> SET > NRF

11 มกราคม 2022

NRFรอคว้าท็อปเทนมะกัน หวังขึ้นแท่นผู้นำโปรตีนพืช

NRF-PTT-SIRIผนึก โหมร้านโปรตีนพืช


NRFย้ำปีนี้โตโดด70% ขึ้นแท่นโปรตีนพืชโลก


ทันหุ้น - NRF ทำดีลดิลิเจนซ์ ซื้อธุรกิจโปรตีนจากพืช ท็อป10 ในสหรัฐ สู่ผู้นำในตลาดสหรัฐ เตรียมนำสินค้า Wicked Kitchen ทำตลาดในไทย แผนธุรกิจกับปตท.คืบ มั่นใจสัดส่วนรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนรายได้รวมปี 65 คาดโตกว่า 50% โบรกประเมินปี 65 โตโดดเด่น ราคาเป้าหมายที่ 9.25 บาท


นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เปิดเผยว่า  สำหรับปี 2565 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 50% จากปีก่อน โดยธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญคือธุรกิจโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) ซึ่งบริษัทได้เดินหน้าในการขยายการลงทุนต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้ร่วมทุนกับปตท.ในการลงทุนจัดตั้งโรงงานอาหารโปรตีนจากพืช หรือ Plant-Based กำลังการผลิตประมาณ 3,000 ตันต่อปี เพื่อเป็นศูนย์กลางในการผลิตและจัดจำหน่ายทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยบริษัทร่วมทุนจะประกอบธุรกิจผลิตและขายสินค้า Plant-Based, Experience Store และ วิจัยและพัฒนา (R&D) โปรตีนทางเลือกอื่นๆ (Alternative Proteins) ในอนาคต


*จ้องซื้อธุรกิจโปรตีนจากพืช


ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการทำตรวจสอบสถานะการเงิน (ดีล ดิลิเจนซ์) บริษัทในสหรัฐที่ประกอบธุรกิจด้านธุรกิจโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) รายใหญ่ หรืออยู่ใน 10 อันดับบริษัทใหญ่ในสหรัฐ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนไม่นานจากนี้ โดยหากสามารถบรรลุข้อตกลงได้ จะทำให้บริษัทขึ้นเป็นผู้นำสำหรับธุรกิจโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) ในสหรัฐ


นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะนำเข้าสินค้าโปรตีนจากพืช (Plant-Based) อย่างครบวงจร ภายใต้แบรนด์สินค้า Wicked Kitchen ที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยด้วย  ดังนั้นเชื่อว่าปี 2565 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


“ตอนนี้ในส่วนของกลุ่ม Plant-Basedมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก อย่างในตลาดสหรัฐดีมานด์ดีต่อเนื่อง โดยตัวเลขที่ประเมินในปัจจุบันการบริโภค Plant-Based คิดเป็น 4% แล้วในสหรัฐ และเชื่อว่าการบริโภคในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือเติบโตตามสหรัฐในระยะ 3-4 ปีจากนี้ โดยในปีที่ผ่านมาตลาด Plant-Basedในประเทศไทยมีมูลค่าตลาดประมาณ 700-800 ล้านบาท โดยรวมทั้งในส่วนของนมแอลมอลด้วย ดังนั้นเชื่อว่าปีนี้ตลาดน่าจะเติบโตต่อเนื่อง และการที่ราคาหมู ราคาไก่ ปรับตัวเพิ่มขึ้น Plant-Basedก็จะเป็นอีกทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค”นายแดน  กล่าว


ดังนั้นในปี 2565 คาดว่ารายได้รวมจะเติบโต 50% จากปีก่อน จากการที่บริษัทได้มีการเข้าลงทุนในหลายธุรกิจก่อนหน้านี้ และยังเดินหน้าในการขยายธุรกิจ รวมไปถึงการเข้าซื้อกิจการต่อเนื่อง และทั้ง 3 ธุรกิจหลักก็มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ทั้งในส่วนของกลุ่ม Ethnic Food กลุ่ม Plant-Based Food และ Functional Product


*ปี 65ผลงานโตโดดเด่น


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง NRF ว่า คงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการปี 2565 คาดเห็นการเติบโตเด่นหลังปัจจัยกดดันต่างๆ คลี่คลายมากขึ้น เช่นปัญหาการขนส่งทางเรือจะช่วยให้ธุรกิจ Plant-Based กลับมาเติบโตในระดับที่ควรจะเป็น, Plant & Bean คาดจะพลิกมีกำไรหลังเดินหน้าเพิ่ม อัตราการใช้กำลังการผลิตหลังจากนี้ ประกอบกับธุรกิจ e-Commerce จะรับรู้รายได้ได้มากขึ้น และบริษัทยังมีแผนในการสร้างการเติบโตผ่านการเข้าซื้อกิจการ e-Commerce อย่างต่อเนื่อง คาดไม่กว่า 5 ธุรกิจต่อปี คงประมาณการกำไรปกติปี 2565 ที่ 287 ล้านบาท (เติบโต 230.3% ) และราคาเป้าหมายที่ 9.25 บาท


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X