment Highlight


ปัจจัยภายนอก


- ประเทศไทย ตามแผนนโยบายแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579 (AEDP 2015) ตั้งเป้าสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนอยู่ที่ 30%ของพลังงานรวม โดยบริษัทประเมินพลังงานความร้อนจากชีวมวลจะเพิ่มขึ้น 6.55%CAGR และพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลจะเพิ่มขึ้น 3.18%CAGR

- ญี่ปุ่น มีแผนที่จะลดสัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์ลง และปรับแผนการพัฒนาสัดส่วนพลังงานทดแทน จาก 10% ใน ปี 2554เป็น 22-24% ในปี 2573ซึ่งเชื้อเพลิงชีวมวลของประเทศญี่ปุ่นยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

- ประเทศเกาหลีใต้ มีนโยบายลดการใช้พลังงานจากนิวเคลียร์ ทำให้มีการปรับแผนโดยเพิ่มพลังงานทดแทนจาก 1.7%ในปี 2559 เป็น 11%ในปี 2578ซึ่งทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะจากชีวมวลอัดแท่ง


ปัจจัยภายใน


- บริษัทมีการลงทุนในโรงงานไม้สับซึ่งได้เปิดดำเนินงานแล้ว และยังมีแผนลงทุนในโรงงานชีวมวลอัดแท่งตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท ในการบริหารห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

- บริษัทมีการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่องและให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการลดต้นทุนของบริษัท ประหยัดเวลาในการจำหน่ายสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรให้บริษัท

- บริษัทเน้นขายสินค้าโดยการส่งสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิตไปยังลูกค้ามากขึ้น เพื่อที่จะลดปัญหาสินค้าคงเหลือในคลังสินค้ามากเกินไป และเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของกระแสเงินสดจากการขายสินค้าที่เร็วขึ้น


ABMออเดอร์นอกจ่อคิว2หมื่นตัน 

ทุ่มเงิน70ล.-ซื้อคลังสินค้าระยอง


ทันหุ้น-สู้โควิด -ABM ออเดอร์นอกบ้านรอคิวส่ง 2 หมื่นตัน ชี้ดีมานด์ล้น คาดสัดส่วนวิ่งชน 35% จากปีก่อน 25% ฟากผู้บริหารกางแผนครึ่งหลัง ทุ่มเงิน 50-70 ล้านบาท ซื้อคลังสินค้าระยอง ลดต้นทุน การขนส่ง ปักธงรายได้ปีนี้ 1.8 พันล้านบาท ผลงานครึ่งปีหลังสดใส


นายปองธรรม แดนวังเดิม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM ผู้ประกอบธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวมวล เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนจะลงทุนซื้อคลังสินค้าที่จังหวัดระยอง โดยวางงบลงทุนไว้ที่ 50-70 ล้านบาท คาดจะเห็นความชัดเจนใน 1-2 เดือนข้างหน้า หากเป็นไปตามแผน คาดจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และมีโอกาสทำให้มาร์จิ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงานให้สั้นลงอีกด้วย


ออเดอร์นอกจ่อเสียบ



ขณะที่ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/2563 บริษัทคาดจะเป็นจุดต่ำสุด เนื่องจากลูกค้าหลักของบริษัท เช่น ลูกค้ากลุ่มสิ่งทอ ลดกำลังการผลิต หลังส่งออกเสื้อผ้าหยุดดำเนินการ เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ปริมาณคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เชื้อเพลิงสำหรับใช้ในโรงงานชะลอตัวไปด้วย


ทั้งนี้บริษัทประเมินแนวโน้มธุรกิจจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่ไตรมาส 3/2563 เป็นต้นไป โดยประเมินทิศทางครึ่งปีหลังปี 2563 จะดีกว่าครึ่งปีแรก อีกทั้งบริษัทมีออเดอร์ไม้สับจากลูกค้าต่างประเทศรอส่งมอบที่ 2 หมื่นตัน โดยจะเริ่มส่งมอบภายในครึ่งปีหลัง และบริษัทคาดสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 35% จากปีก่อนที่ 25% หลังออเดอร์ลูกค้าต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่แนวโมออเดอร์ในประเทศอาจะชะลอตัวลง ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ และหลายอุตสาหกรรมหยุดดำเนินกิจการในช่วงครึ่งปีแรก


ยอดขายแตะ7แสนตัน


สำหรับทิศทารายได้ทั้งปี 2563 บริษัทคาดจะเพิ่มขึ้นมาแตะที่ 1.8 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ 1.33 พันล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากปริมาณการขายที่เติบโตในทิศทางเดียวกัน โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มปริมาณการขายที่ 7 แสนตัน จากปีก่อนที่ 5 แสนตัน บริษัทจะผลักดันปริมาณการขายทุกๆประเภททั้ง ยอดขายจากกะลาปาล์ม ยอดขายจากไม้สับ และยอดขายจากวู้ดพาเลซ ในปี 2562 บริษัทมีรายได้ที่ 1.33 พันล้านบาท และขาดทุน 15.66 ล้านบาท


อนึ่ง ผลประกอบการไตรมาส 1/2563 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการอยู่ที่ 522.80 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน 313.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.93% และกำไรสุทธิจากส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่ 19.54 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนขาดทุน 4.83 ล้านบาท พลิกมีกำไร 504.45%ซึ่งเกิดจากการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัททั้งจากยอดขายรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น


โดยปริมาณการขายเชื้อเพลิงชีวมวลโดยรวมของบริษัท ในไตรมาส 1/2563อยู่ที่ 1.6 หมื่นตัน เพิ่มขึ้น 31.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายจากต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ปริมาณการขายในประเทศในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 1.06 หมื่นตัน ลดลง 1.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากปริมาณการขายไม้สับลดลง ในขณะที่ราคาขายไม้สับที่สูงขึ้นปริมาณการขายในประเทศเพิ่มขึ้น


ขณะเดียวกันปริมาณการขายจากต่างประเทศอยู่ที่ 5.9 พันตัน ในไตรมาส 1/2563เพิ่มขึ้น238.36%ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการส่งออกไม้สับที่เริ่มมีการส่งออกตั้งแต่ในไตรมาส 3/2562ทำให้ปริมาณการขายจากต่างประเทศเติบขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X