> SET > AMATA

10 มิถุนายน 2024 เวลา 11:29 น.

CGSI ส่องหุ้นกลุ่มนิคมฯ คาดยอดขายที่ดินใหม่เพิ่มเท่าตัว แรงหนุนจาก FDI

#ทันหุ้น-บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยคาดยอดขายที่ดินใหม่จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากช่วงก่อนโควิด-19 มาอยู่ที่ 4,075 ไร่ในปี 2567 เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ที่คาดว่าจะเติบโต 127% จากปี 2562 ฝ่ายวิจัยจึงได้ปรับประมาณการยอดขายที่ดินของบริษัทที่ศึกษาขึ้น 3.8-14% ในปี 2567-2569 และคงคำแนะนำ Overweight โดยเลือก AMATA เป็นหุ้น Top pick


ฝ่ายวิจัยซีจีเอส คาดว่า FDI ในไทยจะมีมูลค่า 6.396 แสนล้านบาทในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นถึง 127% จาก 2.819 แสนล้านบาทในปี 2562 เพราะได้ประโยชน์จากการย้ายห่วงโซ่อุปทาน โดยพบว่าเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติที่ไหลเข้าไทย  โดยคาดว่ายอดขายที่ดินใหม่ของ AMATA และ WHA จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากเฉลี่ย 1,744 ไร่ต่อปีก่อนโควิดในปี 2556-2562 เป็น 4,075 ไร่ในปี 2567 และเพิ่มเป็น 4,075 ไร่ในปี 2568 และอยู่ที่ 3,825 ไร่ในปี 2569 เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีนทำให้ธุรกิจต่างๆ เร่งย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศพันธมิตร ซึ่งฝ่ายวิจัยเชื่อว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และ 

และ EV, Data centre และพลังงานทดแทนจะขับเคลื่อนอุปสงค์ของที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของไทยในปี 2567-2569


โดย AMATA และ WHA ได้ขยายธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจสาธารณูปโภคไปยังประเทศเวียดนาม โดย AMATA มีโครงการทั้งในปัจจุบันและอนาคตในเวียดนามรวม 7,026 ไร่ ส่วน WHA อยู่ที่ 6,250 ไร่ ขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดว่ายอดขายที่ดินใหม่ในเวียดนามของ AMATA และ WHA จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000-1,125 ไร่ในปี 2567-2569 หรือคิดเป็น 24.5-29.4% ของยอดขายที่ดินโดยรวม (vs. 81 ไร่ต่อปีช่วงก่อนโควิดในปี 2013-19) ฝ่ายวิจัยจึงเชื่อว่าธุรกิจในเวียดนามจะช่วยเพิ่มยอดขายที่ดินใหม่, รายได้และกำไรสุทธิของ AMATA และ WHA ในปี 2567-2569 นำโดยยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากโครงการใหม่และรายได้จากการให้บริการสาธารณูปโภค นอกจากนี้ กำไรสุทธิจากธุรกิจในเวียดนามน่าจะมีสัดส่วน 27.2% และ 12.3% ของกำไรสุทธิในปี 2569 ของ AMATA และ WHA ตามลำดับ


ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ Overweight ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม  เพราะกำไรปกติต่อหุ้นคาดจะเติบโตเฉลี่ย 14.7% CAGR ในปี 2567-2569 โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติต่อหุ้นในปี 2567-2569 ของ AMATA 1.1-2% และของ WHA 1.8-3.2% สะท้อนแนวโน้มที่ดีขึ้นของ FDI inflow และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม  และได้ปรับราคาเป้าหมายหุ้น AMATA ขึ้นเป็น 30.75 บาท ส่วนราคาเป้าหมายหุ้น WHA ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.50 บาท 


จากการเปรียบเทียบ AMATA กับ WHA ด้านยอดขายที่ดินใหม่, ที่ดินที่มีอยู่ในมือ, สัดส่วนรายได้ประจำ, GPM, สถานะงบดุล, อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิและการประเมินมูลค่า ฝ่ายวิจัยมองว่า AMATA น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพราะมีการประเมินมูลค่าน่าสนใจและกำไรปกติต่อหุ้นเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าที่ 19% CAGR ในปี 2567-2569  ส่วน downside risk จะมาจากความล่าช้าในการส่งมอบที่ดินของรัฐบาลเวียดนามและปัญหาเสถียรภาพการเมืองของไทย ขณะที่ปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นคือการที่ผู้ประกอบการมียอดขายที่ดินใหม่และ GPM จากธุรกิจหลักสูงกว่าคาด 


หุ้น AMATA ฝ่ายวิจัยชอบ จากศักยภาพเติบโตในระยะยาวเนื่องจากบริษัทมีที่ดินในมือจำนวนมากทั้งในประเทศไทย, เวียดนามและสปป.ลาว รวมทั้งส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ในเวียดนาม อีกทั้ง AMATA ยังมีการประเมินมูลค่าน่าสนใจกว่าคู่แข่ง ส่วนปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นคือการพัฒนาโครงการ Amata Smart & Eco City Natuey และ Namor ในสปป.ลาว


หุ้น WHA มองเชิงบวกต่อแนวโน้มอุปสงค์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA ในปี 2024-26 รวมถึงอสังหาฯ ให้เช่า โดย WHA น่าจะได้ประโยชน์จากการย้ายห่วงโซ่อุปทานจากจีนมายังไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นผลมาจากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนราคาหุ้นคือการขายที่ดินล็อตใหญ่ 


รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวล่าสุด

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X