> FAST TRADE > SCGP

06 กุมภาพันธ์ 2024 เวลา 06:10 น.

เจาะ SCGP

#ทันหุ้น - บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทจะดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ เป็น “บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษดังนี้


“CGS International Securities (Thailand) Company Limited” และใช้ชื่อย่อ “CGSI” โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป


ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบเหนือระดับ 1380 หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคทะลุผ่านแนวต้านที่ 1375 ขึ้นไป ทำให้แนวโน้มหลักกลับมามีโอกาสฟื้นตัวไปทดสอบแนวต้านที่ 1400 และ 1420 แต่ถ้าปรับตัวลดลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1370 จะมีแนวรับถัดไปที่ 1340


หรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ PTTEP หรือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจขนส่งก๊าซทางท่อในต่างประเทศ และการลงทุนในธุรกิจต่อเนื่อง


ผลประกอบการปี 66 มีกำไรสุทธิ 76,706 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 18.89 บาท เมื่อเทียบกับผลประกอบการปี 65 ที่มีกำไรสุทธิ 70,901 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 17.94 บาท


PTTEP รายงานผลการดำเนินงานปี 66 มีรายได้รวม 9,057ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 315,216 ล้านบาท) ลดลง 603 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 24,686 ล้านบาท) หรือ 6% เมื่อเทียบกับปี 65 ที่มีรายได้รวม 9,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า339,902 ล้านบาท)


ในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้น มีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมภาษีเงินได้) ทั้งสิ้น 5,061 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 176,285 ล้านบาท) ลดลง 559ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 21,089 ล้านบาท) หรือลดลง 10% เมื่อเทียบกับปี 65


ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงานปกติลดลง โดยหลักจากราคาขายเฉลี่ยของบริษัทลดลงจากปีก่อนหน้า 10% มาอยู่ที่ 48.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ รวมถึงปริมาณขายเฉลี่ยต่อวันปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 462,007 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ส่งผลให้ PTTEP รายงานกำไรสุทธิ 2,208 ล้านดอลลาร์วสหรัฐ (เทียบเท่า 76,706 ล้านบาท) หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.54ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 18.89 บาท) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 5,805 ล้านบาท) หรือ 10% เมื่อเทียบกับปี 65


กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการรายงานผลขาดทุนที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติในจำนวนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันและการด้อยค่าของสินทรัพย์


ทั้งนี้ PTTEP มีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้ว (Proved Reserves) รวมทุกโครงการ ณ วันที่ 31 ธ.ค.6 จำนวน 1,436 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ


นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTEP กล่าวว่า กำไรสุทธิจากการดำเนินงานดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญที่บริษัทจะนำมาใช้ในการลงทุนพัฒนาโครงการต่าง ๆ ตามแผนงานปี 67 ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ 230,194 ล้านบาท (เทียบเท่า 6,721 ล้านดอลลาร์ สรอ.) โดยมีแผนจะเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ ปลาทอง สตูล และฟูนาน) ให้ได้ 800ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในเดือนเมษายนนี้ พร้อมรักษากำลังการผลิตก๊าซฯ จากโครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) โครงการอาทิตย์ และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย รวมทั้ง จะเร่งการสำรวจปิโตรเลียมในไทยและต่างประเทศ รองรับการใช้พลังงานในอนาคต


ในปีนี้ PTTEP ตั้งเป้าหมายเพิ่มการผลิตปิโตรเลียม อีกประมาณ 9%มาอยู่ที่อัตรา 505,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน รองรับการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังสำรองงบประมาณเพิ่มเติม (Provisional Budget) อีกจำนวน 67,822 ล้านบาท (เทียบเท่า 2,022 ล้านดอลลาร์ สรอ.) ในช่วง 5 ปี (67-71) เพื่อพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบ ต่าง ๆ อีกด้วย


แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67และปี 67 ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปริมาณการขาย ราคาขายและต้นทุน โดยคาดการณ์ปริมาณการขายเฉลี่ยที่ประมาณ 473,000 และ 505,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ตามลำดับ เติบโตจากปี 66ที่มีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 462,007บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยหลักจากการเพิ่มกำลังการผลิตตามแผนงานของโครงการจี 1/61(เอราวัณ) สู่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน


ด้านราคาขาย บริษัทคาดว่าราคาขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 5.8 และ 5.7 ดอลลาร์สรอ.ต่อล้านบีทียูตามลำดับ แนวโน้มลดลงจากปีก่อนหน้าเป็นผลจากสัดส่วนปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นของโครงการจี 1/61(เอราวัณ) ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ซึ่งมีราคาขายก๊าซธรรมชาติต่ำกว่าในระบบสัมปทานเดิม รวมถึงการปรับลดลงของราคาก๊าซธรรมชาติย้อนหลัง ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกด้วย


บริษัทมีการเข้าทำสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันโดย ณ สิ้นปี 66 มีปริมาณน้ำมันภายใต้การประกันความเสี่ยงดังกล่าว จำนวน 3.6 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ บริษัทมีความยืดหยุ่นในการปรับแผนการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันตามความเหมาะสม

ต้นทุน


PTTEP คาดว่าจะสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยได้ที่ประมาณ 28 29 ดอลลาร์สรอ.ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากต้นทุนต่อหน่วยของปี 66โดยหลักจากค่าเสื่อมราคาต่อหน่วยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มกำลังการผลิตของโครงการจี1/61 (เอราวัณ) รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานในอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้น จากแนวโน้มของความต้องการใช้แท่นขุดเจาะในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น

ราคาหุ้นเคลื่อนไหวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐาน หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคเหนือแนวรับของกรอบแนวโน้มด้านข้างที่ 140 ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 155 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 160 และ 165 แต่ถ้าปรับตัวลดลงต่ำกว่า 146 ลงไป ควรขายออกไปก่อน


รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X