> SET > BCH

07 กุมภาพันธ์ 2024 เวลา 11:19 น.

หุ้นกลุ่มการแพทย์ กังวลเกี่ยวกับรายได้ประกันสังคมมากเกินไป

#หุ้นการแพทย์ #ทันหุ้น - บล.กสิกรไทยคงมุมมองบวกต่อกลุ่มการแพทย์ มองว่าราคาหุ้น BCH และ CHG ลดลง 4-5% วานนี้( 6 ก.พ.) สะท้อนความกังวลต่อการจ่ายเงินค่ารักษาโรคเสี่ยงสูงของ สปส. มากเกินไป

บล.กสิกรไทยคาดผลกระทบจากการจ่ายค่ารักษาโรคเสี่ยงสูง ต่ำกว่าอัตรามาตรฐานใน 4Q66มีสัดส่วนต่ำกว่า 1%ของกำไรสุทธิปี 66และมีโอกาสที่ สปส. จะปรับเพิ่มค่ารักษา

การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของบล.กสิกรไทยพบว่าอัตราค่ารักษาที่ 10,000 บาท/RW (Relative Weight) จะทำให้กำไรปี 2567-68 ลดลง 7-8% สำหรับ BCH และCHG และ 9-10% สำหรับ RJH


Investment Topics

คาดผลกระทบเล็กน้อยจากการปรับปรุงรายได้ประกันสังคมในไตรมาส 4 / 2566 จากการพูดคุยทางโทรศัพท์กับโรงพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยโครงการประกันสังคมทั้ง 3 แห่งเมื่อวานนี้ ( 6 ก.พ.) ได้แก่ BCH, CHG และ RJH พบว่ามีความเป็นไปได้ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะจ่ายเงินค่ารักษาโรคเสี่ยงสูงในอัตรา 10,000 บาท/RW ซึ่งต่ำกว่าอัตรามาตรฐานที่ 12,000 บาท/RW สำหรับบริการที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2565 จากงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ รพ.ประกันสังคมต้องมีการปรับลดรายได้ สปส. ลง ในไตรมาส 4/2566 บล.กสิกรไทยคาดว่าผลกระทบต่อ BCH, CHG และ RJH จะอยู่ที่ 10 ลบ., 3 ลบ. และ 2 ลบ. ตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่ 0.6%, 0.2% และ 0.4% ของกำไรสุทธิทั้งปี 2566 ตามลำดับ


คาดผลกระทบจำกัดจากโรคเสี่ยงสูง (high-care หรือ RW>2) หลังปี 2566 อิงจากสถิติในอดีตที่ผ่านมาสะท้อนว่า สปส. มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการปรับเพิ่มอัตราค่ารักษาโรคเสี่ยงสูงในเดือนม.ค.2563โดยการจ่ายค่ารักษาโรคเสี่ยงสูงเป็นไปตามอัตรามาตรฐานในปี 2563-64 สำหรับการปรับเพิ่มอัตราค่ารักษาของ สปส. ในเดือนพ.ค.2566 ไม่รวมอัตราค่าบริการของโรคเสี่ยงสูง ซึ่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า สปส. จะมีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราค่ารักษาโรคเสี่ยงสูง


วิเคราะห์ความอ่อนไหวต่ออัตราค่ารักษาโรคเสี่ยงสูง บล.กสิกรไทยวิเคราะห์ความอ่อนไหวเพื่อประเมินผลกระทบจากอัตรา RW ที่ลดลงต่อรายได้ กำไรปกติและกำไรสุทธิในปี 2567-68 และพบว่า RH ได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมมากที่สุดถึง 42-44% ในปี 2567-68 เทียบกับของ BCH และ CHG ที่ 33% และ 30-31%ตามลำดับ อิงจากค่ารักษาที่ 10,000 บาท/RW กำไรสุทธิในปี 2567-68 จะถูกปรับลด 7-8% สำหรับ BCH และ CHG และ 9-10% สำหรับ RJH ขณะที่ค่ารักษาที่ลดลงทุกๆ 1,000 บาท/RW จาก 10,000 บาท จะทำให้กำไสุทธิของทั้ง 3 บริษัทลดลงเพิ่มจากอัตราก่อนหน้าอีก 3-4%


Valuation and Recommendation

บล.กสิกรไทยคงมุมมองบวกต่อกลุ่มการแพทย์ และมี BCH เป็นหุ้นเด่น เราเชื่อว่าราคาหุ้น BCH และ CHG ที่ลดลง 4-5% เมื่อวานนี้ สะท้อนความกังวลต่อการจ่ายเงินค่ารักษาโรคเสี่ยงสูงที่ต่ำกว่าอัตรามาตรฐานมากเกินไป ขณะที่บล.กสิกรไทยมองว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะกระตุ้นให้ สปส.ปรับเพิ่มอัตราค่ารักษาโรคเสี่ยงสูง ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนม.ค.2563 สำหรับการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของบล.กสิกรไทยบ่งชี้ว่าโรงพยาบาลที่มีสัดสวนรายได้จากประกันสังคมสูง กำไสุทธิก็จะได้รับผลกระทบสูงเช่นกัน ด้าน downside risks คือการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงกว่าคาด




รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X