> คิดเป็นเห็นก่อน >

31 กรกฎาคม 2020

พฤติกรรมการลงทุน และปัจจัยกระทบ

สถานการณ์เรื่องราวความขัดแย้งของสหรัฐฯกับจีน เป็นประเด็นที่นักลงทุนคงต้องเฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดครับ เพราะถือว่าเรื่องเศรษฐกิจของมหาอำนาจทั้ง 2 ชาตินั้นมีความสำคัญต่อ ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งตลาดหุ้นอย่างหนีไม่พ้น ทิศทางภาวะการลงทุนผูกติดกัน มีผลพวงกระทบไปในมุมที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงจากกันได้ การลงทุนในหุ้นจึงต้องจับตากระแสของความขัดแย้งนี้อย่างไม่กระพริบตา


สำหรับตลาดหุ้นไทยช่วงนี้คงต้องประคับประคองตัวให้รอดจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เนื่องจากเรื่องราวผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการเงินการลงทุน ทั้งภายนอกภายในประเทศรุมเร้าเข้ามาเป็นตัวแปรในเชิงลบที่มีผลต่อตลาดหุ้นให้ดูไม่สู้ดีนัก ตลาดหุ้นจึงเกิดภาวะที่ซวนเซ ตั้งตัวยืนหยัดปักฐานไม่ได้เสียที ดัชนีผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ทิศทาง ทั้งยังมีแนวโน้มที่ดูไม่ดีต่อเนื่องต่อไปอีก จากภาวะของเศรษฐกิจทั้งโลก และภายในประเทศที่มีสัญญาณย่ำแย่อยู่ในขณะนี้


เมื่อเกิดเปัจจัยกระทบชัดเจนที่มีผลต่อพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนในตลาด และต่อสถานะเงินลงทุนของนักลงทุนทั่วไป ย่อมทำให้เกิดกำลังซื้อที่อ่อนแอลง การลงทุนในหุ้นช่วงเวลานี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังให้อย่างมาก เพราะมีความเสี่ยงจากปัจจัยกระทบที่แท้จริงทางด้านเศรษฐกิจที่อาจส่งผลเชิงลบต่อศักยภาพของตลาดหุ้นในภาพรวม


อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของการลงทุนในหุ้นทุกอย่างพร้อมพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ตลอดเวลาเช่นกัน ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน ทุกกระแสเรื่องราวปัจจัยกระทบก็พร้อมจะสลับปรับเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี จากดีกลายเป็นร้าย ซึ่งทุกความเปลี่ยนแปลงเราเองนั้นที่ต้องปรับตัวตามให้ทัน ประเมินให้ได้ อะไรคืออะไร


แต่ในทุกครั้งที่สถานการณ์อะไรที่สับสน ไม่มีความแน่นอนชัดเจน ไร้ทิศทาง ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลงทุน สิ่งที่ดีที่สุดซึ่งนักลงทุนทั่วไปควรพึงกระทำคือ เฝ้าดู คอยติดตาม แล้วไตร่ตรองมองให้ออก ชั่งน้ำหนักเพื่อการพิจารณาให้ได้ว่า ควรจะทำอะไร สู้หรือถอย แต่หากไม่สามารถสรุปผลที่เห็นแนวทางหรือแนวโน้มได้ ก็จงสงบนิ่ง เป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ


ความเป็นจริงในตลาดหุ้นนั้น ย่อมมีทั้งดี และมีทั้งร้าย มีขึ้นมีลง ผสมผสานกันไปในแต่ละช่วงเวลา ไม่ได้ดีขาขึ้นโดยตลอด แต่ก็ไม่แย่ขาลงตลอดไปเช่นกัน ดังนั้น เมื่อถึงยามหุ้นดี ก็ค่อยก้าวเข้าสู่ตลาด เมื่อยามหุ้นไม่ดีก็หนีห่างจากตลาดไป ก็เท่านั้นเอง


หากเราเน้นการลงทุนสู้กับหุ้นเมื่อยามหุ้นดี และหนีไกลห่างเมื่อยามหุ้นแย่ เล่นหุ้นอย่าได้หลงทิศหลงทางเป็นเด็ดขาด ไม่ใช่ยามหุ้นดีกับรีบขายหนีทำกำไรเล็กน้อยแล้วออกจากตลาด แต่ในยามหุ้นแย่กับซื้อสู้ไม่ถอย ถ้าเล่นแบบนี้ก็คงเหนื่อยแน่ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตาม หากเห็นว่าการลงทุนของตัวเองกำลังอยู่ในสภาพที่หลงทิศหลงทางมึนงง สับสนกับภาวะของตลาดก็ต้องพยายามทำตัวสงบนิ่งให้เป็น ดึงตัวเองถอยห่างออกมาก่อนจะปลอดภัยที่สุด


สรุปตลาดหุ้นไทย ยังวนเวียนอยู่กับที่ ภาวะแบบนี้อาจทำให้นักลงทุน หลงทิศหลงทาง จับจังหวะเข้าลงทุนไม่ถูกต้อง ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายจากการลงทุนได้อย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม เรื่องของการลงทุนเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นแหล่งทำมาหากำไรที่ยังดูน่าสนใจที่สุด เพราะฉะนั้นการสงบนิ่งยามตลาดไม่เป็นใจ ไม่ใช่การเลิกหรือออกจากตลาดไป แต่เป็นเพียงการพักชั่วคราว เพื่อตั้งสติ ศึกษาเพิ่มเติม และเตรียมความพร้อมต่อการลงทุนในรอบต่อไป ให้สามารถสร้างให้เกิดประสิทธิผลอย่างสูงสุด โชคดีครับ

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X