> SET > CK

30 มิถุนายน 2020

CK–BGSRแข่งดุสีส้ม SEAFCOเต็งฐานราก

CK เดินหน้าประมูลโครงการใหม่ครึ่งปีหลัง, ตั้งเป้ารายได้ 2 หมื่นลบ.


ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ CK ที่ระดับ "A" แนวโน้ม Stable


ทันหุ้น – สู้โควิด – จับตากลุ่ม CK ผนึก BEM ประชันกลุ่มBGSR ชิงสายสีส้มตะวันตกมูลค่างานโยธา 9 หมื่นล้านบาท และงาน M&E อีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์ชี้จุดพลุกลุ่มรับเหมา ใครได้งานหนุน Backlog เพิ่มกว่าเท่าตัว ชู SEAFCO เต็งหนึ่งฐานรากไม่ว่าค่ายไหนชนะได้งานแน่นอน เคาะเหมาะสม 6.80 บาท


คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (คณะกรรมการPPP) มีมติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวชน (รฟม.) ประกาศเชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระหว่างวันที่ 3 – 9 กรกฎาคม 2563 กำหนดการจำหน่ายเอกสาร (RFP) ระหว่างวันที่ 10 – 24 กรกฎาคม 2563 และมีกำหนดการให้เอกชนยื่นข้อเสนอภายในเดือนกันยายน 2563 โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในเดือนธันวาคม 2563


ขณะเดียวกัน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ (รฟม.) เผยกำหนดการดำเนินงาน โครงการรถไฟฟ้าทั่วประเทศที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ที่คาดว่าจะสามารถประกาศเชิญชวนให้หาเอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP ภายในปีนี้อีก 2 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร, และ 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ระยะทาง 3 กิโลเมตร


และ2.การลงทุนระบบขนส่งสาธารณะในปริมณฑล รวมทั้งหัวเมืองหลัก 6 แห่งในภูมิภาค ได้แก่ อุดรธานี, เชียงใหม่, พิษณุโลก, ภูเก็ต, นครราชสีมา, และ ขอนแก่น โดยตั้งเป้าให้ประชาชนในกรุงเทพและปริมณฑลใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มเป็น 30% ในปี 2565 จากปัจจุบัน 17.9% ส่วนในหัวเมืองหลักตั้งเป้าเพิ่มการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็น 5%


ฐานรากเต็งหนึ่ง


บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงผู้ประกอบการรับเหมางานฐานรากอย่าง SEAFCO จะได้รับผลบวกจากการออกมาเร่งรัดงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยบริษัทมีโอกาสสูงที่จะได้รับส่วนแบ่งงานเสาเข็มเจาะ เนื่องจากเป็นผู้รับเหมางานฐานรากรายใหญ่และมีประสบการณ์ อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง CK และ STEC อีกด้วย จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 6.80 บาท


จับตา 2 ค่ายแข่งดุ


บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ Backlog ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก นี้จะอยู่ที่ 1.20 แสนล้านบาทแบ่งเป็นงานโยธาประมาณ 9 หมื่นล้านบาท และงาน M&E ระบรางอีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะมี 3 กลุ่มเข้าร่วมประมูลโครงการนี้ ได้แก่ 1.กลุ่ม CK กับ BEM, 2.กลุ่ม BGSR ประกอบด้วย BTS, GULF, RATCH ,และ STEC, และ 3.CHEC 


ประเมิน BGSR มีโอกาสมากกว่าที่จะชนะประมูลโครงการนี้มากกว่ากลุ่ม CK ในสมมุติฐาน 60:40 แต่ถ้าหากกลุ่ม CK ได้โครงการดังกล่าวจะหนุน Backlog เพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า  ในขณะที่ Backlog ของ STEC จะเพิ่มขึ้นเท่าตัว  จึงเลือก STEC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มรับเหมาฯ


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมิน BEM และ CK เป็นตัวเต็งการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก เบื้องต้น หาก Saturate คาดปริมาณผู้ใช้คิดเป็นราว 40-70% ของสายสีน้ำเงิน คิดเป็นมูลค่าเพิ่มที่ยังไม่รวมในประมาณการอย่างน้อย 1.50 บาทต่อหุ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังมี Upside risk ในช่วง 1-2 ปี คือ 1) โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ครุใน) และ 2) โครงการทางด่วน Double Deck (ปัจจุบันอยู่ระหว่างขออนุมัติ EIA คาดเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปี 2564 แนะนำ “ซื้อ” CK ราคาเหมาะสมที่ 25.90 บาท

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X