> SET > SCGP

05 พฤศจิกายน 2021

SCGPลั่นปี65ผลงานพุ่งต่อ ทุ่ม2หมื่นล.อัพแกร่งเต็มสูบ

SCGP ก้าวสู่ปีแห่งการเติบโต โบรกฯ แนะทยอยลงทุน


#คัดให้!! 6 หุ้นเทคนิคแน่น เคาะขวา ปาซ้าย



ทันหุ้น - SCGP เล็งทุ่มงบ 2 หมื่นล้านบาท อัพเกรดธุรกิจเดิม-ลุย M&P สยายปีกรับทรัพย์เพิ่ม พร้อมปักธงปี 2565 ผลงานทะยานต่อเนื่องจากปีนี้คาดรายได้ทะลุ 1 แสนล้านบาท รับเศรษฐกิจฟื้นตัว แถมมองปลดล็อกดาวน์-โควิดเริ่มซา หนุน Q4/2564 แจ่ม


นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้กว่า 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ปรับปรุงโครงสร้างในส่วนต่างๆ ของธุรกิจเดิมราว 5 พันล้านบาท, การขยายกำลังผลิตในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจในเวียดนามอีก 4-5 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือนั้นใช้รองรับการทำดีลเข้าควบรวมกิจการ (Merger &Partnership หรือ M&P) หวังสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต


ปีหน้าผลงานพุ่งต่อ

สำหรับผลประกอบการปี 2565 บริษัทคาดว่าจะสามารถเติบโตต่อเนื่องจากปี 2564 ที่ประมาณการรายได้ไว้มากกว่า 1 แสนล้านบาท เนื่องมองภาพรวมเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศจะฟื้นตัว ซึ่งน่าจะกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้ความต้องการแพ็คเก็จจิ้งในส่วนต่างๆ ปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง


ขณะที่แนวโน้มผลงานในไตรมาส 4/2564 บริษัทประเมินว่าน่าจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 3/2564 ผลมาจากทางภาครัฐมีการประกาศปลดล็อกกิจกรรมต่างๆ และยกเลิกการออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิวส์) หลังแนวโน้มสถานการณ์โควิดในประเทศเริ่มคลี่คลาย ซึ่งส่งผลให้ทิศทางยอดขายแพ็คเก็จจิ้งของธุรกิจขยับเพิ่มขึ้น


“ในระยะยาวช่วง 5 ปีนับจากนี้ (ปี 64-68) ทาง SCGP ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จะเติบโตเท่าตัวหรือ 100% เมื่อเทียบกับปี 2564 ผลจากธุรกิจมีแนวทางการเข้าควบรวมกิจการ (Merger &Partnership หรือ M&P) ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานธุรกิจให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น  นอกเหนือ จากดำเนินธุรกิจขยายฐานธุรกิจตามปกติ”


นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนตามแผนกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีปิดดีลการเข้าควบรวมกิจการ (Merger & Partnership หรือ M&P)ต่างๆ อาทิ กิจการบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ บรรจุภัณฑ์อาหาร และบรรจุภัณฑ์แบบคงรูป ที่มีฐานการผลิตในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย


และมีดีลที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะปิดได้สำเร็จในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ได้แก่ การเข้าถือหุ้นในบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์คุณภาพสูงในประเทศสเปน อีกทั้งยังได้ดำเนินการสร้างการเติบโต (Organic Expansion) ด้วยงบการลงทุน 11,793 ล้านบาท เพื่อเพิ่มการเติบโตด้วยการสร้างฐานผลิตใหม่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม และศึกษาโอกาสทางการตลาดทางตอนใต้ของประเทศจีน


ชูสตอรี่เด่น

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น SCGP เพราะคาดกำไรหลักในไตรมาส 4/2564 จะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากไตรมาส 3/2564 และช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลมาจากการคลายล็อกดาวน์ในไทย และปัจจัยด้านฤดูกาลหนุน ซึ่งส่งผลให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น ในประเทศไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์,และมาเลเซีย


ขณะเดียวกันบริษัทยังจะมีโครงการขยายกำลังการผลิต (Organic expansion) ต่างๆ ยังคงเป็นไปตามแผน โดยจะทยอยแล้วเสร็จในช่วง ไตรมาส 4/2564- ปี 2567 อีกทั้งบริษัทพยายามรักษาระดับอัตรากำไรด้วยการปรับขึ้นราคาขาย ตลอดจนคาดดีล Deltalab (Medical Supplies & Labware, สเปน) น่าจะเสร็จสิ้นในช่วงไตรมาส 4/2564


ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับยังปัจจัยบวกเกี่ยวดีล M&P ที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต จึงทำให้ทางฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น SCGP ให้ราคาเป้าหมาย 72.00 บาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X