> SET > PSH

27 พฤษภาคม 2020

PSH ปีนี้เจอมรสุม แรงซื้อแผ่วหนัก ลุ้นผ่อนปรนมาตรการ LTV กระตุ้นกำลังซื้อ

“พฤกษา”บุกแผนการตลาดดิจิทัลเต็มสูบ


PSH กำไร Q1/63 ตามคาด, Q2/63 ยังชะลอ แต่ครึ่งปีหลังจะดีขึ้น


ทันหุ้น - สู้โควิด - บจ.หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุถึง PSH ว่า กำไร 1Q63 หดตัวทั้ง QoQ และ YoY จากยอดโอนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้ม 2Q63 ยังอ่อนแอต่อเนื่องและคาดเป็นจุดต่ำสุดของปี พร้อมปรับลดประมาณการกำไรปี 2563-64 ลง 11% และ 4% ตามลำดับ สะท้อนผลกระทบของ COVID-19 ต่อกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ใน Segment ต่ำ 5 ลบ.ปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2563 เป็น 12.90 บาท คงคำแนะนำ "TRADING" จากแนวโน้มผลประกอบการในปี 2563 ที่อ่อนแอ แนะนำชะลอการลงทุนไปยัง 2H63


บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q63 ที่ 922 ลบ. (-49.5% QoQ, -45.3%YoY) ลดลงจากยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนตัวลง 39%QoQ และ 40% YoY อยู่ที่ 7.1 พันลบ. สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงปลาย 1Q63 ส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำลังซื้อและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะยอดโอนโครงการในช่วงระดับราคาต่ำ 3 ลบ. สะท้อนจากยอดโอนโครงการ Town House ที่หดตัวลงกว่า 39% YoY และ 31% QoQ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 41% ของโครงการพร้อมขายทั้งหมดของบริษัทที่ 2.3 หมื่นลบ.


บริษัทรายงาน Presale 1Q63 ที่ 6.1 พันลบ. หดตัวลงกว่า 45% YoY จากการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 5 โครงการรวมมูลค่า 5.2 พันลบ. (-17% YoY) แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 3 โครงการ (มูลค่า 1.9 พันลบ.) และโครงการแนวสูง 2 โครงการ (มูลค่า 3.3 พันลบ.)


Backlog ณ สิ้น 1Q63 อยู่ที่ 2.7 หมื่นลบ. แบ่งเป็นโครงการแนวราบและแนวสูงที่ 2.1 พันลบ. และ 2.5 หมื่นลบ. ตามลำดับ โดยคาดจะรับรู้เป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปี 2563 ที่ 9.0 พันลบ.


แนวโน้มผลประกอบการใน 2Q63 คาดอ่อนตัวลง QoQ และคาดเป็นจุดต่ำสุดของปี จาก 1) ผลกระทบเชิงลบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อยอดเยี่ยมชมโครงการ 2) คาด Rejection rate ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในโครงการทาวน์เฮ้าส์และคอนโดมิเนียม ในช่วงระดับราคาเฉลี่ยต่ำ 3 ลบ. ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 75% ของโครงการทั้งหมดของบริษัท และ 3) คาดบริษัทมีโครงการแนวสูงเสร็จใหม่พร้อมโอนเพียง 1 โครงการใน 2Q63 คือ Plum Condo Saphanmai Station (มูลค่า 1.2 พันลบ.) ซึ่งมียอดขายเพียง 383 ลบ. เท่านั้น


ปรับลดประมาณการปี 2563/64 ลง 11% และ 4% ตามลำดับ สะท้อนผลกระทบเชิงลบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ดังนี้ 1) คาดกลุ่มธุรกิจในช่วงระดับราคาต่ำ 5 ลบ. (Value Business) ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจสูง ทำให้การระบาย Inventory ทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในปี 2563 ที่ผู้ประกอบการในกลุ่มต่างหันมาเปิดโครงการแนวราบเป็นแรงกดดันต่อ Market Share สำหรับตลาดบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์


2) โครงการแนวสูง ปัจจุบัน ต้องเผชิญกับการแข่งขันทางด้านราคา (Price War) ในการระบายสินค้าคงคลัง เป็นผลลบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นในปี 2563 3) บริษัทได้มีการปรับปรุงคุณภาพ Backlog ครั้งใหญ่ในช่วง 4Q62 ทำให้ Backlog ที่คาดโอนในช่วงที่เหลือของปี 2563 อยู่ที่ 9.0 พันลบ. คิดเป็น Secure Revenue ที่เพียง 49% ของประมาณการรายได้ทั้งปี 2563 ของเราที่ 3.3 หมื่นลบ. ทำให้ประมาณการของเรายังมี Downside Risk หากการโอนโครงการมีความล่าช้ากว่าคาดการณ์ และ 4) Rejection Rate ที่เพิ่มขึ้นจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าโครงการที่มีราคาซื้อขายต่ำ 3 ลบ.


ปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2563 เป็น 12.90 บาท/หุ้น (อิง PER2563 ที่ 6.86x เทียบเท่า -1.5 SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของบริษัท) คงคำแนะนำ "TRADING" จากผลประกอบการที่ถูกกดดันจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างไรก็ตาม กลุ่มอสังหาฯ ยังมี Upside จากการผ่อนปรนมาตรการ LTV ซึ่งคาดเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นการระบายสินค้า โดยเฉพาะโครงการแนวสูงระดับต่ำ 5 ลบ.



อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่ APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7 [email protected] คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5 FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X