> SET > PRIME

30 มิถุนายน 2020

PRIME ปีนี้รายได้พันลบ. ผนึกพาร์ทเนอร์ลุยควิกวิน

PRIMEซิวงานEPCตุนพอร์ต เดินหน้าลงทุนธุรกิจไฟฟ้า


การซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร บจ. ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2563


ทันหุ้น-สู้โควิด - PRIME เปิดดีลร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ลุยโรงไฟฟ้าชุมชน อัพฐานกำลังผลิตเพิ่ม คาดชัดเจนช่วงครึ่งหลังปีนี้ แถมควักงบราว 700 ล้านบาท ขยายฐานลงทุนเพิ่ม พร้อมวางหมากปี 2566กำลังผลิตแตะ 1 พันเมกะวัตต์ จากสิ้นปีนี้คาดอยู่ที่ 400 เมกะวัตต์ ส่วนปีนี้เคาะเป้ารายได้ 1 พันล้านบาท รับทรัพย์ค่าไฟเพิ่ม-EPC เสริม


นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME ผู้ผลิตพลังงานสะอาดชั้นนำ เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการหาพาร์ทเนอร์รายใหม่เพิ่มเติม เพื่อร่วมมือกันเข้าประมูลและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (ควิกวิน) ที่ทางภาครัฐจะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าเสนอพัฒนาโครงการดังกล่าวในอนาคต คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 2563


อัพงบเสริมฐานไฟฟ้า

สำหรับปีนี้ทาง PRIME ได้วางงบลงทุนไว้ราว 600-700ล้านบาท ใช้สำหรับการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปในรูปแบบต่างๆ เช่น การร่วมลงทุน, การเข้าซื้อกิจการ (M&A) ฯลฯ หวังเสริมกำลังผลิตไฟฟ้ารวมและติดตั้งใหม่ในปีนี้ให้เพิ่มขึ้น โดยแหล่งเงินทุนนั้นคงมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและวงเงินกู้ของสถาบันการเงินต่างๆ อย่างไรก็ดี หากทุกอย่างสำเร็จตามที่วางไว้ บริษัทคาดน่าจะช่วยสนับสนุนให้กำลังผลิตไฟฟ้ารวมและติดตั้งขยับเพิ่มเป็น 400 เมกะวัตต์ในสิ้นปี 2563


ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดรวม 287 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟแล้ว 179 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง 108 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยจำนวน 132.3 เมกะวัตต์, ประเทศญี่ปุ่นจำนวน 68.2 เมกะวัตต์, ไต้หวันจำนวน 8.5 เมกะวัตต์


นอกจากนี้ บริษัทเตรียมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78 เมกะวัตต์ หลังจากชนะการประมูลระดับนานาชาติซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูลจากทั่วโลกกว่า 100 บริษัท โดยโครงการนี้จะมีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้า 60เมกะวัตต์ซึ่งจะก่อสร้างที่จังหวัดกัมปงชนัง และด้วยประเทศกัมพูชา เป็น 1ในประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังขยายตัวทั้งภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทำให้มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปริมาณมากบริษัทจึงคาดว่าจะมีโอกาสขยายการลงทุนในประเทศกัมพูชาในอนาคตเพิ่มเติมด้วย


ปีนี้รายได้พันล.

อย่างไรก็ดี ในปี 2563 บริษัทยังคงตั้งเป้ารายได้ไว้ราว 1 พันล้านบาท ผลจากธุรกิจมีการรับรู้รายได้จากสัญญาขายไฟให้กับรัฐ และการรับเหมาติดตั้ง (EPC)ใน Solar Rooftop อีกทั้งวางกลยุทธ์ “Go Inter” มุ่งลงทุนโซลาฟาร์มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ “Go Local” มุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในประเทศ ซึ่งในส่วนของโครงการการลงทุนในต่างประเทศนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาหลายโครงการ เพื่อขยายฐานธุรกิจพลังงานในอนาคตอีกทางหนึ่ง


ขณะที่งบการเงินในไตรมาส 1 ปี 2563 บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ประโยชน์จากค่าเงิน

ทำให้เมื่อเปรียบเทียบกับงบการเงินในธุรกิจโรงไฟฟ้าในช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ จะมีรายได้รวม 185.48 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 12.85% จากรายได้รวม 164.25 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปี 2562 และมีกำไรสุทธิ 91.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.34% จากกำไรสุทธิ 78.83 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปี 2562 โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิสูงประมาณ48.86% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มโรงไฟฟ้า


ส่วนในแง่ทุนจดทะเบียนของ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘PRIME’ นั้นปัจจุบันมีทุนที่ชำระแล้ว 17,017,941,757 บาท ซึ่งมีมูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น (ราคาพาร์ 1 บาทต่อหุ้น) รวมทั้งจากข้อมูลทางการเงิน ณ 31 มีนาคม 2563 บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพียง 1.13 เท่า โดยมีสินทรัพย์ราว 5.51 พันล้านบาท และหนี้สินรวมราว 2.9 พันล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 2.59 พันล้านบาท”

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X