> SET > TOG

22 เมษายน 2022

TOGตลาดโลกฟื้น เลนส์แว่นตาผงาด สินค้าจำเป็นยุคนี้

TOG ปักหมุดรุกตลาดเอเชีย ครึ่งหลังออเดอร์ใหม่ทะลัก


TOG รับผลบวกบาทอ่อน เร่งขยายอาณาจักรสหรัฐ


#TOG #ทันหุ้น –TOG แย้มยอดขายไตรมาสแรกปี 2565 ฉลุย ชูตลาดสหรัฐ-ยุโรป ขยายตัว-กำลังซื้อฟื้น ลูกค้าทยอยส่งออเดอร์เพิ่ม ยันไม่กังวลการเกิดโรคระบาดซ้ำ หลังเห็นต่างชาติกลับมาใช้ชีวิตปกติ ใส่เกียร์บุกทำตลาดเอเชีย-แอฟริกา-ตะวันออกกลางเพิ่ม กลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์ Rx ยังเป็นที่ต้องการ มั่นใจยอดขายรวมทั้งปีโต 10-15% จากปีก่อน


นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจช่วงไตรมาส 1/2565มีทิศทางการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องจากช่วงเดียวกับปีก่อน สอดคล้องตามเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงจากการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ใหม่จากทั้งลูกค้ารายเดิมและรายใหม่เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสัดส่วนมากกว่า 95%ของยอดขายรวมบริษัทส่งออกเป็นหลัก


ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความรุนแรงลดลงโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสได้เข้าเจรจากับลูกค้า รวมถึงการร่วมออกงานจัดแสดงสินค้าได้มากขึ้นทำให้สินค้าเลนส์สายตาเป็นที่รู้จัก ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะเลนส์สายตาเฉพาะบุคคล (Rx) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่ายอดขายบริษัทย่อย ทั้ง TOG USA และ TOG Europe ในปี 2565 จะสามารถเติบโตได้แบบตัวเลขสองหลัก


*ขยายตลาดอัพฐาน


พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าแผนการขยายตลาดในประเทศใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีความสนใจจะเข้าไปขยายตลาดอินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และจีน เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพและเป็นรายใหญ่ในตลาดดังกล่าวอยู่หลายราย เบื้องต้นคาดว่าไม่เกินปลายปีนี้จะได้ข้อสรุปของการลงทุนขยายตลาดอย่างชัดเจน โดยวางเป้าหมายการเติบโตของยอดขายตลาดใหม่ดังกล่าวไว้ที่ไม่น้อยกว่า 20%


สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทวางเป้ายอดขายเติบโต 10-15% จากปีก่อน ขณะเดียวกันบริษัทจะคงความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในปี 2565จะอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 30-31% และ 7-8% ได้ ส่วนแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดซื้อเครื่องจักรผลิตใหม่เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตรองรับความต้องการและการขยายตลาดที่เพิ่มขึ้น ด้านงบลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับว่าจะจัดซื้อเครื่องจักรมากน้อยแค่ไหน


*ขยายพอร์ตปั้มยอด


บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุถึง TOG ว่า มุมมองเป็นกลางจาก 1.บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 2565 เติบโต 12-15%เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน (ทางฝ่ายคาด โต 12% YoY) แม้มีปัจจัยสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ปัจจุบันยอดขายโดยรวมในช่วงไตรมาส 1/2565 โดยเฉพาะยุโรป ยังเป็นไปตามเป้าหมายบริษัท ซึ่งยอดขายในรัสเซียและยูเครนมีสัดส่วนรวมต่ำกว่า 1%


2.GPM ปี 2565 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี เนื่องจากบริษัทได้มีการล็อกต้นทุนวัตถุดิบสำหรับปีนี้ไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 4/2564 ขณะที่ค่าขนส่งส่วนใหญ่เป็น FOB ด้าน GPM ในไตรมาส 4/2564 ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 17%เชื่อว่าเป็นปัจจัยชั่วคราวจากค่าใช้จ่าย Incentive พนักงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 บางส่วน 3.บริษัทมีแผนขยายสายการผลิต Rx เพิ่มเติม ซึ่งบริษัทตั้งเป้าการลงทุนจะได้ข้อสรุปในปี 2565 เบื้องต้นประเมินจะใช้เงินลงทุนราว 700-1,500 ล้านบาท และ 4.การเจรจาคู่ค้ารายใหม่ในอินเดียยังคาดจะเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง


*ดีมานด์อยู่ในระดับสูง


คงประมาณการปี 2565 โดยประมาณการกำไรปกติปีนี้ไว้ที่ 309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY สำหรับไตรมาส 1/2565 เบื้องต้นประเมิน GPM จะฟื้นตัว QoQแต่รายได้และกำไรมีแนวโน้มชะลอตัวจากปัจจัยทางฤดูกาล โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพสายตาที่มีการเร่งใช้กรมธรรม์ในช่วงสิ้นปี อย่างไรก็ตาม มองว่าผลการดำเนินงานในช่วงเวลาที่เหลือของปียังอยู่ในทิศทางที่ดี หนุนโดยความต้องการเลนส์แว่นตาที่อยู่ในระดับสูงตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว รวมไปถึงแนวโน้มตลาดสหรัฐที่ขยายตัวต่อเนื่อง


ซึ่งในปีนี้บริษัทมีแผนขยาย Product Portfolio ให้ครบถ้วนมากขึ้น นอกเหนือจากเลนส์กลุ่ม Value-Added, และแผนการขยายฐานลูกค้าเชิงรุกมากขึ้นในยุโรป เช่น การออกงานแสดงสินค้า ตลอดจนตลาดที่ยังฐานต่ำ เช่น ตะวันออกกลางและแอฟริกา และเอเชีย หลังจากที่การเดินทางคล่องตัวมากขึ้น จากปัจจัยข้างต้นทำให้คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 13.50 บาท โดยมองว่าราคาหุ้น TOG ปัจจุบันยังน่าสนใจเทรด PER ปี 2565 ที่ 15 เท่า และ Key Risks ได้แก่ สถานการณ์โควิดและสงครามที่อาจกระทบมากกว่าคาด, GPM ที่ฟื้นตัวช้า, และ Liquidity การซื้อขายหุ้นที่ค่อนข้างต่ำ


รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7

[email protected] คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X