> SET >

04 กรกฎาคม 2020

ตลท. เพิ่มข้อมูลความยั่งยืนของ บจ. ใน settrade, "หยวนต้า"คัด 7 หุ้น ESG ธีมลงทุนใหม่

ทันหุ้น-สู้โควิด : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลท. ส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลด้านความยั่งยืนของ บจ. ไทย เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยรวบรวม "ESG Information"หรือข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งรายชื่อหุ้นในดัชนีความยั่งยืน และผลการประเมินไว้ในเว็บไซต์ settrade.com พร้อมจับมือ 2 พันธมิตรผู้ประเมิน ESG ระดับสากล Arabesque S-Ray และ Vigeo Eiris ในการเผยแพร่ข้อมูลผลการประเมิน

 

ดร. รินใจ ชาครพิพัฒน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน มิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) นับว่ามีความสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนทั่วโลกรวมถึงไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯส่งเสริมการลงทุนโดยยึดหลักความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทยเพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนโดยล่าสุดเผยแพร่ข้อมูล "ESG Information" ในเว็บไซต์ settrade.com


"ESG Information" รวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย ได้แก่ ข้อมูลการเป็นองค์ประกอบในดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ดัชนี SET THSI และรายชื่อหุ้นยั่งยืน ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และผล การสำรวจการกำกับดูแลกิจการ (CG Report) โดยสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) นอกจากนี้ ยังรวมเอาข้อมูลจากพันธมิตรระดับโลก Arabesque S-Ray และ Vigeo Eiris ซึ่งให้บริการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Rating Agencies)ของธุรกิจทั่วโลก นำข้อมูลผลการประเมินด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียนไทยมาเผยแพร่ให้ผู้ลงทุนไทยติดตามข้อมูลได้โดยสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อการเปรียบเทียบมุมมองความยั่งยืนทั้งในบริบทของตลาดทุนไทยและผ่านมุมมองขององค์กรระดับสากล เพื่อผู้ลงทุนไทยมีข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้น ซึ่งสะท้อนศักยภาพในการเติบโตและมูลค่ากิจการในระยะยาว


เกออร์ก เคลล์ ประธานกรรมการ บริษัท อะราเบสก์ กรุ๊ป และกรรมการบริหารผู้ก่อตั้งกรอบความร่วมมือการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่าตลาดหลักทรัพย์ไทยมีความโดดเด่นด้านการส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนให้ดำเนินงานตามหลัก ESG รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนโดยคำนึงถึงความยั่งยืนบริษัทเชื่อว่าข้อมูลการประเมินความยั่งยืนในหลากหลายมิติของ Arabesque S-Rayจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทย


จูเลียต แมคเครซี หัวหน้าตลาดกลุ่มประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท วิจีโอ ไอริส จำกัด กล่าวว่า การเผยแพร่ข้อมูลคะแนนด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียนไทยในครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือหนึ่งเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ลงทุนและเชื่อว่าจะมีส่วนในการส่งเสริมแนวคิดการลงทุนอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคต่อไป


ผู้ลงทุนสามารถติดตามข้อมูลความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทยที่เมนู "ESG Information" ภายใต้เมนูสินค้า"หุ้น" หรือในหน้าข้อมูลหุ้นรายตัว ที่ www.settrade.com ได้แล้ววันนี้


**"หยวนต้า" มอง ESG Analysis ธีมการลงทุนใหม่


บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า ผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ตลาดการเงินผันผวนสูง นักลงทุนทั้งสถาบันและรายบุคคลทั่วโลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในหุ้นยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่ กองทุนหุ้น ESG ในต่างประเทศ สามารถสร้างผลตอบแทนนับจากต้นปีนี้จนถึงปัจจุบัน เป็นบวกได้อย่างน่าประทับใจ ในมุมมองประเมินจุดเด่นของหุ้น ESG คือ ความเสี่ยงทางธุรกิจในระยะยาวควรจะต่ำกว่าหุ้นทั่วไป เพราะใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่มักเป็นความเสี่ยงอย่างไม่คาดฝัน และกระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ 

          

สำหรับการลงทุนหุ้น ESG ในไทย เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งหมายความว่านักลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทที่มี ESG มากขึ้นเช่นกัน ได้คัดกรองหุ้นจาก SETTHSI INDEX ผ่านปัจจัยพื้นฐาน PBV, D/E Ratio, และ ROE พบว่ามี 7 หลักทรัพย์ที่น่าสนใจ คือ AMATA, EA, INTUCH, PTT, SCC, SPALI, TTW แม้หุ้น ESG ในไทยยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะชนะตลาดในระยะยาว แต่ฝ่ายวิจัยฯ มั่นใจว่า ถ้านักลงทุนนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Asset Allocation จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  


แก่นของการลงทุนในหุ้น ESG ไม่ได้มุ่งเสาะหาบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนในหุ้นที่คาดหมายว่าความเสี่ยงทางธุรกิจจะต่ำกว่าอุตสาหกรรม หรือตลาดโดยรวม เพราะบริษัทเหล่านี้จะใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social), และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะที่ ในมุมของนักลงทุน สามารถประยุกต์ใช้ ESG เพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละอุตสาหกรรม และนำไปช่วยจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) เพื่อสร้างผลตอบแทนให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการทรุดตัวอย่างหนักของสินทรัพย์ลงทุน ทำให้กองทุน ESG ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ข้อมูลของ Morning Star บ่งชี้ว่ามีเม็ดเงินไหลเข้าช่วงไตรมาส 1/63  ราว 4.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ  สวนทางกับกองทุนทั่วไปที่เม็ดเงินไหลออก 38.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อพิจารณาผลตอบแทนของ S&P ESG INDEX พบว่า -6.1% นับจากต้นปีจนถึงขณะนี้   ดีกว่า S&P500 ที่ -7.6%   ขณะที่ ผลตอบแทนของกองทุน ETF เช่น Nuveen ESG Large-Cap Growth (NULG) +10% และ iShares ESG MSCI USA ETF (ESGU) +0.6% 


ส่วนดัชนี SETTHSI INDEX ที่เป็นดัชนีหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ -18.2% นับจากต้นปีนี้ แย่กว่า SET INDEX ที่ -16.6% เล็กน้อย เนื่องจากหุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มท่องเที่ยวของไทยถูกกระทบโดยตรงจากโควิด-19  ซึ่งมี Market Cap. รวมกันราว 25% ของดัชนี จึงทำให้ SETTHSI  เคลื่อนไหวแย่กว่าตลาดชั่วคราว แต่ในระยะยาว ฝ่ายวิจัยคาดว่าหุ้น SETTHSI จะกลับมา Outperform ตลาดได้ เพราะ (1) ความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทเหล่านี้จะลดลงต่อเนื่อง และ (2) นักลงทุนจะให้มูลค่าเพิ่มกับบริษัทที่ยึดหลัก ESG มากขึ้น 


**กรองหุ้น ESG ด้วยปัจจัยพื้นฐานจาก SETTHSI INDEX 


การเคลื่อนไหวของ SETTHSI INDEX ที่ Underperform SET INDEX สะท้อนความเป็นไปได้ที่หุ้น ESG อาจให้ผลตอบแทนแย่กว่าตลาดในบางช่วง แต่เนื่องจาก SETTHSI ยังมีข้อมูลในอดีตไม่มาก (เริ่มคำนวณเมื่อ 2 ก.ค. 61) จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าผลตอบแทนระยะยาวจะสามารถชนะ SET INDEX ได้หรือไม่ 


อย่างไรก็ตาม ถ้าอิงดัชนีหุ้น ESG ต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐฯ พบว่ายังสร้างผลตอบแทนชนะ Benchmark ได้ต่อเนื่อง การทำ Stock Selection โดยการคัดเลือกผ่าน Universe ที่ประกอบด้วยหุ้น ESG จึงยังเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนดีกว่าตลาดได้อย่างยั่งยืน     

          

ฝ่ายวิจัยฯ ได้เลือกที่จะวิเคราะห์หุ้นจาก SETTSHI INDEX จำนวน 58 หลักทรัพย์ เพราะใกล้เคียงกับ Universe ของเรามากที่สุด แล้วนำมาคัดกรองด้วยปัจจัยพื้นฐาน 3 เงื่อนไขคือ (1) Current PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง (2) ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง D/E Ratio น้อยกว่า 2 เท่า และ (3) ROE มากกว่า 10% ที่เป็นค่าเฉลี่ยของตลาด พบว่ามีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ทั้งสิ้น 7 หลักทรัพย์ คือ AMATA, EA, INTUCH, PTT, SCC, SPALI, TTW 

         

 ทั้งนี้ เนื่องจาก Valuation ของตลาดหุ้นไทยที่ PER 19.5 เท่า ค่อนข้างตึงตัว จึงแนะนำให้เลือกลงทุนหุ้น ESG ช่วงที่ราคาหุ้นพักฐาน หรือใช้ปัจจัยทางเทคนิคเพื่อหาจุดซื้อจุดขายที่เหมาะสมอีกครั้ง


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1


         

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X