> SET >

02 พฤษภาคม 2021

2 ปรมาจารย์โลกออกโรง 13เรื่องต้องรู้บัฟเฟต์-มังเกอร์

วอเรนต์ บัฟเฟตต์ และ ชาลี มังเกอร์  2 ปู่คู่หูลงทุนระดับโลก ได้กล่าวในการประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ท่ามกลางการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2564 ที่ออกมา และนี่คือบทสรุป 13 ข้อที่นักลงทุนควรทราบ


1. Berkshire Hathaway รายงานไตรมาส 1/2564  กลับมากำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น Berkshire ที่ 11,710 ล้านดอลลาร์เทียบกับการขาดทุน 49,750 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว  (YoY) ที่บริษัทขาดทุนจากการลงทุนและสัญญาอนุพันธ์ถึง 70,200 ล้านดอลลาร์ โดยไตรมาส 1/2564 นี้  ขายหุ้น 6,450 ล้านดอลลาร์ ซื้อ 2,570 ล้านดอลลาร์  กองเงินสดของ Berkshire เติบโตขึ้นเป็นมากกว่า 145,4000 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสที่ 4/2563 ใกล้เคียงระดับสูงสุดที่ 145,700 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 3/2563


2.บริษัทมีรายงานว่าได้ดำเนินการซื้อคืนหุ้นอีก 6.6 พันล้านดอลลาร์.ในไตรมาส 1/2564 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากโครงการซื้อหุ้นคืนจากปี 2563 ที่ซื้อไปแล้ว 27.4 พันล้านเหรียญ  โดย บัฟเฟต์  ระบุว่า การซื้อหุ้นคืนสามารถทำได้ในราคาที่เป็นข้อได้เปรียบ ขณะที่ โดย ชาลี มังเกอร์ บอกถึงสาเหตุการซื้อหุ้นคืน เนื่องจากเป็นวิธีพื้นฐาน ในการแจกจ่ายเงินสดให้กับผู้ที่ต้องการเงินสด ถ้าคิดเพื่อให้หุ้นสูงขึ้นนั้นถือว่าผิดศีลธรรม แต่เป็นสิ่งที่ยุติธรรมและมีคุณธรรมสูง ที่จะทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเดิม


3. บัฟเฟต์ให้เครดิตการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจากวิกฤต COVID-19 จากปฏิบัติการการผ่อนคลายนโยบายการด้านการเงิน โดย ธนาคารกลางสหรัฐ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของด้านการคลัง ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ จาก สภาคองเกรส


4. บัฟเฟตต์ ยอมรับ กำลังเห็นสัญญาณของแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการฟื้นตัวของ COVID-19  โดยระบุ "เรากำลังเห็นภาวะเงินเฟ้ออย่างมาก และมันก็ได้รับการยอมรับ เราทำที่อยู่อาศัยเยอะมาก มีค่าใช้จ่ายขึ้นๆ ลงๆ อย่างเหล็ก คุณก็รู้ว่ามันขึ้นทุกวัน มันเป็นเศรษฐกิจ  มันร้อนแรงและเราไม่ได้คาดหวังไว้"


5. บัฟเฟตต์ ระบุ Berkshire Hathaway เติบโตขึ้นอย่างมากควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ ตอนนี้ธุรกิจในหลาย ๆ ส่วนของเศรษฐกิจฟื้นดี  ยังกังวล ธุรกิจสายการบิน


6. บัฟเฟต์ ยกย่อง อเมริกาที่มี บริษัทใหญ่ที่สุดในโลก 5 ใน 6 แห่ง คือ  Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet และ Facebook โดยมีเพียง Saudi Aramco ของซาอุดิอาระเบียเท่านั้นที่เข้ามาเป็น บริษัท ขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ของสหรัฐฯใน 6 อันดับแรก ตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในปัจจุบัน


7. บัฟเฟต์ ยอมรับ การขายหุ้น Apple บางส่วนเมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น 'อาจเป็นความผิดพลาด' โดยมอง "แบรนด์และผลิตภัณฑ์" ของ Apple ยังน่าทึ่ง “ คนมันขาดไม่ได้” โดยยอมรับว่า การขายหุ้นบางส่วนเพราะต้องการซื้อหุ้นคืน  “ แต่นั่นอาจเป็นความผิดพลาด”


8. Berkshire เป็นเจ้าของหุ้นของ Apple 907,559,761 หุ้นณ สิ้นเดือนธันวาคมโดยมีมูลค่าตลาดรวม 120,400 ล้านดอลลาร์ โดยยังคงมีกำไรอยุ่มากเนื่องจากต้นทุนอยู่ที่ 31,000 ล้านดอลลาร์ จากการสะสมหุ้นนี้ตั้งแต่ปลายปี 2559


9. บัฟเฟตต์ อธิบายว่าการที่ Berkshire ขายหุ้นธนาคารจำนวนมากเมื่อปีที่แล้วไม่ได้เกิดจากการขาดความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการธนาคาร แต่เป็นการตัดสินใจที่จะปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนใหม่และหลีกเลี่ยงการเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป  โดยยอมรับว่า "ธุรกิจธนาคารทั่วโลกในที่ต่างๆอาจทำให้ฉันกังวล แต่ธนาคารของเราอยู่ห่างไกลและมีรูปร่างที่ดีกว่าเมื่อ 10 หรือ 15 ปีก่อน" (ที่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์)


10 บัฟเฟต์  แนะนำให้เข้ากองทุนดัชนี S&P 500 แทนที่จะเลือกหุ้นแต่ละตัวรวมถึง Berkshire Hathaway เนื่องจากเชื่อว่าคนทั่วไปไม่สามารถเลือกหุ้นได้ ส่วนคนที่เลือก Berkshire Hathaway นั้นเพราะเขาเลือกผู้บริหารคือ บัฟเฟต์ กับ  ชาร์ลี เมื่อ 50-60 ปีก่อน (มุมนี้เหมือนปู่จะบอกเป็นนัยว่าการเลือกหุ้นต้องดูผู้บริหาร) ทว่า ชาลี มังเกอร์ ยังคงบอกว่า ชอบ  Berkshire เพราะคิดว่าธุรกิจของเราดีกว่าค่าเฉลี่ยในตลาด


11. บัฟเฟตต์ ชี้แจงการลงทุนในเชฟรอน ท่ามกลางการถูกมองว่า ไม่ใช่เทรนด์พลังงานสะอาดโลก (นักลงทุนมองว่าเป็นธุรกิจทำลายสิ่งแวดล้อม) โดย บัฟเฟต์ ชี้ให้เห็นภาพว่า การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว และกล่าวเป็นนัยว่า เชฟรอน จะปรับตัวได้ พร้อมยกตัวอย่าง ร้านค้าปลีกอย่าง Costco หรือ Walmart และร้านค้าจำนวนมากที่ขายบุหรี่ มีวลีเด็ด  "ถ้าคุณคาดหวังความสมบูรณ์แบบในคู่สมรส หรือในเพื่อนของคุณ หรือในบริษัท คุณจะไม่พบสิ่งนั้น"


12. กรณี  Bitcoin  บัฟเฟตต์  ตอบเลี่ยงคำถาม โดยเปรียบเหมือนนักการเมืองที่หลบคำถาม (ฮา)  แต่ยอมรับว่ามีคนหลายแสนคนที่เฝ้าดู bitcoin และมีเพียง บัฟเฟต์ และ มังเกอร์ ที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้นจึงบอกว่า หากคน 4 แสนคนคลั่งไคล้ที่เรา (บัฟเฟต์ และ มังเกอร์) ทำให้คนสองคนมีความสุข แต่พวกเขาไม่มีความสุข ก็เป็นสมการที่โง่เขลา ส่วน มังเกอร์ ประกาศ “ฉันเกลียดความสำเร็จของ bitcoin  ไม่ชอบที่จะยกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับคนที่เพิ่งคิดค้นผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ "ฉันควรพูดอย่างถ่อมตัวว่าการพัฒนาที่น่ารังเกียจทั้งหมดนั้นน่ารังเกียจ และตรงกันข้ามกับความสนใจของอารยธรรม"


13. มีการวิเคราะห์ว่าการซื้อหุ้นคืนแหลกราญของ Berkshire มีความเป็นไปได้ เพราะโลกใบเก่ากำลังกลับมา เพราะว่า Berkshire คือเจ้าของ  BNSF ยักษ์ใหญ่ด้านการรถไฟ ซึ่งถือหุ้น ธุรกิจสาธารณูปโภคของ Berkshire Hathaway Energy ซึ่งมีแนวโน้มกำลังจะกลับมาดี หลังย่ำแย่ โดย วอลล์สตรีทคาดว่า BNSF จะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่เปิดใหม่ในไตรมาสที่ 2  ท่ามกลางมีข่าวการสร้างเครือข่ายรถไฟขนส่งสินค้าแห่งแรกที่เชื่อมต่อแคนาดาสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ทั้งนี้ BNSF ได้ถือหุ้น  5.4% ใน Apple ด้วย





อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก
https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก
https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X