> SET > TASCO

11 สิงหาคม 2020

TASCO โบรกเคาะกำไรปี 64 กลับมาโตทะลุ 3 พันล. คาดปันผลปีนี้ 1 บาท/หุ้น

TASCO ระทมเป้าเท่าไหร่?


บทเรียนจาก TASCO


ทันหุ้น – สู้โควิด - บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง TASCO ว่า คาดกำไรปกติในปี 2564จะกลับมาเติบโตที่ 3,008 ลบ. (+48.6%YoY) จากการที่ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้ปกติเต็มปี และได้รับประโยชน์จากมาตรการ IMO2020ทำให้ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ยางมะตอยลดลง หนุนราคาขายในระยะยาว


อย่าไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาราว 55.4%หลักจากที่เราแนะนำซื้อ ณ ราคาปิดวันที่ 10 ส.ค. 63อยู่ที่ 28.75 บาทต่อหุ้นสูงกว่าราคาเหมาะสม ณ 2Q64ที่ 26.0 บาทต่อหุ้น อิงที่ PER 16.4x (+1.0SD) ไม่เหลือ Upside เราจึงยังคงคำแนะนำ "TRADING" พร้อมคาดเงินปันผลทั้งปี 2563 ที่ 1.0บาทต่อหุ้น หรือให้ผลตอบแทนราว 3.6%


ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้สะท้อนผลกำไรที่เติบโตเด่นใน 2Q63ไปแล้วบางส่วน ระยะสั้น หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาเรามองเป็นโอกาสในการทำกำไรเพื่อ Lock-in-Profit บางส่วน


TASCO รายงานรายได้ใน 2Q63 อยู่ที่ 6,542ลบ. เติบโต 28.0%QoQ เพราะ Demand ที่เร่งเข้ามาจากช่วง Working season ของตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศจีน ขณะที่ตลาดในประเทศได้แรงหนุนจากการเร่งใช้งบประมาณปี 2563แต่ลดลง 39.3%YoY เป็นผลจากคำสั่งซื้อที่ชะลอออกไปในช่วงการระบาดของ COVID - 19และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วงเดือน มี.ค. ส่งผลให้ราคาขายยางมะตอยลดลงเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม ราคาขายยางมะตอยทยอยฟื้นตัวจากราว US$200/ตัน ในเดือน พ.ค. 63ขึ้นมายืนเหนือระดับ US$300/ตัน ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ช่วงระบาด COVID - 19 ทำให้โรงกลั่นหลายแห่งในภูมิภาคลดกำลังการผลิตลง ทำให้ Supply ยางมะตอยตึงตัว หนุนราคาขายยางมะตอย


GPM ใน 2Q63อยู่ที่ 38.3% ดีกว่าที่เราคาดที่ 24.7%พลิกลับมาเป็นบวกจากที่ -12.8% ใน 1Q63และ +8.5% ใน 2Q62เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวใน 2Q63ส่งผลให้บริษัทมีการบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมันดิบในที่ 2,103ลบ.จากที่บันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบใน 1Q63ที่ 2,163 ลบ. และมี Hedging loss เพียง 164 ลบ. ใน 2Q63ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ที่ราว 800 ลบ. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรงจะทำให้บริษัทมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และจะเห็นผลอย่างชัดเจนใน 2Q63 เป็นต้นไป


TASCO มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 52 ลบ., บันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน 33 ลบ. และค่าใช้จ่ายสำหรับการเช่าถังน้ำมันดิบและเหตุการณ์ไฟไหม้อีก 23ลบ. รวม 107 ลบ. จึงมีกำไรสุทธิใน 2Q63อยุ่ที่ 1,719 ลบ. ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 1,826ลบ. พลิกจากขาดทุน 751 ลบ. ใน 1Q63ซึ่งดีกว่าที่เราคาดที่ 1,302 ลบ. หรือราว 40.3%


คาดกำไรปกติใน 3Q63 จะชะลอลง QoQ เพราะไม่มีการบันทึกผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบที่สูงอย่างใน 2Q63 แต่คำสั่งซื้อจะกลับมาโดดเด่นใน 3Q63เนื่องจากเป็นไตรมาสแรกที่ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานปกติเต็มไตรมาสภายหลังจากคลายมาตรการ Lock down รวมทั้งเป็นไตรมาสสุดท้ายสำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563และคำสั่งซื้อจากจีนที่เพิ่มขึ้นเพื่อเร่งซ่อมแซมถนนจากเหตุการณ์น้ำท่วม 


ขณะที่ 4Q63มีแรงหนุนจากงบประมาณปี 2564 และเป็นช่วง Working season ของประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ผลกำไรปกติใน 2H63 คาดจะทรงตัว - เติบโต HoH


กำไรใน 1H63 เท่ากับ 1,075ลบ. คิดเป็น 53.1% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี เราจึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 2,024ลบ. ลดลง 17.5%YoY ได้รับผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวแรงในช่วงต้นปี 2563 และโรคระบาด COVID - 19ทำให้คำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศต้องชะลอออกไป ส่งผลให้ราคายางมะตอยปรับตัวลงในช่วงต้นปี

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X