> SET >

16 กันยายน 2020

เช็คด่วน! หุ้นได้ประโยชน์จากมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยว Long stay

ทันหุ้น -สู้โควิด –บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบถึง ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้เปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) โดยจะเปิดให้เข้าประเทศได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2020 โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดัวนี้


1) ต้องเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาพักในประเทศไทยระยะยาว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลา 90 วัน และ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้อีก 2 ครั้ง ๆ ละ 90 วัน

2) ต้องยอมรับมาตรการด้านสาธารณสุขในเรื่องการกักตัว 14 วัน โดยบุคคลต่างด้าว จะต้องผ่านการดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด

3) มีเอกสารหลักฐานของการเข้ามาพำนักระยะยาวในไทย เช่น เอกสารการชำระเงินของโรงแรม เอกสารการเช่าที่พักคอนโดมิเนียม เป็นต้น

4) ตั้งเป้าหมายว่าสามารถเปิดให้เข้ามาได้สัปดาห์ละ 100-300 คน หรือไม่เกินเดือนละ 1,200 คน สร้างรายได้ 1,200 ล้านบาท/เดือน

5) ระยะเวลาการใช้มาตรการนี้คือ 1 ปี โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2021


จากประเด็นข่าวนี้จะส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องดังนี้

กลุ่ม/หุ้นที่ได้รับผลกระทบเชิงบวก ดังนี้

( + ) กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL, ERW, MINT): เรามีมุมมองเป็นบวกต่อมาตรการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยว Long Stay (STV) เข้ามาในไทย เนื่องจากเป็นมาตรการที่มีเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและมีโอกาสขยายขอบเขตของมาตรการต่อได้หากผลของการใช้ในช่วงแรกเป็นที่น่าพอใจ  เราคาดว่าจะเห็น demand ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เราคาดว่าโอกาสที่โครงการนี้จะสำเร็จมีมากกว่า 50% ทำให้มีโอกาสจะเป็น upside เพิ่มต่อกลุ่มท่องเที่ยวได้ เนื่องจากจะทำให้มีการเพิ่มการรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1,200 คนต่อเดือน


โดยเราคาดว่าหุ้นที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือกลุ่มโรงแรมที่มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศจากนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเป็นหลัก โดยหุ้นที่เรียงรายได้ตามสัดส่วนรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวยุโรปที่มาเที่ยวไทยจากมาก-น้อย (Fig 1) คือ CENTEL (24%), ERW (15%) และ MINT (5%) ขณะที่โรงแรมที่เข้าร่วม Alternative State Quarantine (ASQ) เรียงจากมาก-น้อยได้แก่ MINT (4 โรงแรม), CENTEL และ ERW (1 โรงแรม) ทั้งนี้ เรายังคงน้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” ชอบสุดคือ MINT (ซื้อ/เป้า 28.00 บาท) เพราะได้ประโยชน์ทั้งจากการเปิดประเทศที่ไทย ขณะที่ยุโรปก็มีการฟื้นตัวได้ดีกว่าไทย


( + ) กลุ่มสายการบิน (BA, AAV): มองเป็นบวกมากขึ้น จากการเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ แม้ช่วงแรกะได้ประโยชน์น้อย เนื่องจากยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งเราคาดว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ และจะทำให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป เรามีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มสายการบินที่จะทำให้มีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ ได้แก่ BA ที่มีเที่ยวบินสมุยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ AAV (ถือ/เป้า 2.00 บาท) ที่มีการเปิดเที่ยวบินในประเทศมากสุดในปัจจุบัน ส่วน AOT (ถือ/เป้า 59.00 บาท) ได้ผลบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


( + ) Healthcare (BCH): เรามีมุมมองเป็นบวกกับ รพ. ที่เข้าร่วมโครงการ Alternative state quarantine (ASQ) โดยเราคาดว่า BCH (ซื้อ/เป้า 19.60 บาท) ได้ประโยชน์สูงสุดจากการที่สัดส่วน ASQ มากที่สุดที่ระดับสูงถึง 25% ของจำนวนห้องที่เข้าร่วมโครงการ ASQ ทั่วประเทศ


aอยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1


จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X