> SET > CPALL

02 สิงหาคม 2022 เวลา 08:00 น.

ดัชนีเชื่อมั่นค้าปลีกเร่งตัว CRC-CPALLโกยยอดขาย

ส่องพื้นฐาน เฟ้น 4 หุ้นเด็ด CPALL-GPSC-GULF-SAWAD


ส่องพื้นฐาน เฟ้น 4 หุ้นเด็ด CPALL-IVL-MTC-SAWAD


#CPALL #ทันหุ้น – ธปท.เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกเดือนกรกฎาคม 2565 ทั้งปัจจุบันและในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ผลปรากฏว่าเร่งตัวขึ้นเหนือ 50 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง กลุ่มร้านสะดวกซื้อที่เร่งตัวใกล้ค่าเฉลี่ย 60 จุด หนุนยอดขายต่อสาขา ชี้เร่งตัวขึ้นต่อเนื่องถึงสิ้นปี นักวิเคราะห์ให้ CPALL เด่นสุดเป้า 73 บาท เก็งกำไร CRC ที่ 40 บาท


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (Retailer Sentiment Index : RSI) ประจำเดือนกรกฎาคม 2565 ปรากฏว่าดัชนีความเชื่อมั่น ในภาวะปัจจุบันเร่งตัวขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 จุดได้เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2565 ที่ 48.9 จุด ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อดัชนีความเชื่อมั่นเร่งตัวใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 60 จุด ขณะเดียวกันดัชนีความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้าปรับดีขึ้นตามกิจกรรมและการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดยาว ควบคู่กับการทำโปรโมชันของร้านค้า


อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการยังกังวลต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่จะถูกซ้ำเติมจากราคาสินค้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าหลายรายการปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ดัชนีความเชื่อมั่น กลุ่มผู้ประกอบการไฮเปอร์มาร์เก็ตยังคงอ่อนตัวลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 50 จุด


นางสาววิชุดา ปลั่งมณี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงคาดการณ์ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2565 ของกลุ่มค้าปลีก ทั้งกลุ่มอุปโภค-บริโภค และห้างสรรพสินค้า ว่า มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่ากลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง - อุปกรณ์แต่งบ้านและสำนักงาน เบื้องต้นคาดว่ายอดขายต่อสาขา (SSSG) ของกลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภค-บริโภคจะเร่งตัวขึ้น 5% ได้ทั้งเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1/2565 (QoQ), และเพิ่มขึ้น 20-22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องได้ในงวดไตรมาส 3/2565 แม้ว่าจะเป็นช่วง “โลว์ซีซัน” ทางธุรกิจ เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน หนุนจาก 1.การเปิดภาคการศึกษา 2.การยกเลิกมาตรการ “Work Form Home”  3.การเดินทางท่องเที่ยวของทั้งนักท่องเที่ยวไทย และการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และ 4 การกลับมาเปิดให้บริการได้ “ตามปกติ”


ขณะเดียวกันรัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน”, การลดภาษีให้กับภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นการจัดกิจกรรมด้านต่างๆ, “คนละครึ่งเฟส 5” ซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายน 2565 นี้ ประกอบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนฐานต่ำจากมาตรการ Lockdown กด SSSG ของกลุ่มติดลบ


ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก กลุ่มอุปโภค-บริโภค และห้างสรรพสินค้า “เท่าตลาด” พร้อมแนะนำลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว อาทิ CRC คาดกำไรปกติที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% QoQ และพลิกบวกเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน พร้อมคาดรายได้รวมที่ 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1%QoQ,และเพิ่มขึ้น 23%YoY หนุนจาก SSSGคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 22% QoQและเพิ่มขึ้น 11% YoY ขณะที่บริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้ดี


สำหรับงวดไตรมาส 3/2565 บริษัทให้ข้อมูล SSSG เดือนกรกฎาคม 2565 ว่ายังเร่งตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่อง 40-50% YoY และมีแนวโน้มจะเป็น “บวก” เล็กน้อยได้เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 2/2565 หนุนจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวที่ทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้สถิติการเดินทางเข้าประเทศมีแนวโน้มจะทรงตัวต่อเนื่องจากช่วงปลายไตรมาส 2/2565 กดดันจากการเข้าสู่ฤดูฝน จึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมที่ 40 บาท


ชู CPALL เด่น


เลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม แม้ระยะสั้นราคาหุ้นจะได้รับแรงกดดันจากกระแสข่าวการเข้าซื้อธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ในอินเดีย แต่บริษัทอยู่ระหว่างบริหารจัดต้นทุนทางการเงิน เพื่อการควบคุมต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายให้สอดคล้องกับภาวะอัตราดอกเบี้ย “ขาขึ้น” ซึ่งต้องติดตามการปรับที่มาของแหล่งเงินทุนของ “บริษัทใหม่” ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 อย่างใกล้ชิด


“CPALL มีบริษัทแม่ที่แข็งแกร่ง และดำเนินกลยุทธ์การควบรวมเพื่อเร่งการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีหนี้สินเป็นสกุลเงินต่างประเทศราว 4% ซึ่งปัจจุบัน MAKRO มีแผนหาแหล่งที่มาของเงินทุนแหล่งอื่นที่สามารถลดต้นทุนทางการเงินในอนาคตลง”


ขณะเดียวกันภาพรวมทางปัจจัยพื้นฐานการดำเนินงานยังคงฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งคาดยอดขายต่อสาขางวดไตรมาส 2/2565 ของ 7-eleven ยังเป็นบวกได้ราว 10-12% QoQ และเพิ่มขึ้น 22% YoY ขณะที่ SSSG ของ MAKRO คาดจะเพิ่มขึ้นราว 6-9% YoY ขณะที่ยอดขายในส่วนของ Lotus อาจยังทำได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับ 7-eleven และ MAKROเบื้องต้นคาดว่ารายได้ – กำไรจะเร่งตัวแตะระดับสูงสุดของปีในงวดไตรมาส 4/2565 จึงคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2565 ที่ 16,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 73 บาท


รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7

[email protected] คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X