> TRADE TALK > BEC

14 กุมภาพันธ์ 2020

BEC

ส่องหุ้น BEC คาดรายได้ขายลิทธิ์ละครไปตปท.ที่ 329 ลบ., เตรียมส่ง"ร้อยเลห์มารยา"ฉายคู่ขนาน


จับตา BEC-KTC


ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1540 จุด แต่ถูกขายทำกำไรในระยะสั้นต่อเนื่อง หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวรับที่ 1520-1525 จุดกลับขึ้นมาได้ ถ้าสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 1550 จุดขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1580 จุดเป็นจังหวะขายทำกำไร


สำหรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ หุ้น BEC หรือ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจหลัก คือ 1) ธุรกิจดำเนินการออกอากาศและสื่อโฆษณา ธุรกิจโทรทัศน์ และธุรกิจสื่อใหม่ 2) ธุรกิจดำเนินการจัดหา ผลิตรายการ เช่น รายการบันเทิง สารคดี การแสดงโชว์/คอนเสิร์ต เป็นต้น


ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 1,270 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.59 บาท กำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 1,325 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.65 บาท


ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 74,746 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 896 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท กำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 61 ที่มีรายได้รวม 88,485 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,207 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.01 บาท

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) มั่นใจว่าผลประกอบการในปี 63 จะพลิกเป็นกำไร จากการเพิ่มรายได้จากลุ่มธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจขายลิขสิทธิ์คอนเทนท์ในตลาดต่างประเทศที่ตั้งเป้าภายในปี 66 จะผลักดันรายได้ให้เติบโตขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อน หลังจากประสบความสำเร็จปิดดีลกับ Tencent จากจีน รวมถึงธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้ชื่อ MELLO จะเปลี่ยนเป็น 3+ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลายเดือน ก.พ.นี้ ก็ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ให้เติบโต 2 เท่าเช่นกัน


นอกจากนี้ บริษัทวางแผนใน 4 ปีข้างหน้าหรือภายในปี 66 จะปรับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ให้เพิ่มขึ้นเป็น 35% และธุรกิจทีวีลดเหลือเพียง 65% จากปัจจุบันที่พึ่งพิงรายได้หลักจากธุรกิจทีวีถึง 85% ที่เหลือมาจากธุรกิจอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยเบื้องต้นรายได้ของธุรกิจใหม่จะมาจาก 6 ธุรกิจ ได้แก่ New Media, ขายคอนเทนท์ไปต่างประเทศ, ดิจิทัล, New Content, บริหารศิลปิน และ Data


ในปี 62 ภาพรวมธุรกิจสื่อหดตัว 2% โดยสื่อทีวีปรับตัวลง 7% ขณะที่สื่อดิจิทัล เพิ่มขึ้น 19% และโฮมช้อปปิ้ง เติบโต 38% สำหรับ BEC ผลประกอบการรงวด 9 เดือนปี 62 ขาดทุน 138 ล้านบาท แม้ว่าในไตรมาส 3/62 จะมีกำไร 93.59 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทได้ปรับกลยุทธ์งานด้านข่าว การบุกเบิกตลาดต่างประเทศ ซึ่งทำได้ค่อนข้างดี ทำให้ BEC เริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศในฐานะผู้ผลิตคอนเทนท์ละคร อีกทั้งล่าสุดได้จับมือกับเทนเซ็นต์ด้วย


ขณะที่ปี 63 ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐ อังกฤษ จีน ส่วนไทย เศรษฐกิจก็เติบโตช้า ทั้งนี้ คาดว่าการใช้จ่ายผ่านสื่อ (ADEX) น่าจะปรับตัวลง บริษัทจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่จะกระจายไปสู่ธุรกิจใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันให้ความสำคัญคอนเทนท์ โดยคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติแผนปี 63 แล้ว กำหนดวิสัยทัศน์"ผู้นำทางด้านคอนเทนท์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย"ด้วยการปรับเปลี่ยน BEC ให้เป็นองค์กรที่มีความคล่องตัวและมีความคิดไปข้างหน้า ยกระดับดีเอ็นเอความคิดสร้างสรรค์ของช่อง 3 เพื่อส่งมอบความสดใหม่ด้วยคอนเทนท์ที่เชื่อมโยงกับผู้ชมในปัจจุบันและใช้เทคโนโลยีกับการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพผ่านทุกช่องทางหน้าจอ ทั่วไทยและต่างประเทศ


ส่วน New Content BEC จะจับช่วงไพรม์ไทม์ใหม่จากเดิมอยู่ในช่วงเวลา 20.20 น. แต่จากพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันพบว่า ช่วง 18.00 -22.30 น.เป็นช่วงไพรม์ไทม์นั้น แบ่งย่อยเป็น 3 ช่วง คือ 1.ช่วงเวลา 18.00-19.00 น.เป็นช่วงเลิกงานและกำลังกลับบ้าน จะมีคอนเทนท์ใหม่ 2.ช่วงพีคสุด 19.00-20.20 น.เป็นช่วงเวลาครอบครัว มองว่าเป็นตลาด Mass จะมีการทุ่มผลิตคอนเทนท์ใหม่ โดยเฉพาะละคร ที่มองว่ายังไปได้ดี และ 3. ช่วงเวลา 20.20-22.30 น. เป็นช่วงที่กลุ่มคนในเมืองหรือหัวเมืองยังดูจออยู่ ก็จะมีการปรับรูปแบบรายการนำเสนอเล่าเรื่องให้กระชับขึ้น


ขณะที่ดีลการขายลิขสิทธิ์ละคร ขณะนี้ได้ปิดดีลกับผู้ที่สนใจ 3 รายแล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลังจากเริ่มเจรจาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และยังมีการเจรจาอีก 1 รายกับ OTT ต่างประเทศ


ปัจจุบันฐานลูกค้าทีวีช่อง 3 ที่เข้าาถึง (REACH) มีอยู่ 50 ล้านคน


BEC มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus อยู่ที่ 6.98 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 8.70 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 6.00 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคเหนือจุดต่ำสุดเดิม หลังจากปรับตัวลดลงต่อเนื่องแต่ปริมาณการซื้อขายไม่สูงมาก ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 6.00 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะเป็นสัญญาณซื้อต่อเนื่อง ในขณะที่การปรับตัวลดลงมีแนวรับสำคัญที่ 5.10 ลงไป


สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ Teerasak Trendtalk

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X