> อาหารสมอง >

24 มกราคม 2023 เวลา 14:17 น.

YLG จับทิศลงทุนทองคำ เป้าหมายปีนี้โอกาสแตะ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์

#ทันหุ้น - วายแอลจี ชี้จีนเปิดประเทศหนุนตลาดทองคำกายภาพทะยานต่อเนื่องตลอดไตรมาส 1 คาดต้นปีนี้ตลาดทองคำสดใสกว่า 2 ปีก่อน มองเป้าหมายทองคำปีนี้มีโอกาสแตะ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 31,000 บาทต่อบาททองคำ แต่ระหว่างปีอาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ แนะสำหรับผู้ต้องการซื้อสะสมรอรับที่ 1,800-1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ พร้อมเผยสัญญาณธนาคารกลางหลายประเทศสะสมทองคำต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3 /2565 เป็นต้นมา ส่วนราคาทองในประเทศไม่หวือหวาเหตุบาทแข็งฉุด แนะลงทุนทองผ่านตลาดฟิวเจอร์สเพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง และปิดความเสี่ยงค่าเงิน


นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ตั้งต้นปีราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วประมาณ 6% จากที่เปิดตลาดประมาณ 1,823 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากแรงซื้อจากจีนที่ฟื้นตัวรับการเปิดประเทศหนุนเงินหยวนที่แข็งค่ากดดันดอลลาร์ บวกกับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะชะลอขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ จึงมองว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงต้นปีจะยังคงเป็นขาขึ้นเกือบตลอดทั้งไตรมาส 1 นอกจากนี้เทศกาลตรุษจีนในช่วงที่ผ่านก็ส่งผลให้ตลาดทองคำคึกคักเช่นกัน ดังนั้นในระยะสั้นวายแอลจีจึงมองเป้าหมายราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปที่ 1,960 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์หรือประมาณ 30,500 บาทต่อบาททองคำ


สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำในช่วงนี้หากต้องการเข้าซื้อสามารถทำได้แบบเก็งกำไรระยะสั้น แถวๆ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เพราะมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นได้ตามเป้าที่มองไว้ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แต่ถ้าต้องการซื้อสะสม แนะนำให้รอราคาปรับตัวลง แถวๆ  1,650 - 1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ กรอบแนวรับ 25,500-26,400 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งแนวรับนี้เป็นกรอบของทั้งปี เพราะมองว่าไตรมาสแรกทองคำจะทะยานขึ้นไป แต่หลังจากนั้นก็มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไร 


รวมถึงครึ่งปีแรกแม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายน้อยลง แต่ก็อาจจะสร้างแรงกดดันเป็นระยะๆ ราคาทองคำจึงมีโอกาสปรับฐานได้ ดังนั้นมองว่าราคาทองคำจะเป็นขาขึ้นในไตรมาสแรกและจะเป็นขาขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี ที่อัตราดอกเบี้ยไม่ใช่ขาขึ้นอีกต่อไปเพราะเริ่มได้รับแรงกดดันจากข่าวภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากเป็นเช่นนั้นก็จะส่งผลบวกต่อทองคำ


อย่างไรก็ดีทองคำในปีนี้ยังได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อของธนาคารกลางหลายประเทศที่เริ่มสะสมทองคำตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2565  ทำให้การมีทองคำในพอร์ตก็ถือเป็นเรื่องที่ดี โดยพอร์ตลงทุนที่ดีควรมีทองคำ 5-10% เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนรวมโดยในช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ทองคำได้พิสูจน์ให้เห็นว่ายังทรงตัวในระดับสูง แม้จะมีบางช่วงที่ราคาปรับฐาน แต่ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น


ส่วนราคาทองคำในประเทศนั้นมองว่าราคาในปีนี้จะไม่ปรับขึ้นอย่างหวือหวา เพราะค่าเงินบาทที่เริ่มกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีนักลงทุนสามารถปิดความเสี่ยงเรื่องค่าเงินได้ด้วยการลงทุนทองคำผ่าน ตลาด ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งการลงทุนโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส(Gold Online Futures)ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักลงทุนไม่ต้องมีความกังวลด้านความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงินบาท



รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

[email protected] คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X