> เคล็ดลับลงทุน > IIG

19 กรกฎาคม 2020

IIG ธุรกิจแห่งอนาคต เปิดวิถีที่ “ผู้อยู่รอด” ต้องทำ

IIG – ไปต่อ หรือ รอลง (เฝ้ากันดีๆ)


"วิริยะประกันภัย" เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น IIG เป็น 6% จากเดิมถือ 3.5%


วิถีธุรกิจของ "ผู้อยู่รอด" หลังโควิด ต้องเปลี่ยนแปลง “การตลาดดิจิทัล”กลายเป็นสิ่งจำเป็น มากกว่าการตลาดแบบเดิม


นี่คือมุมมองที่ผู้หยั่งรู้ "บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)" หรือ "IIG" เห็น จึงเร่งเดินหน้าขยายตัว เพื่อกวาดโอกาสขนาดใหญ่นี้ อย่างเต็มตัว หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์วาง “ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP)” ที่แพร่หลายอย่างมากในปัจจุบัน


"สมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IIG คือหัวเรือใหญ่ของ IIG ที่สร้างปรากฎการณ์นั้น และกำลังนำพาบริษัทคว้าโอกาสใหญ่อีกรอบ


"หุ้นเราไม่ใช่นิวนอลมอล แต่เราคือผู้ที่จะช่วยธุรกิจทรานฟอร์ม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่า จำเป็นกว่า ทุกยุคมันต้องเปลี่ยนแปลง และดิจิทัล คือทางออกเดียวของธุรกิจ องค์กรจะต้องทำ หรือที่เรียกว่า  Do or die"


@นักจับเทรนด์อนาคต


จะว่าไป เส้นทางของ "สมชาย" เกี่ยวพันกับการบุกเบิกเทคโนโลยี “ซอฟแวร์ไอที”มาโดยตลอด นับตั้งแต่อดีตที่เริ่มต้นขายสินค้า IBM เขาพบว่า ERP จะมีความสำคัญกับธุรกิจทำให้มีประสิทธิภาพ และโดดเข้าสู่ธุรกิจนี้ สามารถฟาดฟันกับยักษ์ใหญ่ Oracle โดดเด่น กระทั่ง Oracle ตั้งเป็นตัวแทนมาถึง 24 ปี


เมื่อโลกเปลี่ยน "สมชาย" คือ ผู้ดำเนินการแรกๆ ที่นำเสนอโอกาสของ "คลาวด์" (cloud) เซิฟเวอร์บนอากาศ แม้ว่าจะพบกับความยากลำบากในช่วงแรก เพราะธุรกิจกลัวข้อมูลจะรั่วไปที่ต่างประเทศ


แต่ด้วยการแก้เกมให้บริษัทผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ใช้ระบบเพิ่มประสิทธิภาพด้วยคลาวด์ ไม่นานนักด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่า และต้นทุนที่ถูกกว่า ทำให้เจ้าอื่นๆ ก็กระโดดเข้ามาตาม จนความนิยมเกิดขึ้น


ส่งผลให้ “ระบบบริหารจัดการสร้างความสัมพันธ์ลูกค้าบนคลาวด์”หรือที่เรียกว่า “CRM on clouding” ฮิตขึ้นมา เพราะด้วยฐานข้อมูลลูกค้า ทำให้การบริหารจัดการเชื่อมต่อกับพฤติกรรมลูกค้ามีประสิทธิภาพ ทำให้ลูกค้าเกิดการจงรักภักดีในแบรนด์


ซึ่งจุดเด่นของธุรกิจ CRM on cloudingนั้นจะมีรายได้เพิ่มขึ้นตาม “ฐานลูกค้า” และ “USER” ที่เพิ่มขึ้น


นั้นหมายความว่าหากบริษัทยังคงอยู่และเติบโต .... IIG ก็สามารถเก็บกินส่วนนี้ได้อย่างต่อเนื่อง!


ด้วยการคลุกคลีกับ “บิ๊กดาต้า”เข้าใจหลักการสร้างความพอใจให้กับฐานลูกค้ามาอย่างยาวนาน 7 ปี จึงสามารถพัฒนาต่อยอดเข้าสู่ “การตลาดดิจิทัล” (Digital marketing) ได้ไม่ยากนัก


@ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง Do or die


“สมชาย” อธิบายว่า Digital marketing จะรวบรวม “บิ๊กดาต้า” สามารถตรวจสอบพฤติกรรมผู้บริโภคในโลกออนไลน์จำนวนมาก มีความสนใจในอะไร อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ทำให้ซื้อสินค้า สามารถที่จะสร้างตัวตนขึ้นมา ผ่าน “การจับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์” จากระบบซอฟแวร์ของ Saleforce


เรียกได้ว่า “Digital marketing” จะ “โฟกัส”กำหนดเห็น “กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย” และเห็นวิธีการที่จะ “เพิ่มยอดขายได้”ชัดเจน กว่าการตลาดแบบออฟไลน์แบบเก่าที่ใช้วิธีการหว่าน


ประกอบกับ “สถานการณ์โควิด” ที่เกิดขึ้นนับเป็นปัจจัยเร่งให้ “ธุรกิจ” ต้องปรับตัวเข้ามา “สู่โลกออนไลน์” มากขึ้น จึงมองว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ธุรกิจจะต้องทรานฟอร์มมาสู่ Digital marketing ไม่เช่นนั้นก็จะแข่งขันไม่ได้


นี่คือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไปแล้ว!!!


@ โอกาสโตอีกมาก


หากส่องผลงานด้านการเงินของบริษัทจะพบว่าเติบโตโดยตลอด


ปี 2560 บริษัทมีรายได้ 175.13 ล้านบาท กำไร 22.98 ล้านบาท


ปี 2561 บริษัทมีรายได้ 204.04 ล้านบาท กำไร 18.22 ล้านบาท


ปี 2562 บริษัทมีรายได้ 396.00 ล้านบาท กำไร 47.75 ล้านบาทแต่รายที่ก้าวกระโดดนี้เกิดจากการปรับโครงสร้างซื้อหุ้น ไอซีอี คอนซัลติ้ง ถ้าหักออกไปก็จะมีรายได้ปกติ 240 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไป


จากการจัดโครงสร้างธุรกิจปี 2562 จะเห็นได้ว่า IIG มี “รายได้จากกลุ่มธุรกิจ CRM และใช้เช่าใช้ระบบซอฟแวร์”จำนวน 219 ล้านบาท คิดเป็น สัดส่วน 55.32% ซึ่งกลุ่มที่ได้รับรายได้สม่ำเสมอ “รายได้จากธุรกิจ ERP” จำนวน 146.12 ล้านบาท สัดส่วน 36.90%  และมี “รายได้จากธุรกิจจัดหาบุคลากรในส่วนงานสารสนเทศ”25.79 ล้านบาท สัดส่วน 6.51%


ขณะที่ “รายได้จากการตลาดดิจิทัล”เพิ่งเริ่มดำเนินการอยู่ที่ 3.72 ล้านบาท หรือ “สัดส่วน 0.94%” ซึ่งจะเห็นได้ว่า “การตลาดดิจิทัล” ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมาบริษัทก็มีลูกค้าในกลุ่มนี้รวมถึง CRM ติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมากจึงจำเป็นที่ต้องเร่งขยายในส่วนนี้ให้เร็ว


ปัญหาก็คืองานล้นอยู่ที่ว่าบริษัทจะสามารถขยายพนักงานได้แค่ไหน ซึ่งการเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นทางหนึ่งในการจูงใจพนักงาน


ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการตั้งสาขาที่เชียงใหม่ ใกล้มหาวิทยาเชียงใหม่และสามารถรีครูตพนักงานได้ 70-80 คน ซึ่งมีอัตราการลาออกที่ต่ำด้วย จึงเป็นโมเดลที่ดีและจะนำโมเดลนี้ไปใช้ที่อื่นต่อไป


@ จับตาศูนย์พัฒนา-แล็ปนวัตกรรม


นอกจากนี้บริษัทยังจะเดินหน้า Development Center และ Innovation Lap โดยใช้เงินจากการระดมทุนราว 54 ล้าบาท เพื่อพัฒนาต่อยอดในอนาคต โดยจะเกิดขึ้นในปี 2563 นี้ ไม่แน่ ในอนาคตอาจจะเห็นซอฟแวร์ของบริษัทเองที่ได้รับความนิยมก็ได้


วันนี้หุ้น IIG อาจจะเป็นหุ้นที่ถูกคาดหวังว่าจะตอบโจทย์ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์


แต่ผู้บุกเบิกวงการซอฟแวร์พัฒนาธุรกิจ ทิ้งทายถึงวิสัยทัศน์ของ IIG ที่มีมาโดยตลอดนั้นก็คือ การที่อยู่ในวงการนี้มานาน เป็นผู้บุกเบิกเห็นการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง


ตราบใดที่เทคโนโลยียังขับเคลื่อนไปข้างหน้า การแสวงหาเครื่องมือที่จะพัฒนาธุรกิจจาก IIG ก็จะดำเนินต่อไป

นั้นหมายความว่า IIG จะมีโอกาสในธุรกิจอยู่เสมอ!

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X