> mai > MGT

19 สิงหาคม 2020

MGTมีแววผลงานทั้งปีทำนิวไฮ บริษัทลูกหนุนโตทะลุ100%

MGTใส่เกียร์ร่วมทุนพาร์ทเนอร์ ทุ่มงบลงทุน30ล.ผุดคลังสินค้า


MICRO มองโควิดกระทบสั้น มั่นใจพอร์ตโตต่อ


ทันหุ้น – สู้โควิด - MGT ส่งสัญญาณผลงานทั้งปีมีลุ้นทำนิวไฮ หลังกวาดกำไรครึ่งปีแรก 71.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.84% ได้บริษัทย่อยหนุน ฟากบิ๊ก “วิทยา อินาลา” เดินหน้าผนึกพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น คาดชัดเจนไตรมาส 4 นี้ ส่องทิศทางรายได้วิ่งฉลุย 850 ล้านบาท ยิ้มรับออเดอร์เดือนสิงหาคมเข้าสู่ภาวะปกติ


ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT เปิดเผยว่า คาดแนวโน้มผลประกอบการปี 2563 จะทำสถิติใหม่สูงสุด หรือ นิวไฮ เนื่องจากครึ่งปีแรกปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นไปที่ 71.10 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 35.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.70 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 100.84%  โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากบริษัทย่อย หรือ บริษัท เมกาเคมพลัส ซึ่งนำเข้าเอทานอลแปรรูปมาจำหน่ายมากขึ้นในช่วงโควิด-19  โดยเอทานอลดังกล่าวนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเจลล้างมือ หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อ


ออเดอร์เข้าปกติ


ขณะที่ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังปี 2563 บริษัทมองว่ายังอยู่ในทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) บริษัท เมกาเคมพลัส มีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณหรือวอลุ่มการขายอาจะไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน หรือ พฤษภาคมที่ผ่านมา ธุรกิจ เศรษฐกิจในประเทศไทยหรือทั้งโลกได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลให้มีการล็อกดาวน์ในประเทศต่างๆ ซึ่งธุรกิจน่าจะตกลงมาต่ำสุดในช่วงเดือน มิถุนายนถึงกรกรฎาคม แต่พอเข้ามาสู่เดือนสิงหาคมพบว่าออร์เดอร์ของบริษัทเริ่มกลับเข้ามาเป็นปกติ


ทั้งนี้บริษัทได้ปรับเป้าหมารายได้ปี 2563 เหลือ 850 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 950 ล้านบาท แม้เป้าหมายรายได้จะลดลง แต่บริษัทคาดทิศทางผลประกอบการหรืออัตรากำไรสุทธิจะมีทิศทางการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะจากบริษัท เมกาเคมพลัส โดยปีก่อน บริษัท เมกาเคมพลัส มีรายได้อยู่ที่ 150 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกปี 2563 มีรายได้แล้ว 276 ล้านบาท ส่วนทั้งปีคาดแนวโน้มรายได้บริษัท เมกาเคมพลัส จะเติบโตเพิ่มขึ้นไปตามแผน อนึ่ง ปี 2562 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 681.78 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 71.50 ล้านบาท


มาร์จิ้นโตเด่น


อย่างไรก็ตามแม้บริษัทปรับลดเป้ารายได้ลง แต่คาดทิศทางมาร์จิ้นและอัตราการทำกำไรยังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยบริษัทคาดอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปีนี้จะอยู่ในตัวเลข 2 หลัก หรือเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10%  สำหรับแนวทางการผลักดันอัตรากำไรสุทธิ บริษัทจะพยายามลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และพยายามขายสินค้าให้เพิ่มขึ้น


ดร.วิทยา กล่าวต่อว่า บริษัทตั้งชื่อบริษัทร่วมทุน Mega fuji graphite ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจดทะเบียนบริษัท ทุนจดทะเบียน 35 ล้านบาท เป็นทุนเรียกชำระแล้ว 12 ล้านบาท และยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทได้ข้อสรุป MGT มีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 49% ส่วนที่เหลือคือพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น 51% บริษัทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิจัย พัฒนาและผลิต กราไฟต์ ในประเทศไทย เพื่อส่งออก คาดจะเริ่มดำเนินธุรกิจในต้นปีหน้า หรือ ปี 2564



จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X