จังหวะ และโอกาส

การลงทุนโดยใช้กราฟ Indicator เทคนิคตัดสินใจนั้น หากรู้เทคนิคต่างๆและข้อดีข้อเสียแม่นยำแล้วใช้ได้ ย่อมมีประโยชน์ แต่จุดอ่อนกราฟทางเทคนิคก็มีมากเหมือนกัน เช่น ปริมาณซื้อขายของตลาดน้อยเกินไป ทำให้การกลั่นแกล้งทางเทคนิคสูง เกิดความเพี้ยนสูงทำลายความแม่นยำได้ง่าย


ทั้งนี้ ต้องอาศัยการอ่านกราฟ และประสบการณ์ของผู้นั้นในด้านความคุ้นเคยกับตัวหุ้นและความรู้ ความเข้าใจในการใช้กราฟเทคนิคกับตัวหุ้นตัวนั้น เพราะเป็นความคุ้นเคย Pattern ของหุ้นนั้นมาเป็นเวลานาน ทำให้สามารถใช้ความรู้รวบยอดและพยากรณ์การขึ้นลงของหุ้นตัวนั้นได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ข้อผิดพลาดในการลงทุนติดดอยของนักลงทุน


1. ซื้อหุ้นผิด คือ คิดว่ากิจการดี แต่ภายหลัง ประกาศขาดทุนต่อเนื่อง จนกระทั่งบริษัทนั้น เจ๊งไป


2. ซื้อหุ้นผิดราคาหรือผิดจังหวะ คือซื้อกิจการที่ดีมากแล้ว แต่ซื้อแพงไปเพราะเป็นราคาในอนาคตมากกว่า แต่เมื่อผ่านไป 5 ปี 10 ปี แม้จะได้กำไร แต่ได้น้อยมากจนไม่คุ้มกับการลงทุน แม้ว่ากิจการจะไม่เจ๊งก็ตาม


ดังนั้น ศาสตร์ในการเลือกหุ้นที่ลงทุน และเลือกจังหวะในการลงทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนพื้นฐาน หรือนักลงทุนด้านกราฟเทคนิคก็ตาม


คติเตือนใจของนักเก็งกำไรที่มีหลักการและไม่มีหลักการ นักลงทุนแบบเก็งกำไรที่เป็นรายย่อยจำนวนมาก ที่ทำตรงกันข้ามกับนักเก็งกำไรที่มีหลักการ ก็คือการพยายามเก็งกำไรในทุกๆ ภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ด้วยเหตุผลว่า หาค่าขนม หรือค่ากับข้าว โดยเวลากำไรก็จะกำไรเล็กน้อย แต่หากพลาดพลั้งขาดทุนมักจะขาดทุนทีละมาก ๆ คือเวลาได้ก็ได้ค่าขนมจริง ๆ แต่พอเสียก็อาจจะเสียเงินรถเก๋งเป็นครึ่งคันหรือคันหนึ่ง ซึ่งนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเหล่านี้ก็จะประสบภาวะขาดทุนสะสมเรื้อรังมาเรื่อย ๆ จนมูลค่าพอร์ตลดลงอย่างน่าตกใจ


สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ นักลงทุนแบบเก็งกำไรที่มีหลักการ จะพยายามเล่นในเกมที่ตนเองถนัดเท่านั้นก็คือ การลงทุนในตลาดขาขึ้นและหลีกเลี่ยงเกมที่ตนเองไม่ถนัด คือการลงทุนในตลาดขาลงหรือซบเซาซึ่งถือว่ามีสิ่งที่จำเป็นสำหรับการลงทุนซึ่งก็คือวินัยการลงทุนคือทำในสิ่งที่ตนเองถนัด แต่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากพยายามฝืนตลาด ด้วยการเข้าไปเก็งกำไรในช่วงตลาดไม่ดีโดยหวังกำไรเล็กๆ น้อยๆ ถือว่าเล่นเกมไม่ถนัด


สำหรับนักลงทุนแบบเต่า สำหรับนักลงทุนแบบ Value Investor ผมคิดว่าความถนัดของ VI ก็คือการวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัท เพื่อให้สามารถคาดการณ์ผลประกอบการและเงินปันผลในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่มีผลตอบแทนของการลงทุน ถ้าทำไม่ได้ก็ยังไม่ได้อยู่ในเกมที่ตนเองถนัดเหมือน VI อื่น ๆ ที่ต้องเก่งในเรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานของหุ้น


ข้อผิดพลาดในการลงทุนแบบ VI คือ นักลงทุนแบบ VI แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจที่ต่างกัน บางคนเชี่ยวชาญด้านหุ้นการผลิตอุตสาหกรรม บางคนเชี่ยวชาญด้านพลังงาน บางคนเชี่ยวชาญด้านหุ้นโรงเรือน เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ค้าปลีก บางคนเชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์ หรือหุ้นวัฏจักรต่างๆ เป็นต้น แต่ไปเล่นเกมที่ไม่ถนัด


หลาย ๆ ช่วงเวลาที่หุ้นที่ตนเองเชี่ยวชาญอาจจะอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่น่าลงทุน เช่น ราคาหุ้นมี P/E แพงเกินไปแล้ว หรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้ VI อาจจะไม่สามารถใช้ความถนัดของตนเองในการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ตนเองถนัดได้ จึงหันไปเล่นเกมที่ไม่ถนัด ด้วยการพยายามหาหุ้นในกลุ่มที่ตนเองไม่เคยสนใจหรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญ และอาจจะพยายามใช้หลักของ VI เข้าไปบางส่วนเช่น ดู P/E P/BV ต่ำ ๆ แต่ไม่สามารถศึกษาลงไปลึกในรายละเอียดได้อย่างแตกฉานซึ่งท้ายสุดแล้วก็จะได้หุ้นที่เราอาจจะไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง และมีโอกาสสูงที่ผลประกอบการและผลตอบแทนการลงทุนอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ดังนั้นสำหรับ VI บางครั้งหากเราอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถหาหุ้นใหม่ ๆ ที่น่าสนใจได้จริง ๆ


คำแนะนำที่สำคัญยิ่งก็คือ เราควรจะรอจังหวะและโอกาสที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต มากกว่าที่จะไปเล่นในเกมที่ตนเองไม่ถนัด ด้วยการหาหุ้นแปลกใหม่ที่เราอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงเข้ามาในพอร์ต



อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X