> SET > SINGER

20 พฤศจิกายน 2020

SINGER แย้มปี64พร้อมลุย แผนขยายฐานกำไรเด่นขึ้น

SINGER โบรกฯ เผยเล็งนำธุรกิจสินเชื่อเข้าตลาดหุ้น, อัพราคาเป้าหมาย


SINGER โชว์พอร์ตสินเชื่อรถทำเงินโตแรง ,ปี 64 ลุยขยายฐานหนุนกำไรโต



ทันหุ้น-SINGER ย้ำชัด สินเชื่อรถทำเงิน โตแรงปัจจุบันอยู่ที่ราว 2,700 ล้านบาท  พร้อมอัตราดอกเบี้ยรับเฉลี่ยต่อปีที่ 16% เป็นตัวเลขที่แข่งขันในตลาดได้ มั่นใจสิ้นปีพอร์ตรถทำเงินโตกว่า 3,000 ล้านบาท ส่วน NPL ในสิ้นปีนี้คาดต่ำกว่าปัจจุบันที่ 5.1% ด้านปี 2564พร้อมขยายพอร์ตให้ทะยานโต หนุนกำไรเด่นขึ้น


นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน "รถทำเงิน" (C4C) ปีนี้มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ปัจจุบัน ณ งวดไตรมาส 3/2563 มีพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน อยู่ที่ราว 2,700 ล้านบาท เติบโตจาก 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2562 และประมาณ 500 ล้านบาท ในช่วงสิ้นปี 2561 สะท้อนผลงาน 3 ปี มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น มีเสถียรภาพ และคิดเป็นประมาณ 50% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ณ ปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 5,475ล้านบาท


สำหรับกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรถทำเงินของ SINGER เน้นไปที่รถประกอบการ ซึ่งเป็นกลุ่มรถบรรทุกสิบล้อเพื่อใช้ในกิจการ รวมทั้ง รถสี่ล้อขึ้นไป โดยมีอัตราดอกเบี้ยรับเฉลี่ยต่อปีที่ 16%พร้อมที่จะขยายตัวในปี 2564หลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ในมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติมวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท รองรับการขยายพอร์ตในปีหน้าให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และสนับสนุนกำไรให้เด่นขึ้น


"ภาพรวมกำไรของ SINGER ในช่วง 9เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.3% มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยสำคัญมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) ที่เติบโตขึ้นชัดเจน จากกำลังทีมขายของเราที่แข็งแกร่ง พอร์ตที่โตขึ้น มีส่วนต่างกำไรที่ดี และการตั้งสำรองในระดับที่ต่ำ เนื่องจากสินเชื่อรถทำเงินมี NPL ต่ำมากเพียง 0.5%” นายกิตติพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย 


 สำหรับ ปีนี้ SINGER คาดการณ์มีพอร์ตสินเชื่อปิดสิ้นปี 2563 ที่ 6,200 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อรถทำเงินที่ประมาณ 3,400 ล้านบาท และภาพรวมหนี้ด้อยคุณภาพ( NPL) ต่ำกว่าไตรมาส 3/2563 ซึ่งอยู่ที่ 5.1 % ถือเป็นระดับที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความสามารถในการขยายตลาด และการคุมต้นทุนได้ต่ำ เนื่องจากปัจจุบันเรามีทั้งบุคลากร และสาขารองรับเพียงพออยู่แล้ว


บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองบวกต่อ SINGER โดยเฉพาะการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วง 2562-1H63 หลังจากที่ขาดทุนในปี 2560/61 จากการตั้งสำรองหนี้เสีย การตั้งด้อยค่าสต็อกโทรศัพท์มือถือ และการติดตามหนี้ที่ขาดประสิทธิภาพ ในการพลิกฟื้นผลการดำเนินงาน หลังจากบริษัทมีการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ด้วยการ โยงการจ่ายผลตอบแทนพนักงานกับระบบการติดตามหนี้ & หนี้เสีย และ เพิ่มบริการจ่ายค่างวดผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้ง รวมถึงหันมาเน้นขายสินค้าไม่เน้นเทคโนโลยี มาเน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน การปรับเปลี่ยนดังกล่าวทำให้ติดตามหนี้ได้มากขึ้น ในขณะที่หนี้เสีย และยอดการตั้งสำรองฯก็ต่ำลง


ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทำให้รายได้โตถึง 60% ใน 1H63 ในขณะที่รายได้จากสินเชื่อจำนำทะเบียนเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวในช่วง 2562-1H63 จากฐานที่ต่ำ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนของสินเชื่อทรงตัวอยู่ที่ 21% (โดยสินเชื่อจำนำทะเบียนอยู่ที่ 16% และสินเชื่อ leasing อยู่ที่ 21.3%) 


ทั้งนี้ จากต้นทุนทางการเงินที่ 5.5% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อจึงยังคงอยู่ที่ประมาณ 15-16% การที่บริษัทพยายามจะเพิ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน และแยกธุรกิจนี้ออกไปในสามปีข้างหน้า ทำให้บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มสินเชื่อกลุ่มนี้อีก 3x ก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนใน SET บล.เคจีไอ ใช้สมมติฐานว่าสินเชื่อของบริษัทจะโต 50%/30%/20% ในปี 2563/64/65 ในขณะที่อัตราผลตอบแทนทรงตัว สัดส่วน NPL ลดลงจากมากว่า 10% ในปี 2561 เหลือ 9% ในปี 2562 และเหลือ 6.5% ในปัจจุบัน จากการติดตามหนี้เสียได้มากขึ้น  คาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งถึง +140%/+23% ในปี 2563/64 ยังคงคำแนะนำซื้อ

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X