> SET > MAKRO

30 มิถุนายน 2022

MAKRO ดีดรับค้าปลีกฟื้น ยอดขายครึ่งปีหลังคึกคัก

MAKRO รุกขยายต่างแดน เตรียมเปิดสาขา 3 ในกัมพูชา


MAKRO โบรกฯ คาดกำไร Q2/65 ดีขึ้น รับผลดีเปิดเมือง-ท่องเที่ยวฟื้นตัว


#MAKRO #ทันหุ้น MAKRO เร่งขับเคลื่อน 3 ยุทธศาสตร์ ดันกลุ่มธุรกิจสู่ผู้นำค้าส่งค้าปลีกแห่งเอเชีย ขานรับแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกครึ่งปีหลังฟื้นตัว ทยอยเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลแพลตฟอร์มแห่งโอกาส สร้างการเติบโตให้เอสเอ็มอี สู่ตลาดต่างประเทศ ฝากโบรกจับตา กำไรปี 66 โตแรงกว่า 60%จากการรวมงบ โลตัส เป้า 47 บาทต่อหุ้น


นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจแม็คโคร หรือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ซึ่งดำเนินธุรกิจ แม็คโครและโลตัส กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัว ตามข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ระบุว่า ภาพรวมมูลค่าธุรกิจค้าปลีกในปี 2565 จะกลับมาขยายตัวอยู่ที่ 11% จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และจัดเลี้ยง (HoReCa) 


ขณะเดียวกันช่องทางการขายผ่านออนไลน์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ผ่าน maknet แพลตฟอร์มค้าส่งออนไลน์ ซึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่า ปลายปีนี้ยอดดาวน์โหลดจะเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 ครั้ง จากปัจจุบันที่ยอดดาวน์โหลดอยู่ราว 40,000 ครั้ง


ขับเคลื่อน3ยุทธศาสตร์

จากทิศทางการฟื้นตัวดังกล่าว กลุ่มธุรกิจแม็คโครจึงเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของเอเชีย โดยได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย การขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รองรับการขยายตัวของชุมชนและธุรกิจร้านอาหารที่กำลังกลับมาฟื้นตัว ส่วนในต่างประเทศมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคอาเซียนเป็นหลัก ปัจจุบัน แม็คโครมีสาขาในต่างประเทศรวม 7 สาขา ใน กัมพูชา, เมียนมา, อินเดีย และ จีน


สำหรับยุทธศาสตร์ที่สอง คือการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบ Omni Channel เชื่อมโยงระหว่างออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) อย่างครบวงจร ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น MakroClick และ maknet ซึ่งเป็น B2B Marketplace หรือตลาดค้าส่งออนไลน์ที่ครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล


โดยเพิ่มทีมงานคนรุ่นใหม่ เข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า และผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจและสร้างผลกำไรมากขึ้น ซึ่งข้อมูลล่าสุดเมื่อสิ้นปี 2564 แม็คโครมีสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทาง Omni Channel ถึง 12% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีสัดส่วนเพียง 7.5%


หนุนSMEไทยโตตปท.

และยุทธศาสตร์ที่ 3 คือการพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งโอกาส เพื่อเอสเอ็มอีและเกษตรกรรายย่อย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความยั่งยืน ด้วยการพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้แข็งแกร่ง เติบโตมีรายได้ที่มั่นคง โดยสนับสนุนตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ ตลอดจนเป็นช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันแม็คโครสนับสนุนเอสเอ็มอีและเกษตรกรกว่า 20,000 ราย และส่งออกสินค้าเอสเอ็มอีไทยไปสู่สาขาแม็คโครในต่างประเทศแล้วกว่า 300 รายการ


บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองว่าหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO มีปัจจัยบวกระยะสั้น โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/65 จะได้รับอานิสงค์จากการเปิดเมือง โดยการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมหรือ SSSG ในเดือน เม.ย.-พ.ค. บวกไม่ต่ำกว่า 5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/65 บวก 1% จึงประเมินว่ากำไรปกติทั้งปี 2565 จะอยู่ที่ 1.05 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 46%


กำไรปี66โต62% เป้า 47บ.

ส่วนในปี 2566 จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.70 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากการเริ่มรวมงบโลตัส ซึ่งคาดกลับมามีกำไร หลัง MAKRO ปรับโครงสร้างฐานะการเงิน ได้เงินเพิ่มทุนราว 3 หมื่นล้านบาท ลดต้นทุนดอกเบี้ย และคาดเกิด synergy รวมถึงธุรกิจ MAKRO เองยังเติบโตดี


นอกจากนี้ในด้านราคาหุ้น MAKRO นับเป็นหุ้นที่ Laggard ในกลุ่ม และเป็นอีกหุ้นที่รับผลบวกจากการที่นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้าไทย ดังนั้นจึงมองเป็นจุดซื้อลงทุนได้ โดยราคาหุ้นซื้อขายบนพี/อี เรโชปี 2565 ที่ 36 เท่า จากเป็นช่วงปรับโครงสร้างและรวมโลตัส แต่พี/อี เรโชจะลดเหลือ 22 เท่าในปี 2566 โดยได้ให้ราคาเป้าหมายที่ 47 บาทต่อหุ้น

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X