> mai > BGT

02 พฤศจิกายน 2023 เวลา 08:50 น.

BGT โยกผลิตจีนลดต้นทุน ฟรีวีซ่าหนุนยอดขายฟื้นชัด

#BGT #ทันหุ้น – BGT สบช่องบินลัดฟ้าเจรจาซัพพลายเออร์จีนผลิตสินค้าเพิ่ม ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพขนส่ง ฟาก “ดร.นพดล ธรรมวัฒนะ” ปักเป้ายอดขายสู่ 900 ล้านบาท ในปี 2567 หลังทิศทางไตรมาส 4/2566 ดีขึ้น รับปัจจัยหนุนฟรีวีซ่า อินเดีย ไต้หวัน ดันยอดขายโซนท่องเที่ยวฟื้นชัด


ดร.นพดล  ธรรมวัฒนะ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BGT เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้ไปจัดหาผู้ผลิตสินค้าเพิ่มเติม ในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาหลังจากผ่านสถานการณ์โควิด โลจิสติกส์เปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งทีมงานอยู่ระหว่างบินไปเจรจาที่ประเทศจีน เพื่อผลิตสินค้าให้กับบริษัทในปี 2567


** ผลิตจีนลดต้นทุน

“ตอนนี้ลูกสาวกำลังไปที่จีนอยู่ ไปดีลผลิตเอง เพื่อลดต้นทุนลง เพราะหลังโควิดต้นทุนโลจิสติกส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก และจะมีโปรดักต์ใหม่เพิ่มเติมในปีหน้า ที่ยังมีความเกี่ยวเนื่องกับกีฬาอยู่ ซึ่งเราจะให้จีนเป็นซัพไพรเออร์ให้เรา ทำให้ลดต้นทุนลง การส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่่ผ่านมาเราเจอสินค้าดีเลย์ไม่เข้าตามกำหนด” ดร.นพดล กล่าว


สำหรับเป้าหมายยอดขายในปีหน้า คาดหวังจะกลับมาในเท่าก่อนช่วงโควิด อยู่ที่ประมาณ 800-900 ล้านบาท ซึ่งเห็นจากสัญญาณในไตรมาส 4/2566 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น และเชื่อว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีแรก 2567 ได้ อีกทั้งปีหน้าอาจจะมีการลงทุนเพิ่มเติม คาดชัดเจนเร็วๆ นี้


นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการเปิดวีซ่าฟรีเพิ่มอีก 2 ประเทศคือ อินเดียและไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมาก


“การเปิดฟรีวีซ่าถือว่าได้รับอานิสงส์ เราเห็นผลจากโซนทัวร์ลิสต์ เช่น พัทยา หาดใหญ่ ภูเก็ต ซึ่งเรามียอดจำหน่ายเข้ามามากขึ้น แนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะพัทยาจะเห็นเลยว่า ลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอยชาวอินเดียมีเยอะ ในเดือนตุลาคมเราเห็นชัดเจน ปีหน้าถ้ามีโมเมนตัมแบบนี้เชื่อว่าจะดี และช่วงนี้เรามีการปรับปรุงร้านค้าไปได้ 50 สาขาแล้ว” ดร.นพดล กล่าว


** แผนขยายสาขา

สำหรับแผนการขายผ่านสาขาต่างๆ ปัจจุบันได้ลดจำนวนลงเหลือ 140 สาขา จากเดิม 170 สาขา ซึ่งบริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มในส่วนของชุดว่ายน้ำอย่างน้อย 4 สาขา


สำหรับแพลตฟอร์มการซื้อขายของบริษัทในปัจจุบันมีเว็บไซต์ของตัวเอง และผ่านช่องทาง Shoopee-Lazada ซึ่งใน Shoopee กำลังจะขยายไปสู่ประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงมีการเพิ่มช่องทางการขายทาง TikTok ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ดร.นพดล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง มีการซื้อหุ้นในส่วนตนเองอยู่บ้าง ทำให้สัดส่วนในกลุ่มถืออยู่ 50-60% และยังมั่นใจพื้นฐานแข็งแกร่ง มองว่าในอนาคตยอดขายในส่วนของออฟไลน์จะกลับมา ซึ่งเห็นได้จากยอดขายในส่วนของอีคอมเมิร์ซเริ่มลดลง ขณะที่ในช่วงโควิด ช่องทางขายผ่านอีคอมเมิร์ซของบริษัทติด Top5 ใน Shoopee

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X