> กองทุน >

13 กันยายน 2021

บลจ.เอไอเอ1ปีภารกิจตามเป้า สานต่อโมเดลหนุนยูนิตลิงค์

ทันหุ้น-บลจ.เอไอเอ ครบรอบ 1 ปี เป็นไปตามแผน “สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง” เผลผลงานน่าพอใจ เพราะโมเดลธุรกิจตั้งขึ้นเพื่อซัพพอร์ตลูกค้า ยูนิตลิงค์ เอไอเอ และบริหารสินทรัพย์ให้ เอไอเอ ประเทศไทย มุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาว ผ่านการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ มองหุ้นไทยหลังคลายล็อกจะฟื้นตัวแกร่งหนุนจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่รับแรงกระตุ้นจากภาครัฐ


นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.เอไอเอ กล่าวว่า แผนงานของบริษัทชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว ในการตั้งขึ้นเพื่อนบริหารสินทรัพย์ให้กับ เอไอเอ และลูกค้าที่ซื้อยูนิต ลิงค์ ของเอไอเอ ดังนั้นจึงไม่ได้มุ่งออกกองทุนมากมายเหมือนกับ บลจ. ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทำให้บริษัทตั้งเป้าหมายออกไม่เกิน 20 กองทุนเท่านั้น แต่เน้นในเรื่องของการบริหารจัดการระยะยาว เพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่ลูกค้าต้องการ


เป็นต้นว่า ในอนาคตลูกค้าอยากให้ผลตอบแทนจากการลงทุนงอกเงยครอบคลุมการเบี้ยประกันในแต่ละปี ทางฝ่ายการลงทุนก็จะรับโจทย์มาบริหารจัดการ ซึ่งในส่วน ยูนิต ลิงค์ ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องความคุ้มครองเท่านั้น หากยังตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงิน ทั้งแบบระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวที่เป็นการวางแผนเพื่อการเกษียณได้ด้วย


นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า บลจ. เอไอเอ ครบรอบ 1 ปี ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ต้องนับว่าสามารถดำเนินงานได้ตามแผนงานที่ตั้งไว้ ทั้งด้านการลงทุน การนำเสนอผลิตภัณฑ์ ทั้งกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล ทั้งนี้ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 บริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดกองทุนส่วนบุคคล ที่ 39.71% ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม


AUM 8.5 แสนล้านบ.

ส่วนของกองทุนรวมนั้น หลังจากจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวมมาครบ 1 ปี ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 31,485 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ดีมากแม้ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) รวมประมาณ 853,000 ล้านบาท ซึ่งจัดเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนขนาดใหญ่ติดอันดับใน 5 อันดับแรกของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในประเทศไทย


ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ บลจ.เอไอเอทำให้กับลูกค้านั้น ในส่วนของพอร์ตหุ้นไทยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2564 ให้ผลตอบแทนประมาณ 16-17% ในส่วนของกองทุนกลุ่ม โกลบอล อโลเคชั่น ที่แบ่งระดับความเสี่ยง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2564 ผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 7% สำหรับความเสี่ยงต่ำ, ประมาณ 13%สำหรับระดับปานกลาง และ ประมาณ 18-19% ของระดับความเสี่ยงสูงสุด


นอกจากนี้ บลจ. เอไอเอ ยังให้มุมมองการลงทุนเพิ่มเติม โดย นายสุขวัฒน์ เชื่อว่า การถอนสภาพคล่อง(Quantitative easing: QE) ของเฟดไม่ได้ทำให้เงินที่ล้นระบบทั่วโลกหายไปทันที ยังคงมีวงเงินปริมาณมากจากอดีตที่ยังคงหาผลตอบแทนในตลาดหุ้นภูมิภาคต่างๆอยู่ ดังนั้น ช่วงสั้นอาจแค่ผันผวน แต่ในท้ายสุดแล้วเม็ดเงินเหล่านี้ก็ยังคงมองหาที่ๆสามารถให้ผลตอบแทนสูงอยู่ดีจึงมองว่า หุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับตราสารหนี้ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนต่ำ


สำหรับมุมมองการลงทุนในครึ่งปีหลังของปี 2564 เห็นได้ว่า เศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการฟื้นตัวต่อเนื่องและปรับตัวเข้าสู่การเติบโตเต็มศักยภาพ ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ ส่วนใหญ่ยังเผชิญกับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ความแตกต่างนี้จะนำไปสู่การดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกัน


กล่าวคือ ประเทศที่พัฒนาแล้วอาจมีการพิจารณาปรับลดมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ การปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนในตลาดคาดว่าจะเริ่มปรับขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2566 ในขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังคงพึ่งพานโยบายของภาครัฐในการช่วยพยุงเศรษฐกิจ พลวัตนี้จะนำมาซึ่งความผันผวนในตลาด


คลายล็อกดันพื้นฐานแกร่ง

ในส่วนของตลาดหุ้นไทยที่ขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,600 จุด จากการดึงขึ้นของหุ้นไม่กี่ตัว บลจ.เอไอเอ ยอมรับว่าอาจเป็นการฟื้นตัวแบบเปราะบาง แต่ถ้ามองในแง่ของระยะถัดไปหลังการคลายล็อกดาวน์ ภาครัฐจะมีการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เม็ดเงินที่อัดฉีดจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศค่อยๆฟื้นกลับมา สะท้อนถึงปัจจัยพื้นที่ที่เข้ามารองรับการขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยได้ ซึ่ง นายสุขวัฒน์ บอกว่า ด้วยมุมมองการลงทุนระยะยาว จึงไม่ได้กังวลมากกับความเปราะบางของหุ้นไทยในระยะสั้น


“ส่วนฟันด์โฟลว์ที่จะเข้าหุ้นไทยนั้น ผมมองว่ามีเข้ามาแน่นอน แม้จะไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ แต่ก็เห็นตัวอย่างจากหุ้นเกาหลีใต้ และหุ้นญี่ปุ่น ที่อยู่ๆก็มีฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไป หุ้นไทยเองวันหนึ่งเม็ดเงินต่างชาติก็กลับเข้ามาได้เช่นกัน แม้ว่าปัจจุบัน จะขายออกไปมากแล้วก็ตาม แต่ภาพรวมหุ้นไทยก็ยังไปต่อได้”


ล่าสุด เอไอเอ ประเทศไทย ได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ‘AIA Health Happy – UDR’ ซึ่งเป็นสัญญาเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต AIA Issara Plus (Unit Linked) โดยเป็นการผสานระหว่างความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพคุ้มครองแบบ ‘เหมา เบิ้ล คุ้ม’ ไม่จำกัดวงเงินต่อการเข้ารักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน ‘AIA Infinite Gift Prestige’ (Unit Linked) ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการในการส่งมอบความมั่นคงและมั่งคั่งแทนความรักจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการวางรากฐานเตรียมความพร้อมในทุกด้านตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุตรหลานจะสามารถเดินตามความฝัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ของขวัญจากความรัก ที่ไม่มีข้อแม้’

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X