> SET > CPALL

13 สิงหาคม 2020

CPALL กำไร Q2/63 ดีกว่าคาด โบรกชี้ Q3/63 พลิกฟื้น

จับตา CPALL-TU


'ทิสโก้' สแกน "กลุ่มพาณิชย์" หั่นมูลค่าเหมาะสมปีหน้า CPALL-MAKRO-BJC


ทันหุ้น - สู้โควิด - บริษัหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง CPALL ว่า ประกาศกำไรปกติ 2.8 พันล้านบาท (-39%YoY,-48%QoQ) ดีกว่าที่เราคาด 22% จากค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลงมากกว่าที่คาด ขณะที่ได้ผลประกอบการ MAKRO ช่วยหนุน


รายได้อยู่ที่ 1.23แสนล้านบาท(-11%YoY,-13%QoQ) มีผลกระทบหลักจาก COVID-19 ทำให้มีการประกาศเคอร์ฟิว หยุดการเปิดในช่วงระยะเวลากลางคืน รวมถึงการจำกัดพื้นที่ในการเดินทาง ประกอบกับการหยุดจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลต่อยอดขายจากสินค้าดังกล่าวหายไปในระหว่างเดือนเม.ย- พ.ค

จำนวนลูกค้าต่อวันลดลงเป็น 841 คน/วัน/สาขา จากปกติ อยู่ที่ราว 1.1 พันคน/วัน/สาขา ขณะที่ยอดขายต่อบิลเพิ่มขึ้นเป็น 79 บาท เนื่องจากบริษัทเพิ่มสินค้าที่ขายเป็นขนาดครอบครัว(ใหญ่)เพิ่ม


ระดับมาร์จิ้น 21.5% ลดลงจาก 1Q63 ที่ 22.1% และ 2Q62 ที่ 22.6% ผลกระทบจากสินค้าที่มีมาร์จิ้นดีเช่นเครื่องสำอางมียอดขายที่ลดลงเกิดจาก WFH และจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป


ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 2.6 หมื่นล้านบาท (-10%YoY,-5%QoQ) ลดลงเนื่องจากบริษัทมีการลดค่าใช้จ่ายพนักงานPart-time และค่าสาธารณูปโภค หลังกรอบเวลาเปิด-ปิดลดลงตามประกาศเคอร์ฟิว


ผลประกอบการ MAKRO มีกำไรปกติ 1.1พันล้านบาท (-0.4%YoY,-30%QoQ) จากรายได้ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท (-9%YoY,-%QoQ) และระดับมาร์จิ้น 9.6%ทรงตัวเมื่อเทียบกับ 2Q62 ที่ 9.5% ปรับลดลงเมื่อเทียบกับ 1Q63 ที่ 10.1% สาเหตุจากสัดส่วนของสินค้าที่ขายจาก Non-Food ที่มาร์จิ้นดีลดลง


ผลประกอบการโดยรวม1H63 มีกำไรปกติ 8.4 พันล้านบาท -19.3%YoY ผลกระทบหลักจากมาร์จิ้นที่ลดลง 70Bps เป็น 21.8% จาก 22.5% ขณะที่รายได้โดยรวม 2.6 แสนล้านบาท ลดลง 3%YoY


CPALL รายงาน SSSG ใน 2Q63 - 20.2% YoY สูงจากอดีต ผลกระทบหลักเกิดจาก COVID-19 ที่ระยะเวลาการขายสินค้าถูกจำกัดและสินค้าไม่ได้บางประเภทเช่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถขายได้ ขณะที่ MAKRO จะมี SSSG ใน 2Q63 ที่ติดลบเช่นกัน -3.7% YoY และส่วนหนึ่งเกิดจากฐานสูงใน 2Q62 ที่มี SSSG เป็นบวกถึง 9% อย่างไรก็ดีเราคาด SSSG ที่ลดลงของ MAKRO เป็นตัวเลขที่ติดลบน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯโดยเฉลี่ยราว 15%เนื่องจากสินค้าในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการซื้อสินค้าสดในการปรุงอาหารเองหลังประกาศล็อกดาวน์


แนวโน้ม 3Q63 พลิกฟื้น ผลของการปลดล็อกดาวน์และปัญหา COVID-19 เริ่มคลี่คลายลงในกลางเดือน มิ.ย ทำให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น โดยระยะเวลาที่ถูกจำกัดและสินค้าที่ขายสามารถขายได้เป็นปกติ คาด SSSG ของ 7-eleven จะเริ่มกลับมาเป็นบวกได้ เช่นเดียวกันกับ MAKRO ที่มี SSSG ในช่วงเดือน ก.ค เป็นบวกราว 3-5%YoY


การเปิดสาขาใหม่ยังอยู่ในแผน CPALL ได้มีการเปิดสาขาใหม่ใน 2Q63 106 สาขา ทำให้ในช่วง 1H63 มีสาขาใหม่ 377 แห่ง โดย CPALL ยังคงตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ ทั้งปีที่ 700 สาขา หากเป็นไปตามคาด CPALL จะมีสาขา 7-eleven ณ สิ้นปี 2563 ราว 1.24 หมื่นแห่ง เช่นเดียวกันกับ MAKRO ใน 2Q63 มีการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง 1) Fresh @ Makro Store รามอินทรา 2) Food Service Store อมตะนคร และ 3) Classic Store (ย่างกุ้ง ประเทศพม่า) โดยคงแผนการเปิดสาขาภายในประเทศ5-8 แห่งภายในปี ขณะที่การขยายสาขาในต่างประเทศรอสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย


ประเด็นการเข้าซื้อ Tesco รอชัดเจนภายใน 3 เดือน ขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า(กขค.) รอบที่ 2 เพื่อชี้ขาดในการควบรวม


คงคำแนะนำ ซื้อ คาด 3Q63 จะเห็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป หลังผลกระทบจาก COVID-19 ลดลง คาด SSSG และผลประกอบการโดยรวมดีขึ้น ส่วนหนึ่งได้ผลกระทบเชิงบวกจากมาตรการเยียวยาและท่องเที่ยวของภาครัฐช่วยหนุนกำลังซื้อได้บางส่วน


อย่างไรก็ดีประเด็นที่อาจเป็นแรงกดดัน แรงซื้อคือภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เราปรับประมาณการกำไรปี 2563 และ ปี 2564 ลง 22% และ 17% เป็น 1.8 หมื่นล้านบาท และ 2 หมื่นล้านบาท จากผลกระทบจากCOVID-19 และกำลังซื้อที่ลดลง ปรับใช้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2564 ที่ 80 บาท ( DCF ) ภายใต้สมมุติฐาน WACC 5.6% และ Terminal Growth 2.5%

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X