> SET > IVL

16 สิงหาคม 2020

จับกระแส IVL 5 โบรกฯ มองกลุ่มยุโรปกลับมาเปิดประเทศหนุน Q3/63 ฟื้น

IVL ออกหุ้นกู้ 3 ชุด มูลค่ารวม 9 พันลบ. อัตราดอกเบี้ย 2.78-3.42% ต่อปี


IVL ย้ำผลงานโค้งสุดท้ายฟื้น เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ


ทันหุ้น-สู้โควิด : 5 โบรกฯ เจาะงบ Q2/63 บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ดีกว่าตลาดคาด ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แนวโน้มไตรมาส 3/63 ดีขึ้น จากประเทศในกลุ่มยุโรปเริ่มมีการกลับมาเปิดประเทศ อุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มฟื้น      


บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไรของ IVL ในไตรมาส 2/63 แม้อ่อนแอ แต่ไม่แย่เท่าตลาดกังวล โดยได้ประกาศกำไรสุทธิ 2Q63 ที่ 154 ล้านบาท (-73% QoQ, -93% YoY) ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อย แต่ดีกว่าที่ตลาด (Bloomberg consensus) ว่าจะขาดทุน 314 ล้านบาท หากหักรายการพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 277 ล้านบาท, กลับรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 1.0 พันล้านบาท, และขาดทุนสินค้าคงคลัง 3.3 พันล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานปกติทำได้ 2.1 พันล้านบาท  อ่อนแอลง -8% QoQ และ -62% YoY แต่ดีกว่าที่เรา และตลาดคาด 


สรุปภาพรวม 2Q63 ดังนี้ 1) ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 แพร่ระบาด ธุรกิจ Combined PET และ Hygiene Fiber ได้ประโยชน์จากอุปสงค์ PET และเส้นใย Hygiene ที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม 2) ธุรกิจ Integrated Oxides and derivatives (IOD) อ่อนแอ กดดันจากอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์ MTBE และ MEG ที่ลดลงจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ ทำให้ผู้ผลิตที่มีสายการผลิตบูรณาการจาก Shale gas เสียเปรียบผู้ผลิตจาก Naphtha 3) ธุรกิจ Mobility และ Lifestyle Fiber ถูกกดดันจากมาตรการ Lockdown และความต้องการใช้สินค้าคงทน 4) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากประโยชน์ของดอกเบี้ยอ้างอิงลดลง และการทำ Interest rate swaps 


กำไรปกติ 1H63 คิดเป็น 48% ของทั้งปี แนวโน้มผลประกอบการ 3Q63 เร่งตัวขึ้น QoQ หนุนจาก 1) ขาดทุนสินค้าคงคลังจำนวนมาก ไม่น่าเกิดขึ้นซ้ำ เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ 2) ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Lifestyle Fiber และ MTBE ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ-การเดินทางเริ่มกลับมาเป็นปกติ 3) อัตรากำไรของ MEG ได้ประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ โดย 3QTD น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย US$43.1/bbl (+25% QoQ, -27% YoY) 4) ประโยชน์จากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง ภายใต้โครงการควบคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่าย Olympus โดยบริษัทตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายปี 2563 ที่ 76 ล้านเหรียญฯ (เกิดขึ้นแล้ว 44 ล้านเหรียญฯ ในช่วง 1H63 ที่ผ่านมา) 5) ประโยชน์จากมาตรการป้องกันการทุ่มตลาด (ADD) PET นำเข้าของอินเดีย ทำให้อุปสงค์ และ Margin ของ PET ในประเทศสูงขึ้น


สำหรับเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่โรงงาน Cracker ผู้บริหารให้ข้อมูลว่าอาจใช้เวลา 3-4 จึงสามารถกลับมาผลิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีประกันภัยครอบคลุม รวมทั้งวัตถุดิบจะไม่กระทบต่อการผลิตผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ


คงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 9.3 พันล้านบาท (-29% YoY) อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ของเราอาจมี Downside จากขาดทุนสินค้าคงคลังที่เกิดขึ้นใน 1H63  


นับตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ราคาหุ้น -7% Underperform SET ที่ +1% กดดันจากทิศทางงบ 2Q63 ที่ตลาดคาดว่าจะขาดทุน ซึ่งน่าผิดหวังเพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม งบ 2Q63 ไม่ได้แย่เท่ากับที่ตลาดคาด มองข้ามไป 3Q63 คาดเห็นการฟื้นตัว QoQ และ YoY เป็น Catalyst หนุนราคาหุ้นช่วง 3 เดือนข้างหน้า คงคำแนะนำ "ซื้อ" บนราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 ที่ 30.00 บาท


**บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มอง IVL ไตรมาส 2 ผ่านจุดต่ำสุด งบไตรมาส 2 ดีกว่าตลาดคาด ครึ่งปีหลังฟื้นตัว - การใช้รถยนต์จะกลับมาคึกคัก? 80% ของพอร์ตคิดเป็น 95% ของ EBITDA ส่วนที่เหลือ 20% ประกอบด้วย fibers (ยานยนต์ ไลฟ์สไตล์) MBTE และ MEG ซึ่งจาก 20% นี้ ผู้บริหารคาดว่าครึ่งหนึ่งจะสร้างรายได้ในครึ่งปีหลัง ระดับสเปรดปัจจุบันถือว่า MBTE และ MEG ถึงจุดคุ้มทุน EBITDA หลักในครึ่งปีหลังอาจเพิ่มขึ้น 5-7% HoH คาดว่า PET จะอ่อนตัวลง (5%) เนื่องจากสเปรด integrated ทรงตัวที่ 210-220 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่ IOD คาดฟื้นตัวแรง (+40%) 


โดย EBITDA ของ IOD น่าจะแตะ 70 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 4Q20 (เทียบกับ 34 ล้านเหรียญสหรัฐใน 2Q20) เนื่องจาก MEG และ MBTE พลิกจากกำไรติดลบเป็นบวกจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น fibers จะดีขึ้นเช่นกัน แต่การใช้รถยนต์น่าจะยังคงเป็นอุปสรรค ในขณะที่การตื่นตระหนกในเรื่องสุขอนามัยที่ลดลงอาจทำให้สินค้าไฟล์สไตล์ฟื้นตัวช้าลง การกลับมาใช้รถยนต์บนท้องถนนถือเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจาก 1) กระตุ้นความต้องการน้ำมันเบนซิน (MBTE) 2) ความต้องการน้ำมันดิบและราคา 3) การซื้อขวดขนาดเล็ก (PET) 4) การจับจ่าย (ไลฟ์สไตล์) และ 5) ความต้องการยานยนต์  


อินเดียห้ามนำเข้า PET ของจีน บริษัทกำลังประเมินความเสียหายของกิจการ Lake Charles cracker และอาจใช้เวลา 3-4 เดือนในการฟื้นตัว การประกันภัยครอบคลุมกำไรที่หายไป แต่สามารถหักลดหย่อนได้ 14-15 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหมายถึงสูญเสียโอกาสที่ 12 ล้านเหรียญสหรัฐ (กำไรจากแครกเกอร์ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ / เดือน หากราคาน้ำมันดิบยังคงฟื้นตัว) เท่ากับ 3% ของกำไรปี 63 อัตรากำไรของแครกเกอร์ปัจจุบันคุ้มทุน / ติดลบเล็กน้อย การผลิตผลิตภัณฑ์ปลายน้ำจะยังคงไม่หยุดชะงัก (ซื้อที่ Spot) กระทรวงพาณิชย์ของอินเดียแนะนำให้มีการเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดชั่วคราวที่ 15-200 เหรียญสหรัฐต่อตันสำหรับการนำเข้า PET ของจีน กระทรวงการคลังจะดำเนินการขั้นสุดท้าย จีนส่งออกคิดเป็น 7% ของตลาดอินเดีย หากเกิดขึ้น คาดสเปรดจะดีขึ้น อินเดียมีสัดส่วน 4% ของกำลังการผลิต PET ของ IVL (น้อย)


คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงที่ 36 บาท  ปัจจุบัน EV / EBITDA อยู่ที่ 7.5 เท่า (ค่าเฉลี่ยในอดีต 8.6 เท่า) ยังคงมุมมองบวกต่อ IVL เนื่องจากมูลค่าหุ้นน่าสนใจและอยู่บนฐานที่มั่นคงกว่าเมื่อเทียบกับรายอื่น ๆ ในธุรกิจ petchem จาก 1) ความสามารถในการทำกำไรในไตรมาส 2/63 มีแนวโน้มต่ำสุดของปี 2) ปริมาณจะเพิ่มขึ้น (PET Stable) ในขณะที่ Fibers จะดีขึ้น 3) ประเมิน EBITDA ครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้น HoH จากการฟื้นตัวของ IOD 4) Covid ระบาดรอบ 2 ไม่กระทบ 5) ความเสี่ยงด้านขาลงของสเปรดต่ำ


**บล.ทรีนีตี้ สแกน IVL รายงานกำไร 154 ล้านบาท ผลจากขาดทุน Stock แต่กำไรปกติยังดี  คงประมาณการกำไรปกติของบริษัทไว้ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถ้านับเฉพาะกำไรปกติใน 1H20 จะอยู่ราว 5.5 พันล้านบาท หรือประมาณ 55% ของประมาณการของเรา แต่เราปรับลดกำไรสุทธิลงเป็น 5.8 พันล้านบาทซึ่งเป็นการปรับของ Stock loss และรายการพิเศษอื่นๆ ที่เกิดขึ้นใน 1H20 เราเชื่อว่า 3Q20E กำไรปกติก็น่าจะอยู่ได้ราว 2.5-3.0 พันล้านบาท ธุรกิจ Fiber ซึ่งเกี่ยวข้องกับรถยนต์น่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ หลังจากโรงงานรถยนต์ในยุโรปกลับมาเปิดโรงงาน


ประเมินราคาเป้าหมายปี 2021E ที่ 41.00 บาท แนะนำ ซื้อ แนวโน้มผลประกอบการ 3Q20E น่าจะยังอยู่ในระดับ 2.5-3.0 พันล้านบาทได้ และประเทศในกลุ่มยุโรปเริ่มมีการกลับมาเปิดประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มฟื้น       


**บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ชี้ กำไรปกติ 2Q63 ดีกว่าตลาดคาด แนวโน้ม 3Q63F คาดดีขึ้นจากปริมาณขายที่ฟื้นตัว และมาร์จิ้นของธุรกิจ Integrated Oxides ดีขึ้น คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ลดลงเป็น 34 บ. (จากการปรับลดประมาณการ)


**บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาด IVL กำไรสุทธิ 3Q63F ดีขึ้น QoQ  โดยมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ความสะอาดและบรรจุภัณฑ์ที่สูง, ผลกระทบจากสต็อกน้อยลง เนื่องจากราคา PX และ PTA ปรับขึ้น คงคำแนะนำถือ ให้ราคาพื้นฐาน 28 บาท อิงกับ P/E 20 เท่า (เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ปัจจัยเสี่ยง คือ อุปทาน PX, PTA และ PET ที่จะเข้ามาเพิ่ม 3 ล้านตัน/ปี, 6 ล้านตัน/ปี และ 1 ล้านตัน/ปี ภายในสิ้นปี 63 โดยหลักมาจากประเทศจีน    


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7
[email protected] คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1


จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X