> SET > PRM

28 ธันวาคม 2022 เวลา 09:24 น.

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

‘ดาโอ’ อัพเป้า ‘PRM’ มองธุรกิจยังสดใส ชี้Q4/65-ปี66 โตเด่น


PRM สูงนะ แต่ก็น่าสน (อย่าย่อเยอะ)


#SET #ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index กลับมาแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,630-1,645 จุดหลังจากปรับขึ้นแรงวานนี้จากประเด็นจีนที่ยกเลิกมาตรการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ เช้านี้ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับไม่สดใสนัก มีความกังวลว่าการเปิดประเทศของจีนจะเร่งให้เงินเฟ้อขยับสูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐวานนี้ขยับขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า ตลาดกลับมากังวลอัตราดอกเบี้ยที่อาจเร่งขึ้นอีกครั้ง ตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปีจะถูกชี้นำจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลักด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง แต่ภาพระยะกลาง-ยาว เรายังคงคาดหุ้นกลุ่ม Domestic & Reopening Play จะยังสดใสต่อเนื่อง 


กลยุทธ์ : เน้นลงทุนในกลุ่ม Domestic/Reopening Play ตามเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว//ยังถือลงทุนต่อเนื่องหลังสะสมหุ้นเพิ่มไปแล้วช่วงปรับฐาน

หุ้นเด่นเดือนธ.ค. : BBL, BDMS, CRC, M, MAJOR


หุ้นเด่นวันนี้ : PRM

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.90 บาท

• คาดกำไร 4Q22 ยังเติบโตแข็งแรงหนุนจากการ Reopening หนุนความต้องการใช้น้ำมันฟื้นตัวและเป็นบวกต่อปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้นทั้ง Domestic และ International เราคาดกำไรปี 2022 +55% Y-Y

• แนวโน้มปี 2023 คาดยังคงสดใสต่อเนื่องหนุนจากการับรู้รายได้จากเรือ VLCC ใหม่ 3 ลำเต็มปี เราคาดกำไรโตต่ออีก +12% Y-Y ราคาหุ้นปัจจุบันยังเทรด PER ต่ำเพียง 11.3 เท่า

• แนวรับ 7-6.90 บาท แนวต้าน 7.50-7.55//8 บาท


**บล.ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดดัชนีฯ แกว่งตัวในกรอบแคบ มาตรการจีนอาจจะยังเป็นตัวช่วยหนุนตลาด แต่ไม่ร้อนแรงเหมือนวานนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกวานนี้(27) ปรับตัวขึ้นตอบรับการผ่อนคลายมาตรการของจีน แต่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก (ทางการจีนคาด peak เดือน ม.ค.) อาจจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้มีการหยุดการผลิตโดย Tesla ก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นตัวแปรควรให้ความสนใจ


รัสเซียมีการลดกำลังการผลิตน้ำมัน และไม่ขายน้ำมันให้กับประเทศที่ใช้นโยบาย Price cap กับทางรัสเซีย โดยเริ่ม 1 ก.พ. (ปกติรัสเซียมีการผลิตน้ำมัน 10.7 ล้านบาร์เรล/วัน หากลดกำลังการผลิตจะหายไป 6%) บวกต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน จาก Supply ที่ลดลง 


วันนี้จะมี กกพ. มีการประชุมทบทวนเรื่องค่า FT อีกครั้ง และรัฐฯ ขอให้ PTT เข้ามาช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง (6 พันล้านบาท) ซึ่งประเด็นนี้อาจจะเข้ามารบกวนกลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC) 


วานนี้(27) นักลงทุนต่างชาติ Net Buy หุ้นไทย 4.4 พันล้านบาท และปี 2022 Net Buy ไปแล้วทั้งหมด 1.7 แสนล้านบาท (กลับมา Net Buy เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2017)


ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ คือ การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เดือน พ.ย.Strategy


แรงซื้อหุ้นอิงจีนน่าจะตอบรับไปมากพอควร  เรามองอาจไปต่ออีกเล็กน้อย  และจะดันให้ดัชนีฯสิ้นปี ปิดดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 1620 จุด คือ น่าจะไปปิดแถวๆ 1640-50 จุด


การเก็งกำไรหุ้นเปิดเมือง วันนี้ เราควรให้น้ำหนักกับหุ้นเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก อาทิ BEM, CENTEL, AAV, PTG จากการเดินทางของคนไทยที่จะมากขึ้น (คนจีนมา ถือเป็น bonus)


ราคาหุ้นกลุ่ม Commodity จะเริ่มดีขึ้นจากการเปิดประเทศของจีน และนโยบาย price cap ราคาน้ำมัน  หุ้นเด่นๆ จะเป็น PTTEP, IVL


หุ้นราคาลงแรง(ลึก) เล่นเก็งกำไรช่วงสั้น SAPPE, STGT


พอร์ตหุ้นวันนี้เรานำหุ้น  KKP, PRI*, MAKRO, KTB  ออก และนำ  AEONTS  เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบไปด้วย AEONTS(10%), PTTEP(10%), SAPPE*(10),CENTEL(10%,BEM(10%),  FORTH(10%)


Strategy Stock Pick

BEM: (เป้าเชิงกลยุทธ์ 10.20 บาท) “ผู้โดยสาร-ทางด่วนฟื้นชัด 1Q23E ลุ้นเซ็นสายสีส้ม”

•แนวโน้มผู้โดยสารและผู้ใช้ทางด่วนฟื้นต่อเนื่อง บริษัมประเมินเป้าปี ’23 ผู้ใช้ทางด่วน 1.1-1.2 ล้านเที่ยว/วัน ส่วนรถโดยสารไฟฟ้า 4 แสนเที่ยว/วัน ด้านการเปิดประเทศที่อาจเร็วกว่ากำหนดของจีนจะเป็น Bonus (ตลาดยังไม่รวมในประมาณการ)

•งานประมูล การประกาศผู้ชนะและการเซ็นสัญญาในปี ’23 แน่น เริ่มจากสายสีส้ม (BEM-CK) มูลค่าโครงการรวม 1.39 แสน ลบ. ติดตามสายสีม่วง (ใต้) และโครงการ Double Deck

•DAOL ประเมินกำไรสุทธิปี 2022-2023 ที่ 2.45 พัน ลบ. และ 3.64 พัน ลบ. +29%YoY, +4%YoY ตามลำดับ


Technical : SYNEX, TEAM


**บล.คิงส์ฟอร์ด จำกัด ประเมินดัชนี SET ได้แรงหนุนจากจีนเปิดประเทศเร็วกว่าคาด วางแนวรับที่ 1,635 – 1,640 แนวต้าน 1,650 แนะนำซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เช่น AOT, AAV, MINT, ERW, SPA, EKH, TKN, CBG และกลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, SCC, BCP, TOP (+ ม.เปิดประเทศของจีน )


CENTEL* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 53.00 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 4Q65 ฟื้นตัวต่อเนื่อง หนุนจากธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยที่มีอุปสงค์แข็งแกร่งทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เนื่องจากเริ่มเปิดประเทศ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวและคนที่กลับเข้ามาทำธุรกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงแรมในต่างประเทศอย่างมัลดีฟส์และดูไบจะเข้าสู่ช่วง High Season ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) ผ่าน Break-Even กลับมาเป็นกำไร ส่วนธุรกิจอาหารเติบโตต่อเนื่องตามตัวเลข SSSG เพราะหมดหน้าฝนและกำลังเข้าสู่ฤดูกาลจับจ่ายใช้สอย-เฉลิมฉลองในช่วงท้ายปี ช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายใน Write-off จากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร (เป็นปกติในไตรมาส 4)


WHA* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 4.54 บาท) ประเมินภาพการดำเนินงานในช่วง 4Q65 ยังคงสดใสเป็นจุดสูงสุดของปีรับการขายสินทรัพย์เข้ากอง REITs (ส่วนที่เป็นโลจิสติกส์ พร้อพเพอร์ตี้ จะขายให้กับ WHART/ ส่วนที่เป็น Ready-Built FACTORY กับ Ready-Built  Warehouse จะขายให้กับ WHAIR) ด้านยอดขายที่ดิน คาดว่าเป้าของปี65 นี้ที่ 1,650 ไร่ มีโอกาสทำได้ทะลุเป้าไปที่ระดับ 1.7-1.8 พันไร่ (9M65 ทำได้ 1,512 ไร่; ไทย 1,412  ไร่, เวียดนาม 100 ไร่) ขณะที่ในส่วนของปีหน้าทาง WHA วางเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ระดับ 2,000 ไร่ ทั้งนี้ตลาดคาด EPS ปี65 และ ปี66 จะเติบโตต่อเนื่องจากปี 64 ที่ 0.17 บาท/หุ้น มาอยู่ที่ 0.20 บาท/หุ้น, และ  0.26 บาท/หุ้น ตามลำดับ



รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

[email protected] คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X