> mai > SEAOIL

27 สิงหาคม 2020

SEAOIL หลายปัจจัยเอื้อต่อการฟื้นตัว Valuation น่าสน

ตลท.เผยหุ้น SEAOIL เข้าเกณฑ์ Cash Balance มีผล 14 ม.ค. -3 ก.พ.64


SNAPSHOT : SEAOIL


ทันหุ้น-สู้โควิด : บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) สแกน SEAOIL ผลประกอบการ 1H63 ชะลอเพราะราคาน้ำมันทรุด  โดย 2Q63 ขาดทุนสุทธิ 1.4 ล้านบาท จากที่มีกำไรสุทธิ 10.8 ล้านบาทใน 1Q63 และ 48.9 ล้านบาทใน 2Q62 สาเหตุเพราะราคาน้ำมันทรุดหนัก โดยราคา Brent เฉลี่ยอยู่ที่ $35/บาร์เรล -20% QoQ และ -47% YoY 


กำไรสุทธิ 1H63 อยู่ที่ 9 ล้านบาท เพราะงบ 2Q63 ที่อ่อนแรง อย่างไรก็ตาม ปริมาณขายยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากการได้ลูกค้ารายใหม่ในธุรกิจบริการเติมน้ำมัน และปริมาณการสำรวจน้ำมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 


ทั้งนี้ รายการหลังประกาศงบการเงิน บริษัท ลีฟวิ่ง เอ็นเนอร์จี จำกัด ที่ SEAOIL ถืออยู่ 99.99% ขายเงินลงทุนใน 8 บริษัทให้แก่บริษัทย่อยของ TIW มูลค่า 215 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นใน 3Q63  


ปริมาณการสำรวจและผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สัดส่วนรายได้หลักยังมาจากธุรกิจจำหน่ายน้ำมันให้กับเรือเดินทะเล ซึ่งในแง่ของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเติบโต YoY มาตั้งแต่ 1Q63 แต่เพราะราคาน้ำมันทรุดหนัก จึงทำให้รายได้รวมชะลอ อย่างไรก็ตาม หลังราคาน้ำมันกลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยราคา Brent เฉลี่ย 3Q63 อยู่ที่ $44.5/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 27% QoQ


ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีการสำรวจหลุม L53-DD7 ที่เป็นหลุมสุดท้ายของเฟส 2 พบน้ำมัน 4 ชั้นมีความหนา 29.9 เมตร โดยมีหลุมสำรวจ L53-BB1 เป็นหลุมแรก พบน้ำมัน 3 ชั้นมีความหนา 10.55 เมตร และหลุม L53-DD8 พบน้ำมัน 3 ชั้น มีความหนา 19.27 เมตร การค้นพบชั้นน้ำมันมีความหนาหรือปริมาณมากขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ ปริมาณการขายน้ำมันใน 1H63 อยู่ที่ 2,241.52 บาร์เรล/วัน เป็นส่วนของ SEAOIL ที่ 1,120.53 บาร์เรล/วัน มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ทำได้ทั้งปี 2562 ที่ราว 1,000 บาร์เรล/วัน


ผลประกอบการมีแนวโน้มโตเด่นใน 2H63      

ฝ่ายวิจัยคาดผลประกอบการ 2H63 จะเร่งตัวขึ้นจาก (1) มีบันทึกกำไรจากการขายโรงไฟฟ้าของบริษัทย่อยราว 100-120 ล้านบาท (2) ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันและผลิตปิโตรเลียมฟื้นตัวตามทิศทางราคาน้ำมัน (3) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงกว่าครึ่งจากปีก่อน จากการจ่ายคืนหนี้


มี Upside เพิ่มเติมจากธุรกิจ Trading น้ำมันในสิงคโปร์ ที่ได้อานิสงส์เชิงบวกจากการล้มละลายของ Hin Leong 


Valuation ยังไม่แพง ราคาเหมาะสมเบื้องต้นไม่ควรต่ำกว่า 3.50 บาท/หุ้น 


ภายใต้สมมติฐานกำไรฟื้นตัวตามราคาน้ำมันใน 2H63 และมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2563 จะจบที่ 120-130 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.20-0.21 บาท ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER เพียง 11.9-12.5 เท่า ส่วนแนวโน้มปีหน้า ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน ถ้ากลับไปยืนเหนือ $50/บาร์เรลได้ คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ราว 100 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.16 บาท หรือ PER2564 ที่ 15 เท่า  


ผลจากการสำรวจปิโตรเลียมได้มากกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้มูลค่าปัจจุบันของปริมาณน้ำมันสำรองไม่ควรต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมเมื่อปลายปี 2561 โดยเป็นส่วนของ SEAOIL ราว 1.8 พันล้านบาท มากกว่า Market Cap. วานนี้ที่ 1.5 พันล้านบาท


PBV อยู่ที่ 1.0 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 1.5 เท่า ถ้าอิงการฟื้นตัวทุกธุรกิจของ SEAOIL ที่จะเกิดขึ้นใน 2H63 ราคาหุ้นไม่ควรซื้อขายต่ำกว่า Valuation บน PBV เฉลี่ยที่ 3.50 บาท/หุ้น     


ปัจจัยเสี่ยง ความผันผวนเชิงลบของราคาน้ำมัน  


ลักษณะการประกอบธุรกิจ

SEAOIL ดำเนินธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันเรือเดินทะเล และผลิตปิโตรเลียมบนบกดังนี้ (1) จำหน่ายน้ำมันให้กับเรือเดินทะเลทั้งในและต่างประเทศ ให้กับกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นเรือบรรทุกสินค้า เรือบริการ และกลุ่มอุตสาหกรรม โดยมีการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ (2) สำรวจและผลิตปิโตรเลียมบนบก โดยถือหุ้นใน Pan Orient Energy (Siam) Limited 49.99% ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานในจังหวัดนครปฐมและสุพรรณบุรี โดย Pan Orient Energy (Siam) Limited จะทำการสำรวจเพื่อผลิตและจำหน่ายให้ PTT 


(3) ให้บริการจัดหาอาหาร ทำความสะอาด และจัดหาวัตถุดิบ แก่กลุ่มลูกค้าสำรวจและผลิตน้ำมันทั้งบนบกและแท่นขุดเจาะในทะเล (4) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยถือหุ้น 99.99% ในบริษัท ลีฟวิ่ง เอ็นเนอร์จี จำกัด ซึ่งมีการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 8 โครงการ ปัจจุบันที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทครั้งที่ 2/2563 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท ลีฟวิง เอ็นเนอร์จี จำกัด จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน 8 บริษัท (กลุ่มกิจการโซล่าร์) คิดเป็นมูลค่า 215 ล้านบาทแล้ว (ต้นทุนที่บันทึกตามราคาทุนอยู่ที่ 73 ล้านบาท) 


ราคาหุ้นยังไม่ฟื้นตามปัจจัยอ้างอิงเท่าที่ควร 

(1) ราคาน้ำมันดิบ Brent จากการที่ SEAOIL ขยายธุรกิจไปสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันส่งผลต่อผลประกอบการอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยหลังจากที่ราคา Brent ฟื้นตัวต่อเนื่องตามการคลาย Lockdown ของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ และกลุ่ม OPEC+ มีการควบคุมอุปทานให้เข้าสู่จุดสมดุลมากขึ้น ราคา SEAOIL ก็เริ่มฟื้นตัว แต่ยังฟื้นช้ากว่า โดยถ้าอิง YTD ราคาน้ำมันปรับตัวลงอยู่ -31% แต่ราคาหุ้น SEAOIL ยังลงอยู่ -38% จึงถือว่า Laggard ปัจจัยอ้างอิงอยู่ราว 7%


(2) การปรับตัวขึ้นเด่นของราคาหุ้น PRM ที่เป็นลูกค้าหลักของ SEAOIL และเป็นบริษัทในเครือกลุ่มนทลินเหมือนกัน ซึ่งในภาวะปกติ ราคาหุ้นมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะ PRM โดดเด่นจากธุรกิจเรือจัดเก็บน้ำมันกลางทะเล (FSU) และ SEAOIL ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ทรุดตัว แต่เมื่อภาพอุตสาหกรรมฟื้นชัดเจน Valuation ของหุ้นที่อยู่ใน Supply Chain เดียวกัน ก็ไม่ควรต่างกันมากนัก โดยราคา PRM ปรับตัวขึ้น 27% YTD ขณะที่ SEAOIL ยังปรับตัวลง -38% YTD ซึ่งทำให้ส่วนต่าง PBV (PRM-SEAOIL) เพิ่มขึ้นเป็น 1.8 เท่า จากค่าเฉลี่ยที่ 1.5 เท่า 


(3) ราคาหุ้น Pan Orient Energy Corp. ที่เป็น Partner ทางธุรกิจในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมปรับตัวเพิ่มขึ้น 24% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ราคา SEAOIL ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 6% 


Valuation ยังไม่แพง ประเมินมูลค่าเหมาะสมเบื้องต้นไม่ควรต่ำกว่า 3.50 บาท/หุ้น


ภายใต้สมมติฐานกำไรฟื้นตัวตามราคาน้ำมันใน 2H63 และมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2563 จะจบที่ 120-130 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.20-0.21 บาท ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER เพียง 11.9-12.5 เท่า ส่วนแนวโน้มปีหน้า ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน ถ้ากลับไปยืนเหนือ $50/บาร์เรลได้ คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ราว 100 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.16 บาท หรือ PER2564 ที่ 15 เท่า


และผลจากการสำรวจปิโตรเลียมได้มากกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้มูลค่าปัจจุบันของปริมาณน้ำมันสำรองไม่ควรต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมเมื่อปลายปี 2561 โดยเป็นส่วนของ SEAOIL ราว 1.8 พันล้านบาท มากกว่า 


Market Cap. ที่ 1.5 พันล้านบาท

ขณะที่ PBV ยังต่ำเพียง 1.0 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 1.5 เท่า ถ้าอิงการฟื้นตัวทุกธุรกิจของ SEAOIL ที่จะเกิดขึ้นใน 2H63 ราคาหุ้นไม่ควรซื้อขายต่ำกว่า Valuation บน PBV เฉลี่ย ซึ่งได้เท่ากับ 3.50 บาท/หุ้น     


ทั้งนี้เราได้ประเมินกรอบมูลค่าที่เหมาะสมของ SEAOIL ตามวิธี Relative Valuation Technique  โดยอิง PER ที่เหมาะสมตามกรอบการแกว่งตัวในอดีตได้เท่ากับ 3.30-4.90 บาท


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1  

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X