> อาหารสมอง >

19 กันยายน 2022 เวลา 14:10 น.

"ไทยออยล์" ชี้สถานการณ์ "น้ำมันดิบ" ปัจจัยคาดส่งผลกระทบสัปดาห์นี้

#ราคาน้ำมัน #ทันหุ้น - ไทยออยล์ มองราคาน้ำมันดิบผันผวนในกรอบเดิม ตลาดยังคงกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดคาดความต้องการใช้ฤดูหนาวหนุนราคา


ทั้งนี้ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้ จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 81-91 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 87-97เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (19– 23ก.ย.65)


ราคาน้ำมันดิบผันผวนหลังธนาคารกลางของสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 75 – 100 bps ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. 65 การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ระดับนี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งส่งผลต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมันโลก ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ในประเทศจีนที่ยังพบผู้ติดเชื้อใหม่อย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์การใช้น้ำมันในฤดูหนาวแทนก๊าซธรรมชาติ (gas-to-oil switching) ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่มีความไม่แน่นอน ภายหลังชาติตะวันตกและอิหร่านมีความเห็นไม่ตรงกันในเนื้อหาบางประเด็น


ปัจจัยคาดว่าส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้


ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค.65 ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 8.3 %Y-o-Y สูงกว่าคาดที่ระดับ 8.1 % เช่นเดียวกับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 0.6 %M-o-M สูงกว่าเดือนก่อนที่ระดับ 0.3 % ส่งผลให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 75 – 100 bps ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 20-21 ก.ย. นี้ โดยการทำนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดของ FED อาจส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง


ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีน เดือน ส.ค.65 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.5 % Y-o-Y ลดลงจากระดับ 2.7 %ในเดือนก่อนหน้าและลดลงสวนกับที่จะเพิ่มขึ้น 2.9% ส่งผลให้ตลาดจับตาทิศทางการกำหนดนโยบายของรัฐบาลจีน ที่มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างไรก็ตาม กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซบเซาลงอันเป็นผลจากมาตรการล๊อกดาวน์ภายในประเทศและปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงกดดันปริมาณความต้องการใช้น้ำมัน


อุปสงค์ความต้องการใช้น้ำมันในจีนมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังมีการขยายมาตรการล๊อกดาวน์ในหลายเมืองของจีน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยรายงานของ FGE ฉบับล่าสุดคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้น้ำมันดิบของจีนจะปรับตัวลดลง 0.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ และน้ำมันอากาศยานจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากการเดินทางทางอากาศภายในประเทศที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ยังคาดว่ามาตรล๊อกดาวน์จะเริ่มมีแนวโน้มผ่อนคลายภายหลังสิ้นสุดการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน พ.ย.


รายงาน FGE เปิดเผยว่าอุปสงค์ความต้องการน้ำมันในฤดูหนาวแทนก๊าซธรรมชาติ (gas-to-oil switching) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 0.65ล้านบาร์เรลต่อวันเช่นเดียวกับ IEA ที่คาดการณ์ว่าปริมาณการใช้น้ำมันทดแทนก๊าซธรรมชาติในช่วงต.ค.65 - มี.ค.66 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 2 เท่า หรือ 0.7 ล้านบาร์เรลต่องวัน โดยอุปสงค์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นภายหลังบริษัท Gazprom ของรัสเซียประกาศระงับการส่งก๊าซผ่านท่อ Nord Stream 1 แบบไม่มีกำหนด ส่งผลให้ราคาก๊าซปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง


ตลาดคาดว่าอุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านจะยังไม่กลับเข้าสู่ตลาดในเร็วนี้ ภายหลังข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านครั้งใหม่เผชิญกับความไม่แน่นอน หลังกลุ่มประเทศ E3 อันประกอบด้วยเยอรมนี ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ออกมาแสดงความกังวลต่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านภายหลังทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เปิดเผยว่าอิหร่านยังคงมีการสะสมแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะซึ่งมีความบริสุทธิ์เกินเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางอิหร่านมองว่าการตรวจสอบที่เกิดขึ้นมีความไม่เป็นธรรม


เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ดัชนีภาคการผลิต (PMI) เดือน ก.ย.65 ของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 52.0 และตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (PMI) เดือน ก.ย. 65 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค


สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันสัปดาห์ที่(12-16ก.ย.65)


ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 1.68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 85.11 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับลดลง 1.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 91.35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 90.85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลจากความกังวลต่ออุปทานที่มีแนวโน้มตึงตัวเพิ่มมากขึ้น หลังรัสเซียกล่าวว่าจะระงับการจัดส่งน้ำมันและก๊าซให้แก่ชาติในยุโรป หากมีการใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซีย 


ขณะที่รายงานสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 ส.ค. 65 ปรับเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังมีแรงกดดันจากดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (CPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 8.3 %Y-o-Y สูงกว่าคาดที่ระดับ 8.1 %



รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7

[email protected] คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news 

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X