> ปักหมุดพระราม 9 >

04 สิงหาคม 2022

สิงหาพาเพลิน กันยาพาพัง

#ทันหุ้น - เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา SET Index เริ่มส่งสัญญาณดี หลังจากที่ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1517 จุด ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ค. รวดเดียว 59จุด หรือ 3.8% ก่อนจะมาขึ้นต่อเนื่องในวันที่ 1ส.ค. อีก 16.8 จุดหรือ 1.07% รวมการฟื้นตัวจากหลุม ดัชนีบวกมาได้ถึง 76จุด หรือ 4.9%


การฟื้นตัวของ SET Index สอดคล้องกับ S&P500 Index พลิกจาก -8.4% ใน มิ.ย. มาเป็น +9.1% ใน ก.ค.


มองสาเหตุหลักของการฟื้นตัวรอบนี้ มาจากการรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐ (US CPI) เมื่อ 10 ก.ค.65 แม้จะออกมามากกว่าคาดที่ 9.1% แต่ด้วยทิศทางของราคาน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์และเกษตรที่ปรับตัวลงอย่างหนักมาตั้งแต่ปลาย มิ.ย. ทำให้ตลาดรับรู้โดยทั่วกันว่าเงินเฟ้อ 9.1% นี้ คือจุดพีคแล้ว


เมื่อเงินเฟ้อพีค ก็เท่ากับว่า Fed จะพีคแล้วเช่นกัน


เราจึงได้เห็นการประชุม FOMC Meeting ธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.75% สอดคล้องกับที่ตลาดคาด (ผิดไปจากการประชุม 3 ครั้งที่ผ่านมา ที่ Fed ต้องจำยอมขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าที่ส่งสัญญาณไว้เดิม) และทำให้ตลาดเริ่มเปลี่ยนโทน จากที่เคยกลัวว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยแรงต่อเนื่องจนไม่รู้ว่าจะไปหยุดตรงไหน กลายเป็นมีความหวังว่า Fed อาจเริ่มคงและปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้


มุมมองเงินเฟ้อพค Fed พีค กลายเป็นตัวบ่งบอกว่า Bond Yield และ US Dollar ก็พีคด้วย ปฎิกิริยาตีกลับจึงเกิดขึ้น เงินคลายตัวออกจาก US Dollar มุ่งกับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้น และ เข้าสู่ตลาดพันธบัตรจนทำให้US Bond Yield เริ่มคว่ำลง


จังหวะการตีกลับของกระแสเงิน เริ่มมีเค้าลางมาจากFund Survey เดือน ก.ค. โดย Bank of America ผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐส่วนใหญ่ ถือเงินสดกันมากกว่า 6% และเน้นไปที่การเปิด Position Long US Dollar เท่ากับว่ากองทุนส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะถือเงินสดในรูปดอลลาร์มากเกินไป เมื่อทุกอย่างผ่อนคลาย (เงินเฟ้อพีค Fed พีค) บรรดากองทุนขนาดใหญ่ที่หิวกระหายผลตอบแทนอยู่แล้ว จึงต้องโยกเงินกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงครั้งใหญ่


สถานการณ์ดูเป็นใจ แม้จะยังคงมีเรื่องความกังวลสภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Recession หลังการรายงาน GDP Growth ไตรมาส 2 ออกมาติดลบจากไตรมาสก่อนหน้าอีก -0.9% ถือเป็นการติดลบรายไตรมาส 2 ไตรมาสติดต่อกัน แต่ตลาดก็ไม่ได้มีความกังวลมากนัก เพราะมองเพียงว่าเป็นแค่ Technical Recession หรือเป็นสภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดจากตัวเลขบางตัวแย่ชั่วคราว ไม่ใช่การถดถอยที่มีสัญญาณลากยาว  และยิ่งไปกว่านั้นตลาดยังมองเรื่อง Technical Recessionอาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ Fed อาจชะลอการใช้นโยบายการเงินตึงตัว ทั้งการหยุดขึ้นดอกเบี้ยและเลิก QT


เพราะมองกันแบบนี้ตลาดจึงได้ฟื้นตัวแรง และดูเหมือนว่า S&P500 และ SET Index จะฟื้นต่อเนื่องได้อีกใน ส.ค. นี้ เนื่องจากการรายงานข้อมูลต่างๆ จะออกมาเป็นไปในเชิงบวก PMI ภาคการผลิตที่ 52.8 การจ้างงานนอกภาคเกษตร(ตลาดคาดเพิ่ม 2.5 แสนตำแหน่ง) และอัตราการว่างงาน (ตลาดคาด 3.6%)จะเป็นตัวสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งและไม่ใช่ Recession ต่อด้วยเงินเฟ้อสหรัฐจะผ่อนลง (ตลาดคาดไว้ที่ 8.8% YoY) ซึ่งจะเป็นตัวยืนยันว่าเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว


ขณะที่ SET Index ก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดีใน ส.ค. เช่นกัน การรายงานเงินเฟ้อทั่วไปในวันที่ 5 ส.ค. ตลาดคาดไว้ที่ 8% YoY ก็จะเป็นจุดพีคเงินเฟ้อของไทย ลดแรงกดดันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) การประชุม กนง. ในวันที่ 10 ส.ค. จึงมีแววว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแค่ 0.25% พร้อมกับส่งสัญญาณขึ้นอีกแค่ 0.25% ในการประชุม 2 ครั้งที่เหลือ แน่นอนว่าตลาดหุ้นก็จะตอบรับในทางบวก ต่อเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เริ่มดีขึ้นในหลายๆด้านจากรายงานของ ธปท. และการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ไม่แย่ไปกว่าคาด


เดือน ส.ค. จึงน่าจะเป็นเดือนที่ดีของทั้ง S&P500 และ SET Index สอดคล้องกับสถิติ 5 ปีที่ผ่านมา S&P500 สามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ยใน ส.ค. 2.2% และ SET Index ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.3%


อย่างไรก็ตาม ภาพความสดใสของตลาดจะดีแค่เฉพาะ ส.ค. เท่านั้น เมื่อเข้าสู่ ก.ย. ตลาดจะเริ่มพบกับความจริงว่า เงินเฟ้อแม้จะพีคไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่ามันจะลดลงได้ง่ายๆ และตลาดจะต้องกลับมากังวลกับ FOMC Meeting ในช่วงกลางเดือน ก.ย. ว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแรงต่อเนื่องที่ 0.75% นอกจากนั้นผลจากสภาวะ Recession จะปรากฏออกมาชัดเจนมากขึ้น ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆจะเริ่มแย่มากขึ้น PMI ภาคการผลิต มีสิทธิ์ลงต่ำกว่า 50 (จากการชี้นำของ PMI New Order ที่ตอนนี้ต่ำกว่า 50 แบบแน่นอนไปแล้ว) และตัวเลขการจ้างงานที่จะเริ่มส่งสัญญาณแย่มากขึ้น จากการที่บริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐ ชะลอการจ้างงานเพิ่มและหลายแห่งเริ่มปรับคนออก


เดือน ก.ย. จึงเป็นเดือนที่ S&P500 Index มีโอกาสพลิกคว่ำ และจะส่งผลจิตวิทยาเชิงลบมาสู่ SET Index ให้ผลตอบแทนแย่ตามไปด้วย โดยเป็นไปได้ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มที่จะนำไปสู่การปรับร่วงที่รุนแรงในไตรมาส 4


นักลงทุนจึงควรต้องระมัดระวังไว้ด้วย



รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7

[email protected] คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news 

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X