> SET > GULF

11 มกราคม 2023 เวลา 07:45 น.

GULFผลิตเพิ่ม3พันเมก ทางโล่งทุ่มปีนี้4หมื่นล.

การซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร บจ. ประจำวันที่ 30 มกราคม 2566


การซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร บจ. ประจำวันที่ 25 มกราคม 2566


#GULF #ทันหุ้น – GULF ลั่นปีนี้โตแรง กำลังผลิตเพิ่มกว่า 3 พันเมกะวัตต์ รุกลงทุนตปท.ต่อเนื่อง รับรู้ปันผล INTUCH 2.1 พันล้านบาท มกราคมนี้ เดินหน้าธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไตรมาส 1/2566 สร้างดาต้าเซ็นเตอร์กลางปี มั่นใจรายได้โตกว่า 30% เดินแผนลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านบาท รับผลดีเอกชนผลิตไฟฟ้าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ


นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมปี 2566 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 30% จากปี 2565 โดยโครงสร้างรายได้หลักจากกลุ่มพลังงาน โดยปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นราว 3,000 เมกะวัตต์ จากโครงการที่เตรียมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ตามแผน ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (Independent Power Producer : IPP) โรงไฟฟ้า กัลฟ์ พีดี (GPD) โดยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งโครงการละ 2,650 เมกะวัตต์ (แบ่งเป็น 4 หน่วยผลิต หน่วยผลิตละ 662.5 เมกะวัตต์) มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปี ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้า GPD มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หน่วยที่ 1 และ 2 ในเดือนมีนาคม 2566, ตุลาคม 2566 ส่วนหน่วยที่ 3 และหน่วยที่ 4 จะ COD ในเดือน มีนาคม 2567 และตุลาคม 2567


นอกจากนี้ยังโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson ตั้งอยู่ในเขตวิลล์ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ขนาดกำลังการผลิต 1,200 เมกะวัตต์ ที่บริษัทเข้าลงทุนในสัดส่วน 49% คาดว่าจะโอนหุ้นปลายเดือนมกราคม 2566 นี้ พร้อมกันนี้ยังจะมีการรับรู้กำไรจากการลงทุนในบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT) ราว 200-300 ล้านบาท จากการถือหุ้นในสัดส่วน 28.57% ซึ่งมีการโอนหุ้นเรียบร้อยแล้วในเดือนธันวาคม 2565


ส่วนการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) จะส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้าประเภท SPP ของบริษัทที่มีอยู่กว่า 19 โรง ขณะเดียวกันบริษัทยังมองหาโอกาสในการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนต่อเนื่อง เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลาย คาดลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในช่วงไตรมาส 1/2566 รวมถึงศึกษาลงทุนโครงการต่างประเทศทั้งพลังงานลมรวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ GULF1 ยังเดินหน้าในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับลูกค้าคาดเซ็นสัญญาเพิ่มอีกกว่า 100 เมกะวัตต์


@INTUCH ปันผล 2.1 พันล.


ขณะเดียวกันปีนี้จะรู้เงินปันผลจากการถือหุ้น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ในสัดส่วน 46.5% ราว 2,100 ล้านบาท ช่วงมกราคม 2566 ขณะที่การร่วมมือกับกลุ่ม Binance ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และใบอนุญาตธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 1/2566 นี้ สำหรับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงกลางปี 2566 รวมไปถึงปัจจุบันมีการศึกษาในเรื่องของคาร์บอนเครดิตด้วย เพราะบริษัทมีการเดินหน้าในการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนต่อเนื่อง


ซึ่งบริษัทยังเดินหน้าในการขยายการลงทุนหลายโครงการทั้งในส่วนโครงการพลังงาน รวมไปถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้คาดว่าปีนี้จะใช้เงินลงทุนเกือบ 4 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2566 นี้ มีแผนจะออกหุ้นกู้ราว 1.5- 2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนและรีไฟแนนซ์หุ้นกู้เดิม


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง GULF ว่าฝ่ายวิจัยประเมินกําไรปกติ ไตรมาส4/2565  ที่ 2.9 พันล้านบาท (+7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน , +35% จากไตรมาสก่อนหน้า) จากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าใหม่อีกพันเมกะวัตต์ รวมถึงค่า Ft ที่ปรับขึ้นมาที่ 0.93 บาทต่อหน่วย (จาก -0.15 บาทต่อหน่วย ในไตรมาส 4/2564   และ 0.25 บาทต่อหน่วย ใน ไตรมาส 3/2565 ) ซึ่งชดเชยค่าก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับ 500 บาทต่อMMBTU (+50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน-12% จากไตรมาสก่อนหน้า) โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2565-2566 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท (+30% YoY) และ 1.5 หมื่นล้านบาท (+40% YoY) ปี 2566 ได้ปัจจัยหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากโครงการใหม่รวมราว 1,500 เมกะวัตต์ระหว่างปี


ราคาหุ้นกลับมาเคลื่อนไหวใกล้เคียง SET ในช่วง 1 เดือนที่ผานมา คาดมาจากการ Price In การลงทุนใหม่ๆ ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง (Data Center, Digital Assets Exchange Platform, MOU Tariff โครงการ Hydro Power Plants, โรงไฟฟ้า Jackson ในอเมริกา, เข้าเป็นเจ้าของ THCOM) คงคำแนะนํา “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 60.00 บาท อิง SOTP


@ รับผลดีศาลตัดสินไม่ขัด รธน.


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด  (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย กรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ผลิตไฟฟ้าต่ำกว่า 51% ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากจะช่วยคลี่คลายความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเอกชนในไทย อย่างไรก็ตามปัจจุบันกำลังการผลิตไฟฟ้าในไทยมีมากกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ค่อนข้างมาก โดยปริมาณสำรองไฟฟ้าอยู่ที่ระดับสูงราว 30-50% จากปกติที่ตั้งไว้ราว 15% ดังนั้นการขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ในไทยอาจเกิดขึ้นไม่มาก จึงเห็นผู้ประกอบการมุ่งเน้นขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ รวมถึงเน้นขยายลงทุนไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง


ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส คงคำแนะนำทยอยสะสมหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดย Top Pick เลือกหุ้น GULF และ GPSC สำหรับธีมการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นในช่วง 5 ปีข้างหน้า และเลือกหุ้น RATCH และ EGCO สำหรับการลงทุนที่เน้น ปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล ราว 4-5% ต่อปี


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ความกังวลที่ตลาดไฟฟ้าในอนาคตจะถูกแทรกแซงจากภาครัฐผ่อนคลายลง โดยเฉพาะการเสนอขายไฟฟ้าพลังงานทดแทน 5,203 เมกะวัตต์ ที่จะทราบผลมีนาคมนี้ และการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้ามีความเป็นไปได้ชัดเจนขึ้น มองว่า GULF และ GUNKUL จะได้ประโยชน์จากความกังวลที่ลดลงมากสุด


รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

[email protected] คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X