> SET > STGT

09 กรกฎาคม 2020

ตรวจเช็ค 5 โบรกฯ แห่เพิ่มราคาเป้าหมาย STGT

STGTแกร่งสู้โควิดรอบ2 ถุงมือยางฮิต-บาทอ่อนหนุน


STGT บวกกว่า 3% วอลุ่มหนาแน่น หลังโควิดระบาดรอบ 2 รุนแรงในตปท.


ทันหุ้น-สู้โควิด : โบรกเกอร์ 5 ราย ปรับราคาเป้าหมายของหุ้นบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ STGT เพิ่มขึ้น หลังมองบริษัทได้มีการปรับราคาขายถุงมือยาง และมียอดขายเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการยังมีจำนวนมากจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คำสั่งซื้อหรืออเดอร์ไปจนถึงครึ่งหลังของปีหน้าแล้ว  รวมถึงราคาหุ้นเมื่อพิจารณาจากค่าพี/อี เรโช ยังต่ำกว่าบริษัทผลิตถุงมือยางในมาเลเซีย 


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)  ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิรายไตรมาส 2-3-4 คาดจะทำสถิติใหม่ได้ทุกไตรมาส จากราคาขายเฉลี่ยที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตลอดปีนี้ ซึ่งจากการเผยแผนการปรับราคาวานนี้ ทำให้ต้องปรับประมาณการกำไรขึ้นอีก 18% เป็น 3.85 พันล้านบาท  ขยายตัว 6 เท่าจากปีก่อน 


นอกจากนี้ ด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมถุงมือยางที่แข็งแกร่งขึ้นในภาพรวม ทั้งราคาขายที่ดี ต้นทุนต่ำ และปริมาณขายที่หนาแน่นมากกว่าอุปทาน จึงได้จึงปรับมาใช้ P/E เฉลี่ยกลุ่ม +0.5SD ที่ 24 เท่าเป็นจุดอ้างอิง ได้ราคาเหมาะสมใหม่ 76.00 บาท/ หุ้น คงเหลือ upside 11%  จากเดิมที่ 56 บาทต่อหุ้น ยังคงได้คำแนะนำ "ซื้อ" อย่างไรก็ดีหุ้นปรับตัวขึ้นแรง 100% ใน 4 วัน อาจทำให้มีความผันผวนของราคาระหว่างนี้ได้ 


นอกจากนี้คาดว่าในไตรมาส 2/63  STGT จะมีกำไรสุทธิ 881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% จากไตรมาส 1/63 และเพิ่มขึ้น 392% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังกำลังการผลิตใหม่เข้ามาระหว่างไตรมาส 1/63 และคาดยอดขายรวม 7,200 ล้านชิ้น ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยคาดจะเริ่มปรับตัวขึ้น +9.4% จากไตรมาสแรกปีนี้ เนื่องจากการกำหนดราคาที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกนั้น ได้เริ่มสะท้อนความต้องการที่สูงเข้ามาหลังโรคระบาดโควิด-19   เริ่มแพร่ระบาดระหว่างไตรมาส 1/63  ขณะที่ราคาขายก็ปรับขึ้นอีกราว 15% ในไตรมาส 3/63 และยืนราคาต่อในไตรมาส 4/63 เพื่อให้สอดคล้องกับตลาด


บล.เคทีบี(ประเทศไทย)  ยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น STGT ซึ่งได้ปรับราคาเป้าหมายเป็น 85.00 บาท อิงพี/อี ปี 2563 ที่ 29 เท่า  เทียบเท่า +1SD above 5-yr average PER ของ peer (4 ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ในประเทศมาเลเซีย) จากเดิมราคาเป้าหมายที่ 47 บาทต่อหุ้น โดยมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้น จาก 3 ปัจจัยหลักประกอบด้วย ความต้องการใช้ถุงมือยางยังคงสูงต่อเนื่อง โดยยอดคำสั่งซื้อถุงมือยางมีไปถึงครึ่งหลังปี 2564  จากสถานการณ์โควิด-19  ที่ยังคงเพิ่มขึ้นในหลายประเทศและการกลับมาระบาดรอบ 2 ในอีกหลายประเทศ 


ปัจจัยต่อมาได้แก่ บริษัทสามารถปรับราคาขายในช่วงครึ่งหลังปี 2563  ได้มากกว่าที่คาดเดิม โดยจะปรับเพิ่มขึ้นทันทีครั้งเดียวจากครึ่งปีแรก ราว 30-45% (จากเดิมที่ค่อยๆปรับเพิ่มขึ้นเดือนละ +5%) และปัจจัยสุดท้าย Gross profit margin (GPM) จะดีขึ้น จากการปรับสัดส่วนการผลิตถุงมือยางไนไตรล์ (ยางสังเคราะห์) มากขึ้นเป็น 40-45% ของกำลังการผลิต เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตต่ำกว่ายางธรรมชาติ 


ดังนั้นได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ขึ้น 49% เป็น 4,200 ล้านบาท  และปี 2564  เพิ่มขึ้น +45% เป็น 4,550 ล้านบาท ขณะที่ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น +100% จากราคา IPO 

ที่ 34.00 บาท จากความต้องการของของถุงมือยางที่เพิ่มขึ้นมากจากโควิด-19  อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าราคาหุ้นจะยังคง outperform จาก outlook ที่ยังดีต่อ 


บล.เอเซีย พลัส แนะนำซื้อ ประเมินราคาพื้นฐาน ปี 2563 ของ STGT ใหม่เท่ากับ 90 บาท จากเดิมที่  45 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation ที่น่าสนใจมาก มีค่า PER ปี 2563 ที่ 23 เท่า และ PBV ปี 2563 ที่ 5 เท่า ซึ่งมี Valuation น่าสนใจกว่าหุ้นที่ผลิตถุงมือยางในมาเลเซียมาก ที่ปัจจุบันซื้อขายที่ค่า PER เฉลี่ยราว 35 เท่า ทั้งที่ ผู้ประกอบการถุงมือยางจากมาเลเซียส่วนใหญ่ใช้ EPS กลางปี 2564 มาคำนวณ PER (เพราะปิดปีบัญชีกลางปี 2564) ซึ่งได้ผลบวกจากการปรับเพิ่มราคาขายเต็มปี แต่ก็ยังซื้อขายที่ค่า PER สูงกว่า STGT มาก  


บล.กสิกรไทย ได้เพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น STGT เป็น 85 บาทต่อหุ้นจากเดิมที่ 43.4 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาใหม่เมื่อคำนวณด้วยพี/อี เรโชปี 2563 จะอยู่ที่ 25.4 เท่า เพราะได้มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563-2565 ขึ้น เพื่อสะท้อนราคาขายและยอดขายที่สูงขึ้น 


บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่ของ STGT เป็นราคาเป้าหมายของปี 2564 อยู่ที่ 91 บาท จากเดิมราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 41 บาทต่อหุ้น ซึ่งในระดับราคาเป้าหมายใหม่

ดังกล่าวจะมีค่าพี/อี เรโชประมาณ 32.5 เท่า 


บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ STGT ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่ด้วยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 101% จากราคา IPO และมีความเสี่ยงในการถูกซื้อขายในบัญชี Cash balance ทำให้ในช่วงสั้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไร ในเชิงกลยุทธ์อาจทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัวมองว่าระดับราคาต่ำกว่า 67 บาท เป็นจุดทยอยสะสม ราคาปิดวานนี้ที่ 68.50 บาท คิดเป็น PER63-64 ที่ 35.0 เท่า และ 26.6 เท่า ตามลำดับ (ณ ประมาณการกำไรเดิม)

ราคาหุ้น STGT ช่วงเที่ยงเคลื่อนไหวอยู่ที่ 69.50 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 1.46% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 1,378.18 ล้านบาท 

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X