> กองทุน >

26 พฤศจิกายน 2021

เมกะโปรเจ็กต์ดันหุ้นไทย ปี65ธีมเปิดเมืองลงทุนต่อ

ทันหุ้น – 2 ค่าย บลจ. เห็นพ้อง ดัชนีปี 65 แตะ 1,800 จุด บลจ.กสิกรไทย เปิดมุมมองลงทุนหุ้นไทย มองภาครัฐยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักโดยลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ ซึ่งหุ้นกลุ่มก่อนสร้างจะได้รับผลดีต่อเนื่องในปีหน้า รวมถึงการปรับตัวในธุรกิจ สื่อสาร แบงก์ หนีดิสรัปชั่น ทำให้ยังเป็นกลุ่มที่น่าลงทุน ด้าน บลจ. วรรณ มองปีนี้หุ้นไทย 1,720 ธีมเปิดเมืองยังเล่นต่อได้


นางสาวธิดาศิริ  ศรีสมิต CFA, รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย แนะนำ กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทยใน 2 มุมมอง โดยมุมมองระยะสั้น 1-3 เดือน สถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง เพราะมีผลต่อการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ การเปิดประเทศ รวมทั้งการฟื้นตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19


โดยแนะนำลงทุนในหุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 4/2564และต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการเริ่มเปิดเมือง โดย บลจ.กสิกรไทย มองเป้าหมายดัชนีปลายปีนี้อยู่ที่ 1,650 จุด


เปิดปัจจัยเสี่ยง

นางสาวธิดาศิริ  กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของมุมมองระยะยาว 12 เดือนข้างหน้า ปัจจัยเรื่องของสถานการณ์ Supply Chain Disruption หรือการที่ห่วงโซ่อุปทานเกิดภาวะชะงักงัน เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม รวมถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสำคัญต่างๆ ของโลก เนื่องจากจะเป็นที่มีผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในระยะถัดไปได้


คาดว่า Covid-19 จะเริ่มคลี่คลาย จึงเน้นลงทุนในหุ้นคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย และได้ประโยชน์จาก กระแสเทรนด์โลก (Secular Trend) รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย จึงเน้นลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ


"เราคาดว่าดัชนี ปี 2565 จะขึ้นไปแตะ 1,850 จุด ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักยังคงเป็นการลงทุนของภาครัฐ ดังนั้นหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนของรัฐก็จะเป็นกลุ่มก่อสร้าง รวมถึงกลุ่มสื่อสาร ธนาคาร ที่ต่างเห็นการปรับตัวครั้งใหญ่ทั้งการร่วมลงทุน หรือการเข้าซื้อกิจการเพื่อหนีดิสรัปชั่น"


ส่วนมุมมองของเม็ดเงินฟันด์โฟล์วต่างชาติจะเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเมื่อไรนั้น นางสาวธิดาศิริ กล่าวว่า เนื่องจากะโครงสร้างเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไป จากธุรกิจแบบดั่งเดิม (Traditional) มาเป็นธุรกิจแบบใหม่ (New Economy) ที่มีนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน และตลาดหุ้นไทยยังไม่เห็นภาพชัดของธุรกิจเป็นNew Economy ดังนั้น เม็ดเงินต่างชาติก็อาจจะยังเข้ามาไม่มาก โดยล่าสุดต่างชาติก็ขายสุทธิออกไปราว 6 หมื่นล้านบาท ขณะที่หุ้นไทยปีนี้สามารถทำผลตอบแทนประมาณ 13.1% โดยยังไม่รวมกับเงินปันผล ซึ่งถ้ารวม ผลตอบแทนก็จะอยู่ที่ราว 15% ซึ่งในปี 2565 คาดว่า หุ้นไทยยังทำผลตอบแทนได้ราว 10%


“อย่างไรก็ตาม มุมมองของตลาดหุ้นไทยยังเติบโตต่อไปจากปัจจัยการท่องเที่ยว และการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวได้หลังเปิดเมือง ซึ่งหากมีการระบาดของโควิดเกิดขึ้นอีกคาดว่าภาครัฐจะไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ เนื่องจากการกระจายวัคซีนที่ทำได้ดี รวมถึงการพัฒนาตัวยารักษาจะทำให้อาการป่วยของโรคไม่รุนแรง”


ลุ้นปี 65 ดัชนี 1,800

ทางด้าน นายมณฑล  จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด มองว่า สิ้นปีนี้คาดว่าดัชนี SET อยู่ที่ 1,720 จุด และในปี 2565 น่าจะไปได้ถึง 1,800 จุด โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มดีขึ้น มีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และเปิดเมือง ทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว โดยหุ้นในธีมเปิดเมือง (Reopening) ที่ยังลงทุนได้ต่อ ได้แก่ กลุ่มโรงแรม กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มขนส่ง กลุ่ม Domestic Play

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X