> SET > SNNP

22 กุมภาพันธ์ 2024 เวลา 06:20 น.

เจาะ SNNP

#ทันหุ้น - ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคทะลุผ่านแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1390 ขึ้นไป พร้อมด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1420 แต่มีแนวรับสำคัญที่ 1380 ถ้าย้อนกลับลงไป จะเป็นสัญญาณขายทางเทคนิค 


หรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ SNNP หรือ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว เช่น เยลลี่พร้อมดื่มและเยลลี่คาราจีแนน ภายใต้ตราสินค้าเจเล่ ปลาหมึกอบ ปลาหมึกเส้น และปลาเส้น ภายใต้ตราสินค้าเบนโตะ และขนมขึ้นรูปและขนมปังแท่งภายใต้ตราสินค้าดอกบัว โลตัส เป็นต้น


ผลประกอบการปี 66 มีกำไรสุทธิ 635 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.66 บาท เมื่อเทียบกับผลประกอบการปี 65 ที่มีกำไรสุทธิ 515 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.54 บาท


นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) ประกาศเป้าหมายใหญ่ 5 ปี (ปี 67-71) ผลักดันรายได้พุ่งสู่ 12,000 ล้านบาท หรือเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 15% โดยปีนี้วางเป้ารายได้โต double digit จากการเติบโตของยอดขายทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

บริษัทมองโอกาสทำตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ นอกเหนือจากเวียดนาม ที่เป็นตลาดหลักในปัจจุบัน อย่างเช่น จีน เกาหลี และ ฟิลิปปินส์ รวมทั้งประเทศอื่น อย่างปีนี้จะออกไปทำโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นก็จะถือโอกาสเข้าไปพูดคุยกับพันธมิตรในญี่ปุ่นด้วย รวมทั้งจะเดินสายไปโรดโชว์ในอังกฤษ ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยกับผู้บริหารกองทุนในอังกฤษ


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนระยะกลางถึงระยะยาวจะขยายธุรกิจไปยังอินเดีย และกระจายไปที่อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกา และยุโรป เพื่อผลักดันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 40% ในปี 71 จากเดิมอยู่ที่ 27% ในปี 66


บริษัทยังเดินหน้าออกสินค้าใหม่ ๆ มาวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง และวางกลยุทธ์ทางด้านการตลาด การปรับโฉมสินค้า รวมถึงการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ๆ เพื่อสื่อสารทางการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี และ ล่าสุด SNNP ยังเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ เป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Supplementary) ภายใต้แบรนด์ "เจเล่ฟิตต์" (Jele Fitt) ประเดิมออกบเยลลี่รสผลไม้ที่พัฒนามาให้เหมาะกับคนละช่วงวัย แบ่งเป็น วัย 20-29 ปี วัย 30-39 ปี และ วัย 40-49 ปี ราคาซองละ 15 บาท (1 ซอง บรรจุ 27 กรัม) มาจากการวิจัย Jele Fitt เชื่อว่าจะชนะใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในด้านแนวความคิดผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ทั้งรสชาติ และบรรจุภัณฑ์สะดวกพกพาง่าย รูปแบบดีไซน์โดดเด่น


การสื่อสารการตลาดได้จัดทำหนังโฆษณาออนไลน์ แจกสินค้าตัวอย่าง และสื่อสารผ่าน KOL สาย HCP (บุคลาการทางการแพทย์) และสายไลฟ์สไตล์ มาแบ่งปันประสบการณ์การทาน และถือเป็นครั้งแรกที่จะเปิดห้องให้ความรู้กับรายการ Fitt Talk by Jele Fitt ซึ่งเป็น social club เปิดให้มีการพูดคุยในทุกปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย


KOL สาย HCP Health care Professional จะมีช่อง Fitt Talk by Jele Fitt ได้แก่ Fitt Talk 20, Fitt Talk 30 และ Fitt Talk 40 เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่น การสร้างความน่าเชื่อถือและยืนยันว่าร่างกายของคนเราแตกต่างกัน จึงต้องการผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตามช่วงวัยที่ไม่เหมือนกัน และ KOL สาย Lifestyle จะมีช่อง Fitt Talk by Jele Fitt ได้แก่ Fitt Talk 20, Fitt Talk 30 และ Fitt Talk 40มาคอนเฟิร์มคุณประโยชน์และความอร่อย


ด้วยแผนการตลาดทั้งหมด สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกว่า 80%โดยในนปีแรกตั้งเป้ายอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่ที่ 200 ล้านบาท และจะออกผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่นี้เพิ่มอีก 2ตัว พร้อมตั้งเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 1 พันล้านบาทภายใน 5 ปี ทำให้สัดส่วนรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่ที่ 3% จากยอดขายรวม


สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้มองว่าจะยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัว ซึ่งเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการที่จะต้องหากลยุทธ์มาขับเคลื่อนให้ธุรกิจมีการเติบโต ซึ่งจากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้ของบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทำรายได้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยปัจจุบันภาพรวมตลาดขนบขบเคี้ยวในไทยมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 3-5% มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 43,000 ล้านบาท


สำหรับผลงานปี 66 บริษัทมีกำไรสุทธิ 636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120 ล้านบาท หรือ 23% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ส่วนรายได้รวม 6,049 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 445 ล้านบาท หรือ 8% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 5,604ล้านบาท ปัจจัยที่สนับสนุนให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากแผนการตลาดประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และยอดขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเกิดสัญญาณขายทางเทคนิคลงไปทดสอบแนวรับที่ 17.20 หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้แนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 20.00 แต่เราคาดว่า โครงสร้างในระยะยาวมีแนวรับสำคัญที่ 17.00 ถ้าหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 16.00 แต่เป็นจังหวะในการเข้าซื้อเพิ่ม เพื่อคาดหวังการฟื้นตัวไปทดสอบแนวต้านที่ 20.00-20.50


รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X