> SET > CPN

25 พฤษภาคม 2020

CPN ปรับแผนฝ่าวิกฤติโควิด หั่นงบลงทุนเหลือ1.1หมื่นล.

CPN กำไร Q2 ชะลอตัวที่ 467 ลบ.,ทบทวนแผน 5 ปี, กำไรดีกว่าโบรกฯ คาด


CPN โบรกฯ คาดกลับมาฟื้น Q3/63 แนะลงทุนระยะยาว


 

ทันหุ้น-สู้โควิด-CPN หั่นงบลงทุนปีนี้เหลือ 1.1 หมื่นล้านบาท จากเดิม 2.2 หมื่นล้านบาท รักษากระแสเงินสดในมือ ปีนี้เน้นการควบคุมค่าใช้จ่าย ฟากโบรกมองการเปิดศูนย์การค้าได้เร็วกว่าคาดจะหนุนให้ผลงานไตรมาส 3เริ่มฟื้นตัว เชื่อว่าจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว มองเป็นโอกาสเข้าซื้อประเมินราคาเหมาะสมที่ 66 บาท


นายภณพินิต อุปถัมป์ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการ ส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ฝ่ายบริหารการเงิน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า บริษัทมีการปรับลดงบประมาณการลงทุนปี 2563 เหลือ 1.1 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยได้มีการปรับแผนการลงทุน 5 ปี (2563-2567) ด้วยการปรับลดการเปิดศูนย์การค้าลงจาก 15-17 โครงการ เป็น 12-14 โครงการ ปรับลดการเปิดอาคารสำนักงานจาก 2 เหลือ 1-2 โครงการ ปรับลดการเปิดโรงแรมจาก 10 แห่ง เหลือ 5-6 แห่ง และโครงการที่อยู่อาศัยปรับลดจากเดิมคาดว่าเปิดโครงการมากกว่า 30 โครงการ เหลือเพียง 15-20 โครงการ ทั้งนี้แผนการปรับลดการลงทุนดังกล่าวเพื่อเป็นการรักษากระแสเงินสดในมือ


ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

อย่างไรก็ดีบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และยินดีให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในศูนย์การค้าทุกรายในการฝ่าฟันความท้าทายครั้งนี้ รวมทั้งเดินหน้าแผนลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่างๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อรายได้ พร้อมรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างสุดความสามารถ


ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์การค้าเปิดให้บริการรวม 34 แห่ง แบ่งเป็น ศูนย์การค้าภายในประเทศไทย จำนวน 33 แห่ง และศูนย์การค้าต่างประเทศ จำนวน 1 แห่ง มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย 92% จากพื้นที่เช่ารวมกว่า 1.8 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ปิดการให้บริการ ตามมาตการควบคุมการแพร่เชื่อของไว้รัสโควิด-19 ของรัฐบาล ส่งผลให้รายได้จากค่าเช่าและบริการลดลง ซึ่งมีสัดส่วนเป็น 83% ของรายได้รวม


นอกจากนี้ บริษัทได้ศึกษาโอกาสเข้าซื้อ กิจการ (M&A) ในสินทรัพย์และธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง และให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดี บริษัทยังได้ศึกษาโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศที่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโต อาทิ มาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงศึกษาโอกาสในการลงทุนธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เพื่อขยายช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ และสอดคล้องกับแผนการเติบโตตามเป้าหมายในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่นยืน


ด้านบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่ามุมมองเชิงบวกและคงคำแนะนำ ซื้อ CPN ด้วยราคาเป้าหมาย (DCF) 66 บาท โดยในช่วงล็อกดาวน์ CPN ทำกระแสเงินสดและ EBITDA ได้ดีกว่าเป้าหมายเนื่องจากลดต้นทุนได้อย่างมีนัยยะ อีกทั้งปีนี้รายได้ของบริษัทอาจดีกว่าคาดการณ์จากการที่ศูนย์การค้ากลับมาเปิดได้เร็วกว่าคาด แนวโน้มผลประกอบการจะต่ำสุดในไตรมาส 2/2563 และเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3/2563


ระยะยาวยังงบโตดี

ทั้งนี้ศูนย์การค้ากลับมาเปิดเมื่อ 17 พฤษภาคม 2563  นับว่าเร็วกว่าที่คาดไว้ว่าจะเปิดต้นเดือน มิถุนายน  โดยปัจจุบันมีจำนวนลูกค้า 40-60% ของจำนวนลูกค้าปกติ เทียบกับ 20-30% ในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 70% ตั้งแต่เดือน มิถุนายน เป็นต้นไป ขณะที่ร้านค้าเปิดได้ในสัดส่วน 80-90% ของพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดร้าน (ไม่รวมพื้นที่ของโรงหนัง Edutainment และสปา) ซึ่ง CPN ให้ส่วนลดค่าเช่า 10-50% ไปอีกระยะหนึ่งและจะค่อยๆ ลดลงซึ่ง


อย่างไรก็ดีการชะลอการลงทุนระยะสั้น แต่ยังเติบโตได้ภายใต้นโยบายแบบระมัดระวัง เงินลงทุนปีนี้ปรับลดลงจาก 2.23 หมื่นล้านบาท เป็นไม่เกิน 1.1 หมื่นล้านบาท โดยมีการทบทวนแผนลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี ยังคงคาดว่า CPN จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน อาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อกิจการ แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 66 บาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X