> เคล็ดลับลงทุน > NER

28 พฤศจิกายน 2021

NER กับประเด็นบวกรอบใหม่

NERโกยอีก2.8หมื่นล. เอาจริงสินค้ามาร์จิ้นสูง


NER ตั้งเป้ารายได้ปี 65 ที่ 2.8 หมื่นลบ. ทุ่มงบ 240 ลบ.ลงทุนโซลาร์รูฟ-วิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่


บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ซึ่งปัจจุบันทีสินค้าที่บริษัทผลิตและจำหน่ายแบ่งเป็น 3 สินค้า ได้แก่

1) กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoked Sheet : RSS)เป็นวัตถุดิบในการผลิตเช่น ยางล้อรถยนต์ สายพาน ท่อน้ำ รองเท้า อะไหล่รถยนต์


2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางแท่ง (Standard Thai Rubber 20: STR20)เป็นวัตถุดิบในการผลิตอย่างล้อยางเครื่องบิน ล้อยางรถยนต์ ล้อยางเรเดียลทุกชนิด


3) กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางผสม (Mixtures Rubber)คือผลิตภัณฑ์ยางพาราขั้นต้นกึ่งธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการเติมยางสังเคราะห์ และ/หรือ สารเคมีเข้าไปในยางพาราธรรมชาติ ตามคุณสมบัติหรือลักษณะพิเศษเฉพาะตัวตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า

โดยรายได้หลักของ NER ในปี 2563 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยางแท่งที่สร้างรายได้ 6,605.33 ล้านบาท ตามมาห่างๆกับยางผสม 4,008.37 ล้านบาท ส่วนอันดับที่ 3 สร้างรายได้ 3,273.58 ล้านบาท ขณะที่สินค้าสร้างรายได้อันดับ 4 คือ ยางผสมอัดแท่งทำรายได้ 2,462.50 ล้านบาท และสุดท้ายรายได้อื่นๆ 14.71 ล้านบาท


เท่ากับว่ารายได้หลักของ NER เกี่ยวกับราคายางพาราและราคาน้ำมัน เนื่องจากน้ำมันเป็นวัตถุดิบที่ใช้ผลิตยางสังเคราะห์ที่สามารถนำมาใช้แทนยางพาราได้  ทำให้เราต้องวิเคราะห์ปัจจัยเหล่านี้ก่อนที่จะลงทุนใน NER เพราะหากราคายางพาราเพิ่มสูงขึ้น NER จะได้ประโยชน์ตามไปด้วย แต่หากราคายางพาราลดลงรายได้ของ NER มีความเสี่ยงที่จะลดลง


แนวโน้มราคายางพาราในระยะสั้น มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการยาง หลังจากยุโรปและเอเชียกลางเกิดการระบาดโควิด-19 ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในภูมิภาคยุโรปและเอเชียกลางอาจจะพุ่งแตะระดับมากกว่า 2.2 ล้านรายภายในเดือนมี.ค.ปีหน้า และการระบาดของยุโรป WHO มองว่าเกิดจากไวรัสโควิด-19 สายพันธ์เดลต้าที่มีอัตราการแพร่ระบาดที่เร็วกว่าสายพันธ์อื่นๆ ,ประชาชนในภูมิภาคไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ,หลายประเทศยกเลิกคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม ,รวมถึงสภาพอากาศในฤดูหนาวจะเป็นตัวกระตุ้นการระบาดในยุโรป กดดันให้ประชาชนรวมตัวกันภายในบ้านที่มีการระบายอากาศน้อย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไวรัสแพร่ระบาดได้ง่าย


ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันมีโอกาสเป็นขาขึ้น หลังจากโกลด์แมน แซคส์แสดงความเห็นว่า น้ำมันดิบที่ระบายออกจากหลายประเทศ นำโดยสหรัฐฯ อาจจะทำให้อุปทานน้ำมันโลก เพิ่มขึ้นราว 70-80 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า การระบายน้ำมันจะมีปริมาณมากกว่า 100 ล้านบาร์เรล และยังคาดการณ์ว่า กลุ่มโอเปกพลัสอาจระงับแผนเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันในเดือนธ.ค. ในการประชุมวันที่ 2 ธ.ค. 64 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันมากกว่าความต้องการผลิตน้ำมัน เป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน


จากปัจจัยที่แนวโน้มราคายางพาราและราคาน้ำมันเป็นขาขึ้น ส่งผลให้NER จะได้ประโยชน์ตามไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่เราแนะนำซื้อ NER ประเทศกับปัจจัยทางเทคนิคมีจุดเข้าที่ 6.90-7.00 บาท เป้าหมาย 7.50-8.00 บาท จุด Stop 6.80 บาท


ที่มา : บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด



อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X