> Digital Coin > SAPPE

15 พฤศจิกายน 2021

SAPPE เข้าถือหุ้นใน M-Intel บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี ต่อยอดธุรกิจ

"SAPPE" กําไรดี โบรกฯ ชี้ Valuation ไม่แพง


SAPPE 'ทิสโก้' เปิด 3 เหตุผลแนะซื้อ


ทันหุ้น - ‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE เดินหน้าฟอร์มธุรกิจ ประกาศเข้าร่วมลงทุนใน บริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด (M-Intel) บริษัทสตาร์ทอัพไทยที่มีเป้าหมายในการเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตลาดชั้นนำในเอเชียแปซิฟิค พาลูกค้าก้าวข้าม Digital Transformation ด้วยศักยภาพที่เทียบเท่า Global Software Platform โดยเข้าถือหุ้นสัดส่วน 16.21% ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 70 ล้านบาท หนุนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กรธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่กำลังเป็น Mega trend ในขณะนี้


นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPEเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนซื้อหุ้นใน บริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด (“M-Intel”) ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM), การวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยในการเพิ่มยอดขาย ทำการตลาด การขาย การบริการแบบครบวงจร ช่วยยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจ และ Customer Experience โดยเข้าถือหุ้น M-Intel จำนวน 116,667 หุ้น โดย SAPPE เข้าซื้อเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 70,000,200 บาท คิดเป็นสัดส่วน 16.21% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ M-Intel โดยเงินจำนวนดังกล่าว จะนำไปใช้ในการขยายธุรกิจให้เติบโตในอนาคต นับเป็นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ พร้อมเข้าสู่โลกDigital Transformation ซึ่งไม่ได้แค่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้ แต่นับเป็นการเพิ่ม Space ใหม่ในการต่อยอดทางธุรกิจของเซ็ปเป้จากนี้


M-Intel ก่อตั้งในปี 2561 ให้บริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตลาด มีความเชี่ยวชาญในการนำโซลูชัน Sales Cloud, Service Cloud, และ Marketing Cloud เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อออกแบบการ Deliver Customer Experience ในยุคที่ทั้งโลกถูก Disrupt ด้วย E-Commerce ซึ่งทุกองค์กรต้องปรับเปลี่ยนเป็น Data Driven Marketing มากขึ้น โดย M-Intel ถือเป็นหนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญในด้าน Digital Transformation ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพราะนอกจากมีทีมงานคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ยังให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่สำรวจ Pain point ของธุรกิจให้แก่ลูกค้า ช่วยคิดโซลูชั่นและมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทชั้นนำอย่าง ‘Salesforce’ ผู้ให้บริการ CRM อันดับ 1 ของโลก, Tableau, Mulesoft รวมไปถึงแพลตฟอร์มรายใหญ่ในไทยอย่าง  LINE Business Connect และ Pantip โดย M-Intel พร้อมให้บริการเพื่อลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดและเป็นผู้ชนะในสนามธุรกิจยุคดิจิทัล


M-Intel นับอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เป็น Tech Company ซึ่งเป็น Startup ไทยรายใหม่ เป็น Top3 ผู้ให้บริการ Salesforce และเจ้าของ Customer Data Platform (CDP) สำเร็จรูปเจ้าแรกในไทย มีเป้าหมายจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตลาดชั้นนำในเอเชีย เพื่อนำลูกค้าก้าวข้าม Digital Transformation ด้วยศักยภาพที่เทียบเท่า Global Software Platform ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กรธุรกิจ ผ่านการออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กรให้ก้าวทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกสังคมออนไลน์และ Social Commerce  นำไปสู่การสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยความเชี่ยวชาญของ M-Intel ส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานที่เติบโตก้าวกระโดดตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์การเติบโต 5 ปีข้างหน้า เฉลี่ย 48% ซึ่งข้อได้เปรียบนี้เอง ส่งผลให้เซ็ปเป้ได้รับประโยชน์ไปด้วย


“ทั้งเซ็ปเป้ และ M-Intel มีวัฒนธรรมองค์กรที่คล้ายคลึงกัน โดยทั้ง 2 องค์กรขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ที่มีอายุเฉลี่ยราว 25-32 ปี มีความเข้าใจและตามทันการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกธุรกิจ เน้นให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นอันดับแรก เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ มีเวทีให้แสดงฝีมือ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดเวลา มีรูปแบบการทำงานที่เน้นความสนุกและยืดหยุ่นสูง แต่เต็มไปด้วย passion ในการทำงานที่มุ่งหวังความสำเร็จสูงสุด ด้วยวัฒนธรรมองค์กรของทั้งเซ็ปเป้ และ M-Intel ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานคนรุ่นใหม่ จึงทำให้เกิดการ Synergy กันอย่างลงตัว โดยนับจากนี้ DNA ด้านนวัตกรรมและ DNA ของเทคโนโลยี จะถูกผสาน ส่งเสริมซึ่งกันและกันให้เท่าทันและก้าวล้ำไปสู่อนาคต” นางสาวปิยจิต กล่าว


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2563 บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นขยายงานผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ซึ่งเติบโต 160% ในขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2564 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขาย E-Commerce เติบโตกว่า 625% แม้คิดเป็นสัดส่วนน้อย แต่นับว่ามีศักยภาพสูงมาก ผลพลอยได้จากการเข้าถือหุ้นในครั้งนี้ นอกเหนือจากการเติบโตของธุรกิจด้วยการพัฒนาด้าน Digital Marketing & E-Commerce  ยังจะช่วยยกระดับองค์ความรู้ซึ่งกันและกันในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่ที่ SAPPE ได้เข้าถือหุ้นในบริษัทที่เป็น Customer Data Platform หรือ CDP ที่จะช่วยส่งเสริมให้องค์กรก้าวเข้าสู่ Data Driven Platform ในอนาคตด้วยเช่นกัน



อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X