> กองทุน >

07 เมษายน 2021

บลจ.ทิสโก้ ชี้SETอัพไซด์น้อย คัดหุ้นกลาง-เล็กเพิ่มโอกาส

ทันหุ้น- บลจ.ทิสโก้ แนะพอร์ตลงทุนเพิ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก หลังกองทุน Mid-Small Capโชว์ผลตอบแทนสุดเริ่ด แนะคัดหุ้นรายตัวโดยเฉพาตลดาหุ้นไทยที่แกว่งตัวไร้ทิศทาง มีอัพไซด์น้อยจากโครงสร้างตลาด และเศรษฐกิจประเทศที่เน้นท่องเที่ยว-ส่งออก รวมถึงการเมืองที่ยังไม่เสถียรภาพ ยังคงเป้าดัชนีสิ้นปีที่ 1,600 จุด


นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า กลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก (Mid-Small Cap) สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี นับตั้งแต่ต้นปี 2564 ถึงปัจจุบัน (ไตรมาส1/2564) ส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนมองว่าหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) มีการปรับตัวขึ้นไปมากแล้วในปีที่ผ่านมา จึงมีการขายทำไรและเปลี่ยนมาเล่นกลุ่มขนาดกลาง-เล็กแทน


นอกจากนี้แนวโน้มการควบคุมโควิด-19ทั่วโลกอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากมีการทยอยฉีดวัคซีนให้กับประชากรในแต่ละประเทศ ส่งผลให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในระยะถัดไป และจะเป็นผลบวกต่อหุ้นขนาดกลาง และเล็กด้วยเช่นกัน


หุ้นไทยแกว่งไร้ทิศทาง

อย่างไรก็ตาม นายสาห์รัช มองว่า การลงทุนในหุ้นไทยนั้นยังคงต้องเลือกเป็นรายตัว เพราะถ้าทมองในภาพรวมแล้วตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวไร้ทิศทาง แม้ว่าปัจจุบันจะเห็นดัชนีขึ้นไปเตะที่ 1,600 จุดจากสิ้นปี 2563 ปิดที่ 1490 จุด แต่หากย้อนกลับไปในอดีตจะเห็นว่าดัชนีที่ 1,600 จุดนั้นไม่ได้ถือว่าขึ้นไปสูง และคาดว่าปีนี้กรอบจะอยู่แถวๆ 1,600-1,650 จุด ซึ่งถ้านับจากดัชนีปัจจุบันก็มีอัพไซด์(Upside) ไม่มากแล้ว


“การที่ตลาดหุ้นไทยแก่วงตัวไร้ทิศทาง และไม่วิ่งไปมากกว่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างของตลาดไทยที่ไม่มีกลุ่มหุ้นเติบโต (Growth) อย่างกลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรมไบโอเทค เซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น รวมถึงพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ตัยวขับเคลื่อนคือการท่องเที่ยวและส่งออก สุดท้ายคือเรื่อบงการเมืองที่ไม่เสถียรภาพ ทำให้ไม่มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาดันดัชนี”


คัดหุ้นรายตัว

นายสาห์รัช จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้การลงทุนในหุ้นไทยจำเป็นต้องคัดเลือกรายตัว ซึ่งจะมีดอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต ซึ่งในส่วนของ บลจ.ทิสโก้ มี 2 กองทุนเด่นที่ลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น กองทุนเปิด ทิสโก้ สแตรทิจิก ฟันด์ ชนิดหน่วยลงทุน A (TSF-A) ในปี 2563 ที่ผ่านมาสามารถทำผลตอบแทนได้ 18.3% มากกว่าดัชนี SET TRI ที่เป็นดัชนีชี้วัด (Benchmark) ที่ในช่วงเวลาเดียวกันมีอัตราผลตอบแทนติดลบ 5.24% ซึ่งกองทุน TSF-A สามารถเอาชนะดัชนีชี้วัดได้มากกว่า 23%


กองทุน TSF-A นลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มั่นคง และมีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจที่ดี กองทุนนี้มีจุดเด่นตรงที่เป็นกองทุนที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องกลยุทธ์การลงทุน สามารถลงทุนได้ทั้งหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก และปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหุ้นด้วยวิธี Bottom Up จากนั้นจึงวิเคราะห์และคัดสรรจนเหลือหุ้นที่จะลงทุนเพียง 10-15 ตัว


และกองทุนเปิด ทิสโก้ Mid/Small Cap อิควิตี้ ชนิดหน่วยลงทุน A (TISCOMS-A) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ไม่เกิน 80,000 ล้านบาท โดยผู้จัดการกองทุนจะใช้กลยุทธ์การเลือกหุ้นแบบ Bottom Up เป็นหลัก ประกอบกับใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณมาประยุกต์ในอีกทางหนึ่งเพื่อเพิ่มโอกาสผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งในปี 2563 กองทุน TISCOMS-A มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 14.1% มากกว่าดัชนีชี้วัด SET TRI ที่ในช่วงเวลาเดียวกันมีผลตอบแทนติดลบ 5.24% หรือสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 19%


นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์ลงทุน ซึ่งเดิมก่อนเกิดโควิด - 19 จะแพร่ระบาด บลจ.ทิสโก้มองว่าปี 2563 จะเป็นปีของหุ้นเติบโต แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเกิดขึ้นทำให้ทีมบริหารจัดการลงทุนปรับเปลี่ยนมาเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง และมีหนี้ต่ำ แต่เมื่อราคาหุ้นปรับลงรับข่าวมาระดับหนึ่งทีมลงทุนก็ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนด้วยการมองหาและเข้าซื้อหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตอีกครั้ง


การคัดเลือกหุ้นที่ดี โดยมีพื้นฐานมาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของผู้จัดการกองทุน ทีมงาน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของ บลจ.ทิสโก้ และผู้จัดการกองทุนจะพยายามลดเวลาที่ต้องใช้ระหว่างการวิเคราะห์ วางแผน และการตัดสินใจลงทุนซื้อขายให้รวดเร็วที่สุด ใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Method) มาช่วยในการเลือกหุ้น และการจัดพอร์ตการลงทุน เนื่องจากแนวทางการลงทุนดังกล่าวเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมกำลังพัฒนาไปในอนาคต


เป้าดัชนี1,600จุด

นายสุพงศ์วร  กล่าวว่า ทีมจัดการลงทุนประเมินเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีไว้ที่ระดับ 1,600 จุด และมีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีสิ้นปีหากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด ดังนั้น หากหุ้นไทยเกิดการปรับฐานก็เป็นโอกาสในการลงทุนและปรับพอร์ตการลงทุน โดยผู้ลงทุนอาจเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าดัชนีด้วยการเลือกลงทุนในกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจ และมีผลตอบแทนในอดีตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X