> SET > TIDLOR

17 พฤศจิกายน 2021

TIDLOR เร่งเครื่องรับเปิดเมือง ปักหมุดสาขาใหม่ดันสินเชื่อโต

ส่องกลยุทธ์ลงทุน 4 หุ้นไฟแนนซ์ MTC-SAWAD-TIDLOR-KTC


TIDLOR โบรกฯ คาดกำไร Q2/65 ทำนิวไฮ -ราคาหุ้นยัง laggard



ทันหุ้น-TIDLOR ปลื้มงบไตรมาส 3/2564 ทำกำไรสุทธิ 813 ล้านบาท เติบโต 5%จากไตรมาสก่อนหน้า หลังทำรายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากพอร์ตสินเชื่อที่เติบโตขึ้น ส่วนต้นทุนทางการเงินและอัตราNPLลดลง จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ และการปล่อยสินเชื่ออย่างรัดกุม มองรัฐบาลเปิดประเทศ ส่งผลดีต่อความต้องการสินเชื่อและการซื้อประกันภัยรถ

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2564 สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้มีความท้าทายจากผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงที่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีทั้งความต้องการสินเชื่อ และประกันภัย หลังจากรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์


กำไรไตรมาส3โต9%

โดยบริษัททำรายได้ไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 2,922 ล้านบาท เติบโต 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำกำไรสุทธิ 813 ล้านบาท เติบโต 5% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปีนี้มีอัตราเติบโตที่น่าพอใจ จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเบี้ยประกันวินาศภัยเติบโต 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังจากที่เสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ส่วนอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงอยู่ที่ 1.41% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.56%ตอกย้ำถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ


บริษัทมีการปรับตัวด้วยโมเดลธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนองค์กร เช่น นวัตกรรมบัตรติดล้อที่เพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า สามารถกดเงินสดจากวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติผ่านตู้เอทีเอ็มที่ให้บริการเกือบ 40,000 ตู้ทั่ว ซึ่งมีการออกบัตรไปแล้วกว่า 218,000 ใบ ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทรุกขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีสาขาเปิดให้บริการทั่วประเทศแล้ว 1,260 สาขา และมุ่งเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ สะท้อนจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ (Cost to income) ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง


โค้งท้ายตลาดคึกคัก

นายปิยะศักดิ์ กล่าวต่อว่า บริษัท วางเป้าหมายผลักดันผลการดำเนินงานเติบโตในไตรมาสสุดท้าย ทั้งในส่วนของธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่เป็นผู้นำตลาดและการขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัย รวมถึงขยายสาขาในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,285 สาขา เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น


โดยคาดว่าการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มเติม จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและความต้องการใช้สินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อยในภาคธุรกิจต่างๆ เพื่อเสริมสภาพคล่องหรือเตรียมพร้อมลงทุนเพื่อรับโอกาสจากเศรษฐกิจฟื้นตัว และการซื้อประกันรถเพื่อรองรับการเดินทาง


โดยนับจากวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยรถด้วยเงินสดจาก 16 บริษัทชั้นนำ สามารถผ่อนชำระประกันติดล้อ 0% สูงสุด 10 เดือน จากเดิม 6 เดือน (ผ่อนจ่ายเท่ากันทุกงวด) และให้ความคุ้มครองทันทีเมื่อเริ่มจ่ายประกันงวดแรก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสัดส่วนในการซื้อประกันภัยชั้น 1 ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อเบี้ยประกันภัยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีอัตราเติบโตจากเดือนก่อนหน้า


“แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจจาก COVID-19 แต่เงินติดล้อสามารถผ่านพ้นมาได้เป็นอย่างดี ทำให้เรายิ่งมั่นใจว่าการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุม รวมถึงประสบการณ์ดำเนินธุรกิจและความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะทำให้เราสามารถฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจต่อจากนี้และเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน พร้อมรับมือการแข่งขันในอนาคต” นายปิยะศักดิ์ กล่าว


ทั้งนี้ หลังจากบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้รับการเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เป็นระดับ A แนวโน้มคงที่หรือ Stable

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X