> Trendtalk > AP

06 สิงหาคม 2020

AP

โบรกสแกนผลงานAP ยอดขายแนวราบหนุน ชูปันผล7%-เป้า8.50บ.


APลุยแนวราบ16โครงการ ย้ำยอดขายปีนี้3.35หมื่นล.


ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1340 จุดตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก จากความคาดหวังกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้เศรษฐกิจโลกมีโอกาสฟื้นตัว อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจทำให้การฟื้นตัวไปได้ไม่ไกล โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1320 จุด


ส่วนหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ AP หรือ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โครงการที่พัฒนาประกอบไปด้วย ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม ซึ่งมีทำเลที่ตั้งในเขตชุมชน เมืองหรือใกล้ศูนย์กลางทางธุรกิจ สามารถเดินทางได้สะดวกและเน้นแบบบ้านที่มี THEME ตรงกับความต้องการผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม แต่ละทำเล


ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2563 มีรายได้รวม 5,521 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 618 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.20 บาท กำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 62 ที่มีรายได้รวม 8,093 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.34 บาท

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ (AP) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนการเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 63 จะเน้นไปที่แนวราบ 26 โครงการ มูลค่ารวม 2.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการใน กทม.21 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 7.97 พันล้านบาท และทาวน์โฮม 13 โครงการ มูลค่า 1.33 หมื่นล้านบาท พร้อมรุกตลาดต่างจังหวัดผ่านการเปิดแบรนด์ใหม่ คือ อภิทาวน์ ประเดิม 5 โครงการ มูลค่า 4.7 พันล้านบาทใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ระยอง อยุธยา ขอนแก่น และเชียงราย เริ่มทยอยตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้


ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม จะไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังของปีนี้ เนื่องจากสภาพตลาดยังคงชะลอตัว แต่มองว่ายังมีลูกค้ากลุ่มที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยเอง และกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวในทำเลศักยภาพและเป็นโครงการพร้อมอยู่ หลังจากที่เห็นยอดขายคอนโดมิเนียมของ บริษัท บางกอก ซิตี้สมาร์ท จำกัด (BC) ซึ่งเป็นตัวแทนขายในเครือของ AP ในช่วงครึ่งปีแรกสูงกว่า 4.2 พันล้านบาท และทั้งปีมีโอกาสแตะ 1 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทจะเน้นการขายคอนโดมิเนียมในสต็อก 18 โครงการ มูลค่ารวม 2.1 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลังนี้


ดังนั้น บริษัทจึงมั่นใจทำยอดขายได้ตามเป้า 3.35 หมื่นล้านบาท หลังยอดขายครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 45% ของเป้า โดยถือว่าค่อนข้างดีแม้จะเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์แผนงานการขายและการทำการตลาด ส่งผลช่วยผลักดันยอดขายได้ในระดับที่ดีที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แม้จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2.08 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากโครงการแนวราบเป็นหลักกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัทเปิดโครงการแนวราบใหม่ถึง 14 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1.55 หมื่นล้านบาท ประกอบกับ การทำโปรโมชั่นเพื่อระบายสต็อกที่เน้นคอนโดนิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน ทำให้มียอดขายคอนโดมิเนียมราว 2.2 พันล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก แม้จะไม่มีการเปิดขายโครงการใหม่


ส่วนรายได้ในปี 63 ยังมั่นใจทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 4.05 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทยังเชื่อมั่นว่าแนวโน้มการโอนในช่วงครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้น หลังจากเห็นสัญญาณยอดโอนในช่วงไตรมาส 2/63 ทำได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา เมื่อเทียบกับยอดโอนในไตรมาส 2/61 ที่เคยทำได้ราว 1 หมื่นล้านบาท และมากกว่ายอดโอนในไตรมาส 4/59 ที่เคยทำได้สูงสุด 1.15 หมื่นล้านบาท จากการโอนโครงการแนวราบเป็นปัจจัยหนุนหลัก


บริษัทมั่นใจแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/63 จะฟื้นตัว เพราะยอดโอนจากไตรมาส 2/63 ถือว่าเติบโตก้าวกระโดดจากไตรมาส 1/63 ที่มียอดโอน 6.82 พันล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการโอนคอนโดมิเนียมตั้งแต่ช่วงเดือนส.ค.นี้ 2 โครงการใหม่ที่สร้างเสร็จ ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 มูลค่า 9.8 พันล้านบาท มียอดขาย 94% และ ASPIRE อโศก-รัชดา มูลค่า 2.9 พันล้านบาท มียอดขาย 95% พร้อมกับมีการทยอยโอนต่อเนื่อง LIFE ONE วิทยุ และ LIFE ลาดพร้าว ที่โอนต่อเนื่องจากไตรมาส 2/63


ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) 5.61 หมื่นล้านบาท จะรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังราว 2.88 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยโอนไปจนถึงปี 63


บริษัทมีกระแสเงินสดรองรับการดำเนินธุรกิจที่สูงกว่า 3 พันล้านบาท และไม่เร่งลงทุนในการซื้อที่ดินเข้ามาเพิ่มขึ้นโดยได้ปรับลดงบซื้อที่ดินลงมาเหลือ 4 พันล้านบาท จากเดิมที่ 8 พันล้านบาท โดยที่ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทใช้งบซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 1 พันล้านบาท


AP มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus อยู่ที่ 7.11 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 7.90 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 6.20 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค หลังจากเคลื่อนไหวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐานเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 6.05 ทำให้แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 7.20 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ต่อเนื่อง จะมีแนวต้านถัดไปที่ 8.00 แต่ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่า 6.00 ลงไป จะเป็นสัญญาณขายทางเทคนิค


สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ Trendtalk

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X