> SET > KEX

11 กุมภาพันธ์ 2021

ยักษ์ขนส่งจีนเจาะKEX ชูสร้างฐานรับออนไลน์

KEX ราคาเกินพื้นฐาน โบรกแนะ Switch-รอจังหวะซื้อใหม่


KEX เคาะเป้าพื้นฐาน 70 บาท


ทันหุ้น –KEX เผย SF Holding ยักษ์ใหญ่ขนส่งในประเทศจีน เล็งซื้อหุ้น 52.1% จาก KLN (ผู้ถือหุ้นใหญ่) ชี้เป็นโอกาสให้ Kerry ขยายเครือข่ายไปยังประเทศจีนและเอเชีย คาดเป็นบวกต่ออนาคตของ KEX และ VGI


นายคิน เฮ็ง เน็ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เปิดเผยว่า Flourish Harmony Holdings Company Limited, บริษัทย่อยทางอ้อมของ S.F. Holdings Co., Ltd. (SF), Kerry Properties Limited และ Kerry LogisticsNetwork Limited (KLN) ได้แสดงเจตจำนงที่จะทำข้อเสนอซื้อหุ้นของกิจการเพียงบางส่วนด้วยวิธีเงินสดแบบมีเงื่อนไข (conditional partial cash offer) เพื่อซื้อหุ้นประมาณ 51.8% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ KLN ในวันที่ประกาศนี้ KLN เป็นผู้ถือหุ้นของ บริษัท เคแอลเอ็นโลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นของ KEX ประมาณ 52.1% ตามประกาศข้างต้น ข้อเสนอนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการและอาจดำเนินการหรือไม่ก็ได้


*ขยายเครือข่ายไปจีน


สำหรับ SF Holding ประกอบธุรกิจบริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ที่ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศจีน และมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งมากแบบ DHL Group ซึ่งได้ทุ่มเงินซื้อไปเมื่อปี 2562 เป็นจำนวนกว่า 855 ล้านดอลลาร์ และ SF เป็นหนึ่งพาร์ทเนอร์ ส่งของผ่านยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ซึ่งแน่นอน SF จะได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตของ Online shopping ในประเทศจีน ที่การจับจ่ายใช้สอยผ่าน Alibaba และ JD. com มีมูลค่ามหาศาล


ส่วน KLN (บริษัทแม่ของ KEX) เจ้าของคือมหาเศรษฐี เบอร์ 1 ในมาเลเซีย และมีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อันดับต้นๆ ในฮ่องกง (Kuok group) สำหรับประโยชน์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้รับคือช่วยให้ SF เพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายและบริการ Supply Chain ไปทั่วเอเชีย และเป็นโอกาสให้ Kerry จะขยายเครือข่ายไปยังแผ่นดินจีน (แต่เดิมเค้าเป็นเบอร์1 ของฮ่องกง) ซึ่งดีลน่าจะเป็นผลบวกให้กับอนาคตของ KEX รวมถึง บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI (ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2) ด้วย


*E-commerce หนุนโต


บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุถึง KEX ในไตรมาส 4/2563คาดกำไรหลักที่ 393 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน (ลดลงจากปีก่อน เพราะการใช้จ่ายลดลงเพราะ COVID แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะโปรโมชั่นจาก Market Place ตามปัจจัยฤดูกาล) ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสในการซื้อหากตลาดกังวลกับกำไรระยะสั้น เพราะคาดว่าการเติบโตของ E-commerce ยังไปได้อีกไกล


ปัจจุบันยอดขายของ E-commerce ในไทย คิดเป็นเพียง 3% ของยอดขาย Retail เท่านั้น เทียบกับ 9-27% ของประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่กว่าเรา ส่วนเรื่องการแข่งขัน เทียบกรณีศึกษาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสุดท้ายจะเหลือผู้ให้บริการเพียงไม่กี่ราย และการแข่งขันจะค่อยๆ ลดลง จึงไม่ได้กังวลกับประเด็นนี้มากนัก

อย่างไรก็ตาม มองว่าราคาหุ้นที่ยิอตัวลงมาจากความกังวลระยะสั้น เป็นโอกาสในการซื้อ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70 บาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X